4 เหตุผลที่ทำให้ร่างกาย “ขาดน้ำ” เสี่ยงช็อก อันตรายถึงชีวิต
นักโภชนาการเผย 4 เหตุผลน่าประหลาดใจ ที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกเหนือจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ ที่อาจส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว-ช็อก อันตรายถึงชีวิต
อากาศร้อนๆ แบบนี้ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนเดินทางกลับบ้าน หรือไปร่วมสนุก ดื่มสังสรรค์ เฮฮากับเพื่อนๆ นอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมแล้ว ยังรวมถึงภาวะขาดน้ำด้วย
“น้ำ” เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ เพราะเกือบ 60% ของร่างกายประกอบด้วยน้ำ น้ำไม่เพียงแต่เป็นพื้นฐานในการสร้างเซลล์เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย การย่อยอาหาร และสร้างความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย
แน่นอนว่าเมื่อร่างกายไม่ได้รับน้ำในปริมาณที่ต้องการ ร่างกายจะขาดน้ำ แล้วแสดงอาการออกมาในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ มีอาการผิวแห้ง ปากแห้ง ปัสสาวะสีเข้ม รู้สึกเหนื่อย หรือเวียนศีรษะ ไปจนถึงอาจเกิดอาการภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น อาการสับสน เป็นลม และหายใจเร็ว ร่วมกับการเต้นของหัวใจที่สูงขึ้นและอาการช็อก ที่อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
การป้องกันภาวะขาดน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกได้และทำงานได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ว่าการดื่มน้ำจะเป็นตัวปลดล็อกสำคัญ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพียงอย่างเดียวของปริศนานี้ ยังมีเหตุผลที่น่าประหลาดใจอีก 4 ข้อ ที่เรามักทำกันในช่วงเทศกาลอย่างวันสงกรานต์นี้ ที่อาจทำให้เราขาดน้ำได้
1.) ตารางการนอนหลับ
ไม่ว่าเราจะนอน 6-10 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งการนอนมากเกินหรือน้อยเกินก็ตาม ต่างทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำได้ เพราะจากการศึกษาเชิงสังเกตในปี 2019 วารสาร Sleep พบว่า ผู้ใหญ่ชาวจีนและอเมริกาที่พวกเขาทำการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นคนที่นอนหลับ 6 ชั่วโมง หรือน้อยกว่านั้นต่อคืน มีความเสี่ยงที่ร่างกายจะขาดน้ำได้มากกว่า คนที่นอนหลับ 8 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ยังมีผลการวิจัยในปี 2013 ในหนังสือ “The MIND Diet” โดย Maggie Moon, M.S., RD, นักโภชนาการ ที่พบเช่นเดียวกันว่า การนอนหลับไม่เพียงพออาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับ ฮอร์โมนวาโซเพรสซิน (Vasopressin) ที่เป็นตัวบ่งบอกให้ร่างกายกักเก็บน้ำเอาไว้ในช่วงปลายการนอนหลับปกติ ถูกรบกวนจากการตื่นนอนทำให้หยุดชะงักลง
นอกจากนี้ Moon ยังเตือนเรื่องการนอนที่มากเกินไปด้วยว่า แม้ว่าจะไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ที่นอนหลับ 9 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้นต่อคืน กับการขาดน้ำของร่างกาย แต่เราสามารถสูญเสียของเหลวผ่านทางผิวหนังและระบบทางเดินหายใจของเราได้ตลอดเวลา แม้ในยามหลับ ดังนั้นการนอนที่มากเกินไปจึงหมายถึงการสูญเสียของเหลวมากขึ้นหลายชั่วโมง โดยไม่มีการเติมเต็มให้ร่างกาย ทำให้ขาดน้ำนั่นเอง
2.) การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป
การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป อาจส่งผลต่อสุขภาพหลายด้าน รวมถึงภาวะขาดน้ำอย่างน่าประหลาดใจด้วย โดย Moon บอกว่า การดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูง สามารถนำไปสู่การขาดน้ำได้ แม้ฟังดูย้อนแย้งกับสัญชาตญาณ เพราะโซดามาในรูปของเหลว แต่การบริโภคน้ำตาลมากเกินไป อาจทำให้ปัสสาวะบ่อย เป็นสาเหตุให้ร่างกายขาดน้ำนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยในสัตว์ปี 2016 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Physiology พบอีกว่า การให้น้ำอัดลมกับสัตว์ ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับไตที่เสียหายรุนแรงขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการศึกษาในสัตว์จะไม่สามารถคาดการณ์สิ่งที่ค้นพบกับมนุษย์ได้ แต่ก็ให้ข้อมูลเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับน้ำอัดลม น้ำตาลที่เติมเข้ามา และผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
3.) การนั่งเครื่องบิน
การเดินทางอาจรบกวนสุขภาพเราในหลายๆ ด้าน รวมถึงการขาดน้ำด้วย โดย Jenna Braddock, M.S.H., RD, CSSD, CPT นักโภชนาการ เปิดเผยผลการศึกษาในปี 2020 ที่ตีพิมพ์ Nutrient ว่า ห้องโดยสารของเครื่องบินมีความชื้นต่ำกว่าอากาศทั่วไปมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายของเราขาดน้ำหลังจากเที่ยวบินได้ แม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเครื่องบินได้ แต่แนะนำว่าให้เราดื่มให้เพียงพอก่อนขึ้นเครื่องจะดีที่สุด
4.) การดื่มแอลกอฮอล์
การดื่มแอลกอฮอล์สามารถนำไปสู่การขาดน้ำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราไม่ดื่มคู่กับอาหารหรือเครื่องดื่มอื่นๆ โดย Braddock เปิดเผยผลการศึกษาในปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychopharmacology ว่า แอลกอฮอล์สามารถยับยั้งฮอร์โมนวาโซเพรสซิน ซึ่งทำหน้าที่กักเก็บน้ำในร่างกายได้ ทำให้ปัสสาวะบ่อย และเมื่อเราสูญเสียน้ำมากอาจทำให้เราดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นด้วย ซึ่งเราอาจไม่รู้ตัวเพราะกำลังมึนเมาอยู่ ดังนั้นเมื่อคุณตั้งใจจะดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้วางแผนการดื่มน้ำให้เพียงพอก่อน แล้วจึงค่อยดื่มสลับกับน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว
เคล็ดลับการป้องกันภาวะขาดน้ำ
การรักษาระดับน้ำให้เพียงพอ สามารถช่วยให้ร่างกายทำงานต่อไปได้อย่างที่ควรเป็น แม้ว่ากลยุทธ์ต่างๆ จะใช้ได้ผลกับแต่ละคน แต่อย่าลืมนำเคล็ดลับเหล่านี้จาก Moon และ Braddock ไปใช้ เพื่อหาว่าอะไรดีที่สุดสำหรับคุณ!
- พกขวดน้ำ หรือกระติกน้ำไว้ข้างเตียง ให้การดื่มน้ำเป็นสิ่งแรกในตอนเช้าเมื่อคุณตื่นนอน และพกติดตัวตลอดทั้งวันหากทำได้
- ใช้ภาชนะ หรือแก้วน้ำขนาดเล็กในการดื่มน้ำ แก้วน้ำที่มีขนาดเล็กจะน่ากลัวน้อยกว่าและหลายคนยินดีที่จะใช้มากกว่าการใช้ขวดน้ำขนาดใหญ่
- กินอาหารเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น โดยแนะนำให้กินผักและผลไม้เหล่านี้ทั้งลูกเพิ่มเข้าไปในกิจวัตรประจำวันของเรา เพราะมีปริมาณน้ำสูง สามารถให้ความชุ่มชื้นได้ดี ได้แก่ แตงกวา พริกหยวก ผักกาดหอม มะเขือเทศ ส้ม เบอร์รี่ และเมลอน
- สร้างกฎใหม่ที่กำหนดให้มีการดื่มน้ำให้เข้ากับกิจกรรมอื่นๆ ที่เราทำบ่อยๆ เช่น การจิบน้ำทุกครั้งที่นั่งลงบนโต๊ะทำงาน เช็กโทรศัพท์ หรือแม้แต่เดินกระทั่งการเดินเข้าไปในครัว
- ทำให้การดื่มน้ำของเราสนุกมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปลี่ยนรสชาติ เพิ่มรสชาติจากธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาล เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว สมุนไพร ผลเบอร์รี่ หรือแม้แต่แกนสับปะรดและผลมะม่วงก็ทำได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยให้คุณใช้เงินได้อย่างคุ้มค่าที่สุดและให้ความชุ่มชื้นในเวลาเดียวกัน
การให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาสุขภาพที่ดี แม้ว่าการดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักว่าปัจจัยอื่นๆ อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้เช่นกัน เช่น คุณภาพการนอนหลับ รูปแบบการบริโภคอาหาร การเดินทาง และการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน ยิ่งทำให้เกิดภาวะขาดน้ำได้ง่าย ขอให้ทุกคนอย่าลืมวางแผนการดื่มน้ำให้เพียงพอกันด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : EattingWell
เตือนสงกรานต์ ดื่มต้องไม่ขับโดยเด็ดขาด ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม
เตือนนักดื่มระวังช่วงสงกรานต์ หลังสำรวจพบวางแผนสังสรรค์เป็นปกติ 71.6%