5 เคล็ดลับดื่มน้ำให้ไตให้แข็งแรง ล้างความเชื่อดื่มน้ำมากเสี่ยงไตวาย
น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกาย ช่วยขจัดของเสียออกทางปัสสาวะ ทำให้การทำงานของร่างกายเกิดสมดุล เป็นองค์ประกอบในเลือดที่จะพาส่วนประกอบของเลือดและสารอาหารต่าง ๆ ไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดนิ่ว ทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ช่วยระบบขับถ่าย และดูแลไตให้แข็งแรง แล้วดื่มน้ำอย่างไร?ถึงจะดู เช็กลิสต์ 5 เคล็ดลับได้ที่นี้ค่ะ!
5 เคล็ดลับการดื่มน้ำที่ช่วยดูแลไตและร่างกายให้แข็งแรง
- ดื่มน้ำดีต่อร่างกายแน่
ส่วนใหญ่มักแนะนำให้ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน แต่ไม่เสมอไปสำหรับทุกคน จากการศึกษาของ The United States Academies of Sciences, Engineering and Medicine เฉลี่ยปริมาณน้ำที่ควรดื่มในผู้ชายจะอยู่ที่ 15.5 แก้วหรือประมาณ 3.7 ลิตร ในขณะที่ผู้หญิงแนะนำที่ 11.5 แก้วต่อวันหรือ 2.7 ลิตร
อย่างไรก็ตามในแต่ละคนมีความต้องการน้ำแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ การออกกำลังกาย สภาพอากาศ การเจ็บป่วย การสูญเสียน้ำ การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร เป็นต้น สามารถสังเกตอาการกระหายน้ำ ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายมีอาการขาดน้ำและต้องการน้ำเพิ่มเติม
- สีปัสสาวะบอกความต้องการน้ำในแต่ละวันได้
ปัสสาวะสีเหลืองเข้มบ่งบอกได้ว่าร่างกายขาดน้ำและเมื่อปัสสาวะเหลืองจางลงอาจบ่งบอกได้เช่นกันว่าดื่มน้ำได้เพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามการรับประทานยาบางชนิดอาจมีผลต่อสีปัสสาวะเหลืองได้ เช่น วิตามินบีรวมหรือวิตามินบี 2 ฯลฯ
- ระวังบางภาวะที่อาจเกิดจากดื่มน้ำมากเกินไป
พบบ่อยในกลุ่มคนที่มีอาการทางจิตเวช อาจดื่มน้ำปริมาณมากเป็นระยะเวลานาน หรือกลุ่มนักวิ่งมาราธอนที่ต้องการดื่มน้ำชดเชยปริมาณมาก แม้การทำงานของไตจะเป็นปกติ แต่ก็อาจเกิด “ภาวะน้ำเป็นพิษ” จากการที่มีน้ำเจือจางเกลือโซเดียมในร่างกายจนเกิด “ภาวะเกลือโซเดียมต่ำ” เป็นภาวะอันตรายต่อชีวิต ทำให้เกิดอาการสมองบวมได้
‘น้ำเปล่า’ประโยชน์คับแก้ว แต่หากดื่มเกินลิมิตเสี่ยง“ภาวะน้ำเป็นพิษ” ถึงขั้นเสียชีวิต
- จำกัดน้ำอาจจำเป็นบางกรณี
กลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังหรือมีโรคน้ำท่วมปอดจากโรคหัวใจจะมีอาการบวมหรือเหนื่อยหอบได้ง่ายจากการที่มีน้ำและเกลือคั่งในร่างกาย นอกจากนี้ความสามารถในการกำจัดน้ำออกจากร่างกายลดลง ดังนั้นการดื่มน้ำปริมาณมากอาจไม่เป็นผลดี แต่การจำกัดน้ำมีความจำเป็น
- ลดการดื่มน้ำบางวันลงได้
กรณีจำเป็นต้องเดินทางและไม่สะดวกเข้าห้องน้ำ เนื่องจากการกลั้นปัสสาวะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดังนั้นในบางสถานการณ์สามารถผ่อนผันการดื่มน้ำได้ อย่างไรก็ตามเมื่อติดเชื้อทางเดินปัสสาวะการดื่มน้ำมีความจำเป็นในการช่วยขจัดเชื้อโรคออกไปทางปัสสาวะ
ไตวายเฉียบพลัน VS ไตวายเรื้อรัง แตกต่างกันอย่างไร? อะไรคือสัญญาณโรค?
อย่างไรก็ตาม คนไทยหลายคน ยังมีความเชื่อที่ผิด ๆ ว่า “การดื่มน้ำมาก ๆ ทำให้ไตวาย” ในความจริงแล้ว น้ำจะช่วยเจือจางสารพิษที่ไปสู่ไตและการที่เรามีปัสสาวะออกดี ไม่ได้แปลว่า “ไตของเราต้องทำงานหนักขึ้น” แต่แสดงถึงการขับของเสียที่มีประสิทธิภาพ
- ทำไมคนไข้ไตวายระยะสุดท้าย..ควรดื่มน้ำน้อยๆ ?
คนไข้ไตวายในระยะสุดท้าย บางรายอาจมีปัญหา น้ำคั่งหรือท่วมปวดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ต้องได้รับการล้างไตต่อเนื่องเพื่อประทังชีพ คนไข้เหล่านี้ มักจะไม่มีปัสสาวะเลย ดังนั้น หากดื่มน้ำมากไปก็จะทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในร่างกายได้ ซึ่งตามมาด้วยภาวะเกลือแร่เจือจางหรือน้ำท่วมปอด แต่ไม่ได้แปลว่าการดื่มน้ำน้อย ๆ นั้น มีผลดีต่อสุขภาพแต่ประการใดและยิ่งเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนจึงตรวจปรึกษาแพทย์ถึงปริมาณที่เหมาะสมของแต่ละคน
- รู้หรือไม่? น้ำประปาต้ม..ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด
น้ำที่ดื่มนั้น ควรจะเป็นน้ำกรอง คนส่วนใหญ่จะชอบเอาน้ำประปามาต้ม อันที่จริง ในกระบวนการทำน้ำประปา จะต้องมีการใส่เกลืออลูมิเนียม เพื่อช่วยให้สิ่งสกปรกตกตะกอน และมีการใส่คลอรีน เพื่อฆ่าเชื้อโรค ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผล ที่จะต้องมาต้มเพราะกลัวเชื้อโรคกันอีก การต้มกลับส่งผลให้พิษโลหะหนักที่มีอยู่ในน้ำประปา ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น
การดื่มน้ำนับเป็นปัจจัยในการดำเนินชีวิตไม่แพ้อาหาร หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต หรือ ผู้ที่สุ่มเสี่ยงและต้องการฟื้นฟูดูแลไต
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลพญาไท