ตรวจสุขภาพหัวใจ เช็คความเสี่ยงก่อนสายเกินแก้
โรคหัวใจเป็นภัยเงียบที่สามารถคร่าชีวิตคุณและคนที่รักได้โดยไร้สัญญาณเตือน การตรวจสุขภาพหัวใจจึงเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้คุณรู้ทันแม้ว่ายังไม่มีอาการใดๆ
พฤติกรรมเสี่ยงโรคหัวใจ
• เครียดจากการทำงาน หรือการใช้ชีวิต
• นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท พักผ่อนไม่เพียงพอ
• มีบุหรี่และแอกอฮอล์เป็นเพื่อนคู่ใจ
• ออกกำลังกายน้อยกว่า 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์
• มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ
ไม่มีประวัติโรคหัวใจ ใช่ว่าไม่เสี่ยง!
การเสียชีวิตจากโรคหัวใจอย่างกะทันหันมี 2 สาเหตุหลักที่พบได้บ่อย คือ
เกิดจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบฉับพลัน ซึ่งเป็นภาวะที่ค่อนข้างอันตรายและน่ากลัว เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มีการแสดงอาการที่บ่งบอกให้รู้ แม้ว่าหลอดเลือดจะตีบไปแล้วกว่า 50% แต่หากหัวใจยังสูบฉีดเลือดได้ก็จะไม่แสดงอาการใดๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็น อีกสาเหตุหนึ่ง คือ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ปกติอัตราการเต้นของหัวใจที่ จะอยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที ซึ่งเท่ากับว่าหากอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่า 60 ครั้ง/นาที หรือ สูงกว่า 100 ครั้ง/นาที จะถูกนับว่าเป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้น้อยลง นำไปสู่ “ภาวะหัวใจวาย!” พบได้บ่อยในผู้ที่อายุน้อย ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุนี้ สามารถรักษา และป้องกันได้ ด้วยการตรวจคัดกรองโรคหัวใจเป็นประจำ
รู้จัก“โรคใหลตาย”อาการนอนหลับไม่ตื่น อันตรายถึงชีวิต
ทำไมต้องตรวจสุขภาพหัวใจ
เพราะโรคหลายโรคมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น กว่าจะรู้ได้ว่าเป็นส่วนใหญ่ก็มีระยะที่รุนแรง หรือยากต่อการรักษาแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปี จะช่วยให้เราพบปัญหาที่อาจกลายเป็นอันตรายได้ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม การตรวจสุขภาพหัวใจก็เช่นกัน จะช่วยให้เรารู้ทันความเสี่ยง หาพบแนวโน้มที่จะเป็นโรคหัวใจในอนาคต จะได้ป้องกันและดูแลให้ดี หรือหากตรวจเจอความผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้น การรักษาก็ย่อมง่ายกว่าตอนที่เราตรวจเจอในระยะที่เป็นมากๆ แล้ว
การตรวจหัวใจมีกี่วิธี
• ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ EKG เป็นการตรวจดูว่าในแต่ละจังหวะการเต้นของหัวใจมีความผิดปกติหรือไม่ โดยการติดตัวรับสัญญาณบนผิวหนังบริเวณหน้าอก เป็นการตรวจที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด หรืออันตราย สามารถตรวจได้ทุกเพศทุกวัย
ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือ ECHO เป็นการตรวจที่ใช้หลักการคล้ายกับการอัลตร้าซาวน์ คือการส่งคลื่นเสียงที่ปลอดภัยเข้าไปในทรวงอกแล้วรับเสียงที่สะท้อนออกมาไปแปลเป็นภาพให้เห็นบนจอ ซึ่งจะแสดงถึงรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ รวมไปถึงลิ้นหัวใจว่ามีการทำงานเป็นปกติหรือไม่
• ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย หรือ EST เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินบนสายพาน หรือปั่นจักรยาน เพื่อคัดกรองการอาการผิดปกติต่างๆ เช่น อาการหายใจลำบาก อาการเจ็บแน่นหน้าอก การเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวินิจฉัยและจำแนกโรคได้อย่างแม่นยำ
• ตรวจหาหินปูนและการตีบของหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Scoring) เป็นการตรวจดูปริมาณหินปูนในหลอดเลือดโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เพื่อดูความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต ลดโอกาสเสียชีวิตฉับพลัยจากโรคหัวใจในอนาคต
• ตรวจเส้นเลือดแดงด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CTA) เป็นวิธีการตรวจดูเส้นเลือดของหัวใจว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน หรือความผิดปกติอื่นๆหรือไม่ โดยผู้เข้ารับการตรวจจะต้องมีการฉีดสารทึบรังสีก่อนการตรวจ เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถประเมินอาการได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถตรวจด้วยวิธีเดินสายพานได้
• MRI ใช้ในการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด โรคหัวใจโตและภาวะหัวใจล้มเหลว เพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาผู้ป่วยว่าควรรักษาด้วยยา ทำบอลลูน หรือผ่าตัด ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องรับสารทึบรังสีเข้าร่างกายโดยไม่จำเป็น สามารถตรวจได้แม้ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตเสื่อม เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่แพ้สารทึบรังสีชนิดไอโอดีน
ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจ
-ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิง
-ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง
-ผู้ที่ชื่นชอบการทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม
-ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ รวมทั้งผู้ที่ใกล้ชิดกับบุคคลที่สูบบุหรี่
-ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
-ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนหลับไม่สนิท และรู้สึกอ่อนเพลียเป็นประจำ
หัวใจห้องบนเต้นระริก ต้นเหตุสมองขาดเลือด ทุพพลภาพ
ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจากโรงพยาบาลกรุงเทพ