8 สัญญาณ “โรคไตเรื้อรัง” ไม่ติดกินเค็มก็เป็นได้ ไม่จำกัดอายุ
โรคไตเรื้อรัง กำลังเป็นภัยเงียบของโลก มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี คาดว่า อีก 8 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยไตระยะสุดท้ายที่ต้องการบำบัดทดแทนไตอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาถึง 70 % จากปัจจัยการใช้ชีวิตที่เสริมความชุกของโรค เช็กสัญญาณไตเรื้อรังที่คุณอาจไม่รู้ตัว
โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ทุกประเทศเผชิญและกำลังมีแนวโน้ม ไทยพบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังต้องการการบำบัดทดแทนไตเฉลี่ยปีละ 20,000 ราย และจากรายงานผู้ป่วยจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564 มีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ระยะที่ 1-5 ทั้งหมด 1,007,251 ราย จากการคาดประมาณภายในปี 2573 จะมีผู้ป่วยไตระยะสุดท้ายที่ต้องการบำบัดทดแทนไตอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาถึง 70 % ตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และพฤติกรรม เสี่ยงที่ทำให้ไตเสื่อม
รู้จัก “ไต” เป็นอวัยวะที่มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วขนาดประมาณ 10-11 ซม. อยู่ด้านซ้ายและขวาบริเวณช่องท้องส่วนเอว และมีหน้าที่หลัก คือ ผลิตเม็ดเลือดแดงให้ร่างกาย นั่นทำให้คนที่ไตเสื่อมจะมีผิวซีดหรือคล้ำกว่าปกติ เพราะไตผลิตเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง ผลิตฮอร์โมนควบคุมความดันในร่างกาย คนที่มีปัญหาไตเสื่อมมักจะความดันโลหิตสูงเพราะไตผลิตฮอร์โมนควบคุมความดันได้ไม่ดีเหมือนเดิม ช่วยขับถ่ายของเสีย น้ำและสารอาหารส่วนเกินออกจากร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ฯลฯ คนที่มีปัญหาไตเสื่อมมักมีระดับไขมันในเลือดสูง
สัญญาณของ “ไตเสื่อม”
โรคไตเสื่อม คือการที่ไตเสื่อมการทำงานลงอย่างช้าๆและมีการสูญเสียเนื้อไต และมักจะแสดงอาการเมื่อไตเริ่มเสื่อมมากขึ้น อาการที่สังเกตได้มีดังนี้
- ผิวหนังมีสีซีดหรือคล้ำขึ้น อาจมีอาการคันด้วย
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีเลือดออกที่ทางเดินอาหาร
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ขี้หลงขี้ลืม ความจำไม่ดี
- ปวดหัวง่าย จาม คัดจมูก เป็นหวัดง่าย
- ปัสสาวะสีแดงหรือเข้มขึ้นปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยหลับไม่สนิทหรือนอนไม่ค่อยหลับ
- กล้ามเนื้อกระตุก ปวดตามตัว ปลายเท้าและปลายมือชาเนื่องจากปลายประสาทอักเสบ เป็นตะคริวและชัก
- หากไตวายมาก จะมีการคั่งของเกลือและน้ำ ความดันโลหิตสูง
- มีอาการบวมเนื่องจากหัวใจวาย บางรายมีอาการเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ
ไตเสื่อมนั้นไม่เลือกว่าจะเกิดกับวัยไหน เพราะส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เปิดพฤติกรรมเสี่ยงโรคไต
- กินอาหารโซเดียมสูงบ่อย เครื่องปรุงรส อาหารแปรรูปยอดนิยม สารปรุงแต่งอาหารอาหารกึ่งสำเร็จรูป
- การทานอาหารรสจัด นอกจากอาหารเค็มจัดแล้ว การทานอาหารรสหวานจัดก็ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ไตทำงานหนักได้เหมือนกัน
- ขาดการออกกำลังกาย เพราะการไม่ออกกำลังกายนำมาซึ่งโรคเรื้อรังต่างๆ มากมาย
- ดื่มน้ำน้อยเกินไป เพราะไตมีหน้าที่ในการฟอกของเสียในร่างกาย ซึ่งต้องใช้น้ำเป็นตัวนำพาไปสู่กลไกการกรองของไตจนกลายมาเป็นปัสสาวะ หากดื่มน้ำน้อยเกินไป ไตอาจขับของเสียได้ไม่หมด เกิดของเสียคั่ง สะสมไปนานๆ จนตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่ว หรือโรคนิ่วในไตได้นั่นเอง
- ทำงานหนัก เครียดมาก ร่างกายไม่ได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ รวมไปถึงความเครียดที่ส่งผลต่อระบบการไหลเวียนของออกซิเจนที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ
"ตับและไต"สำคัญกับร่างกายทั้งระบบ แนะสูตรดื่มน้ำดูแลห่างไกลโรคเรื้อรัง
วิธีที่จะชะลอความเสื่อมของไตแบบต่าง ๆ
- ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- ระมัดระวังการใช้ยาบางชนิด
- ควบคุมระดับน้ำตาลและกรดยูริกในเลือด รั
- กินอาหารที่มีโปรตีนต่ำ
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสมเพื่อคงหน้าที่การทำงานของไตไว้ให้ได้นานที่สุด
หากใครมีพฤติกรรมเสี่ยงดังต่อไปนี้ รวมถึงมีสัญญาณโรคไต 1-2 ข้อ ควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องที่สำคัญไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
เตือน!ขายไตแลกเงิน ผิดกฎหมาย ได้ไม่คุ้มเสียสุขภาพทรุด-เสี่ยงไตวาย