ลูกหัวโตผิดปกติ-ปวดหัวเรื้อรัง รีบพบแพทย์ อาจเป็นสัญญาณ “มะเร็งสมองในเด็ก”
มะเร็งสมอง เป็นชนิดมะเร็งที่พบในเด็กเล็ก ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการได้ชัดเจน หากพบเด็กมีอาการร้องไห้เพราะปวดหัวรุนแรง หรือ ศีรษะโตขึ้นผิดปกติอย่างรวดเร็ว ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนโอกาสหายสูงกว่า 70%
จากสถิติชมรมโรคมะเร็งเด็กแห่งประเทศไทย ภายใต้สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย ระบุข้อมูลจากคนไข้เด็ก พบว่ามีเด็กที่เป็นโรคมะเร็งประมาณ 100 คน จากประชากรเด็กในประเทศไทย 1,000,000 คน ซึ่งช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือเด็กเล็กอายุประมาณ 0-5 ปี หรือคิดคร่าว ๆ ก็คือ ในแต่ละเดือนจะมีเด็กไทยที่เป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นประมาณ 80 คน และเป็นมะเร็งสมองประมาณ 150 คนต่อปี 3 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยคือมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมีย รองลงมาคือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งสมอง(ที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน)
พบได้ตั้งแต่อายุน้อยเป็นหลักเดือนจนถึงเด็กโตขึ้นกับชนิด ซึ่งโรคเนื้องอกในสมองในเด็กนั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดอาจเกิดจากพันธุกรรมผิดปกติ หรือจากการที่แม่ได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์ หรือ จากการที่มีการกลายพันธุ์ของเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆที่เป็นส่วนประกอบของสมอง ทำให้มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนผิดปกติอย่างรวดเร็วกลายเป็นก้อนเนื้อที่อยู่ภายในเนื้อสมอง หรืออาจมีการกระจายไปที่บริเวณไขสันหลัง หรือเยื่อหุ้มสมองได้
รู้ได้อย่างไรว่าลูกมีอาการเนื้องอกในสมอง?
- ปวดศีรษะเรื้อรัง (Chronic headache)
- ปวดศีรษะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ (Progressive headache)
- อาเจียนมาก อาเจียนพุ่ง โดยเฉพาะช่วงเช้าหลังตื่นนอน โดยไม่มีสาเหตุอื่น
- ศีรษะโตขึ้นผิดปกติอย่างรวดเร็ว ในเด็กที่กระหม่อม (fontanelle) ยังไม่ปิด
- ศีรษะโตเกินกว่าค่าปกติในเด็กช่วงอายุเดียวกัน กระหม่อม (fontanelle) โป่งกว่าปกติ
- แขนขาอ่อนแรง หรือขยับแขนขาได้ไม่เท่ากัน
- ปากเบี้ยวหน้าเบี้ยว หลับตาได้ไม่สนิท
- มีอาการซึม ระดับการรู้สึกตัวลดลง
- มีอาการชัก เกร็ง หรือกระตุก
เทคนิคเพิกเฉยสำหรับพ่อแม่มือใหม่ปราบ"เด็กดื้อ ก้าวร้าว" อยู่หมัด!
ซึ่งถ้าหากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพาบุตรหลานไปพบแพทย์ เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุว่าเป็นจากเนื้องอกในสมองหรือไม่ โดยการวินิจฉัยเนื้องอกในสมองนั้น จะต้องอาศัยประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจทางรังสีวิทยาเพื่อดูรอยโรคหรือมองหาก้อนในสมอง ได้แก่ การส่งเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ส่วนสมอง (Computed tomography; CT brain)หรือเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนสมอง (Magnetic resonance imaging; MRI brain) ซึ่งหากพบก้อนในสมองก็จำเป็นจะต้องเจาะชิ้นเนื้อหรือผ่าตัดก้อน เพื่อนำมาตรวจทางพยาธิวิทยา (pathology) เพื่อให้ได้วินิจฉัยและชนิดที่แน่นอนของเนื้องอกนั้นก่อนให้การรักษาที่จำเพาะต่อไปส่วนใหญ่รักษาให้หายขาดได้ โดยวิธีการรักษาหลักๆ ได้แก่ การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด และการฉายแสง ทั้งนี้ขอให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้ว่าหากพบตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาสหายขาดถึง 70% เลยทีเดียว เพราะร่างกายของเด็กสามารถเจริญเติบโตและพัฒนาได้อีก แตกต่างจากวัยผู้ใหญ่ที่ร่างกายหยุดพัฒนาแล้ว ทำให้มีเปอร์เซ็นต์ที่จะรักษาโรคมะเร็งในเด็กให้หายขาดได้สูง หากเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย และ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
“โรคติกส์”อาการยุกยิกแบบฝืนไม่ได้อาจสะท้อนความเครียดในเด็ก
หมอโพสต์อุทาหรณ์ เด็กเผลอกลืน "ลวดมัดไก่ย่าง" รีบผ่าตัดช่วยชีวิตด่วน