คอดำ-รักแร้ดำ อาจไม่ใช่แค่ปัญหาความสวยงามแต่บอกโรคเบาหวาน-มะเร็งได้
ปัญหารอยคล้ำดำเป็นปื้นหลังคอ-รักแร้ ตามซอกต่างๆ ขัดเท่าไหร่ก็ไม่ออกอาจไม่ใช่แค่ขี้ไคล แต่เป็นสัญญาณบอกสารพัดโรค
ปัญหาหนักใจโดยเฉพาะสาวๆ ที่เกิดความหมองคล้ำ เกิดอาการดำเป็นปื้นๆ ไม่ว่าจะเป็นซอกขาหนีบ ใต้รักแร้ ข้อพับ รอยบิกินี่ ซอกคอ ร่องก้น หรือแม้กระทั่ง ในที่ลับ แต่รู้หรือไม่? นั้นอาจเป็นสัญญาณบอกโรคบางอย่างได้ ? เช็กอาการ พร้อมวิธีรักษาเผยผิวสวย มั่นใจได้ทุกวัน
รอยดำตามซอกเกิดจากอะไร?
- การเสียดสีกันของบริเวณระหว่างเนื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีรูปร่างอวบ หรือน้ำหนักเกินเกณฑ์ เช่น ขาหนีบดำ เพราะการเสียดสีนานๆ จะทำให้ผิวหนังหมองคล้ำได้
- การกำจัดขนผิดวิธี บ่อยและรุนแรงเกินไป โดยเฉพาะใต้รักแร้ ทำให้ผิวได้รับการเสียดสี บาดเจ็บซ้ำๆ บางครั้งเกิดขนคุด รูขุมขนอุดตัน ผิวจึงตอบสนองด้วยการผลิตเม็ดสีมากขึ้น จึงทำให้เกิดรอยคล้ำตามมา
- การแพ้หรือระคายเคืองจากเครื่องสำอาง โลชั่นทาผิว น้ำหอม บางครั้ง รอยดำอาจเข้มขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
- ความอับชื้น หากบริเวณนั้นเกิดความอับชื้นขึ้นมาไม่ว่าจะจากเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป หรือการละเลยเรื่องความสะอาด อาจทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราได้ ส่งผลให้เกิดตุ่มคัน ผด หรือสิว หากมีตุ่มคัน โดยเฉพาะบริเวณที่ดูแลไม่ถึง
- ภาวะตั้งครรภ์ เพราะฮอร์โมนในระหว่างการตั้งครรภ์เกิดการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลให้ผิวของคุณแม่ตั้งครรภ์บางคน มีรอยดำคล้ำ หรือมีสีเข้มขึ้นตามต้นคอ ข้อพับ ขาหนีบและหัวนม รักแร้ ซึ่งปกติแล้วรอยดำคล้ำเหล่านี้จะหายไปเองหลังการคลอดบุตร
คอดำเป็นปื้นบอกโรคได้ ?
ทางการแพทย์ได้อธิบายไว้ว่า ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 อาจพบปื้นสีดำบริเวณคอ ซึ่งเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะผิวคล้ำ หนา และมีลักษณะเหมือนกำมะหยี่ มักจะเกิดบริเวณรักแร้ คอ และขาหนีบ เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลินเนื่องจากระดับอินซูลินที่สูง จะไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังมีการเจริญมากขึ้นเรียกว่า อะแคนโทสิส นิกริแคนส์ (Acanthosis nigricans) ผิวหนังลักษณะนี้มักพบในผู้ที่รูปร่างอ้วนมากๆ หรือในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้ยังพบได้ในโรคอื่นๆ เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งตับ โรคมะเร็งทางเดินอาหาร และจากโรคความผิดปกติของต่อมไร้ท่อบางชนิด และในผู้ที่ได้รับยาบางชนิดเช่น ยาคุมกำเนิด และยาสเตียรอยด์ เป็นต้น นอกจากนี้ กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด และอาการภูมิแพ้ เหล่านี้ก็เป็นปัจจัยภายในที่อาจส่งผลให้เกิดรอยดำ คล้ำได้เช่นกัน
“กลิ่นปาก” สัญญาณบอกสุขภาพช่องปากแย่ เช็กอาการบอกโรคเรื้อรัง
4 วิธีลดรอยดำคล้ำ
- กรดผลไม้หรือครีมผสมสารไวท์เทนนิ่ง
โดยปกติผิวคนเราจะผลัดเซลล์ได้เอง ทุก 28 วัน แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นหรือการเสียดสีบ่อยๆ ทำให้การผลัดเซลล์ผิวอาจไม่เป็นไปตามปกติ การใช้กรดผลไม้ (Alpha Hydroxy Acid-AHA) จะช่วยเร่งให้ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์ที่เกิดมาใหม่ก็จะมีสีใกล้เคียงกับสีผิวโดยกำเนิดมากขึ้น แต่การเลือกซื้อควรเลือกกรดผลไม้ ชนิดที่มีความเข้มข้นต่ำ ไม่เกิน 15% เพราะถ้าเลือกสารที่มีความเป็นกรดเข้มข้นสูงอาจกัดผิว จนไหม้ อักเสบและดำถาวรได้
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมน้ำหอมมากจนเกินไป
หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เคยใช้แล้วแพ้ ระคายเคือง เมื่อมีผื่นแพ้ระคายเคืองตามซอก ข้อพับ ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรแกะ เกา เพราะอาจจะเกิดการอักเสบตามมาได้
- ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
จากการที่ขาเบียดกันจากภาวะน้ำหนักเกิน แนะนำให้ลดน้ำหนักและออกกำลังกาย และไม่ใส่กางเกงที่รัดแน่นจนเกินไป
- การใช้เลเซอร์
ที่ช่วยลดความหมองคล้ำและรอยดำ โดยแพทย์ด้านผิวหนังที่มีประสบการณ์ สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาหรือต้องการเห็นผลลัพธ์ไว
อย่างไรก็ตามหากมีปัญหารอยดำคล้ำและมีสัญญาณของโรคอื่นๆร่วมควรพบแพทย์เพื่อรักษาให้ตรงจุดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีเผยผิวสุขภาพดีอีกครั้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
7 ความเชื่อการลดน้ำหนักแบบผิด ๆ รู้ก่อนหุ่นสวยก่อน
5 เหตุผล ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ เปลี่ยนความคิด สร้างสุขภาพดีที่ด้วยตัวคุณ