รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อน “เทคฮอร์โมน” กี่เดือนเห็นผล มีผลข้างเคียงอย่างไร
มัดรวมทุกข้อมูลที่ต้องรู้ก่อน “เทคฮอร์โมน” เช็กเลยกี่เดือนเห็นผล มีผลข้างเคียงอย่างไร และต้องเตรียมตัวและดูแลตัวเองอย่างไรต่อไป
แม้คนเราจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกว่าจะใช้ชีวิตและมีตัวตนในแบบที่เราชอบได้ สำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ “LGBTQIAN+” จึงมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญเพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สมบูรณ์แบบทั้งกายและใจ คือ “การเทคฮอร์โมน”
การเทคฮอร์โมน หรือการใช้ยาฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศ เป็นวิธีการยอดนิยมที่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศให้ความสนใจ แต่มีคนจำนวนมากไม่น้อยหรือใช้โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ส่งผลให้กินยาเกินขนาดก่อให้เกิดผลข้างเคียงตามมา หรือแม้แต่กระทั่งบางคนกินแล้วก็ไม่เห็นผล
ดังนั้นเราสามารถเทคฮอร์โมนได้ไหม และจะต้องเตรียมตัวหรือดูแลตัวเองอย่างไรให้เหมาะสม ทีมข่าวนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้รวบรวมทุกข้อมูลก่อนการตัดสินใจมาให้แล้ว ที่นี่!
การเทคฮอร์โมน คืออะไร
การเทคฮอร์โมน คือการใช้ฮอร์โมนหรือยาฮอร์โมน เพื่อปรับลักษณะทางกายภาพในกลุ่มคนข้ามเพศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.) ฮอร์โมนเพศหญิง สำหรับผู้ที่เพศกำเนิดเป็นเพศชายแต่ต้องการปรับสรีระร่างกายให้มีความเป็นเพศหญิง ซึ่งทำได้โดยการเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือยับยั้งฮอร์โมนเพศชาย
2.) ฮอร์โมนเพศชาย สำหรับผู้ที่มีเพศกำเนิดเป็นเพศหญิงแต่ต้องการปรับสรีระร่างกายให้มีความเป็นเพศชาย สามารถทำได้โดยการเสริมฮอร์โมนแอนโดรเจน
การเทคฮอร์โมนมีหลายรูปแบบ
การใช้ฮอร์โมนบำบัดเพื่อการข้ามเพศสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของร่างกายแต่ละคน ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้
1. ) การกินในรูปแบบยาเม็ด
2. ) รูปแบบยาฉีด โดยยาสามารถเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง
3. ) การให้ยาทางผิวหนัง ด้วยวิธีการแปะ หรือทายาฮอร์โมนชนิดเจล เพื่อให้ยาซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดและออกฤทธิ์ได้โดยตรง
ซื้อฮอร์โมนกินเอง อันตรายกว่าที่คิด
การซื้อฮอร์โมนกินเองตามโฆษณาชวนเชื่อ หรือรีวิวบนโซเชียลมีเดีย หากไม่ได้ตรวจร่างกายก่อน หรือใช้ปริมาณสูงเกินกว่าที่จำเป็น เมื่อใช้ไปเรื่อยๆ อาจทำให้ความเสี่ยงต่อสุขภาพอื่นๆ ตามมา ดังนั้นการพบแพทย์เพื่อเข้ารับฮอร์โมนที่ถูกต้องจึงสำคัญ เพราะทุกคนจะต้องได้รับการตรวจติดตามสุขภาพ ตรวจการทำงานของอวัยวะต่างๆ จากแพทย์อย่างใกล้ชิด
ก่อนเทคฮอร์โมน ต้องพบแพทย์ระบบต่อมไร้ท่อ-สูตินรีเวช-จิตเวช
เนื่องจากการเทคฮอร์โมนมีผลข้างเคียงและมีข้อควรระวังในหลายด้าน ดังนั้นจะเทคฮอร์โมนอย่างไรให้เหมาะสมมากที่สุด ควรจะต้องเตรียมตัว ดังต่อไปนี้
1.) ร่างกาย : ดูแลสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ผลเลือดต้องอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งสามารถเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์และรับการตรวจร่างกายก่อนเทคฮอร์โมนได้กับแพทย์เฉพาะทางต่อไร้ท่อ และสูตินรีเวช
2.) จิตใจ : จะต้องผ่านบททดสอบจากจิตแพทย์เพื่อวินิจฉัยภาวะ Gender Dysphoria เพื่อป้องกันการได้รับฮอร์โมนเพื่อการข้ามเพศจากภาวะอื่นที่ไม่ได้เป็นคนข้ามเพศ
3.) สังคม : สภาพสังคมและหน้าที่การงานของเราเปิดโอกาสให้กับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และสถานที่ทำงานบังคับแต่งเครื่องแบบตามคำนำหน้าบนบัตรประชาชนหรือไม่
สถานที่บริการเทคฮอร์โมน
สถานที่ในการเทคฮอร์โมน มีบริการในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไปและโรงพยาบาลรัฐแล้ว โดยผู้เทคฮอร์โมนที่มีอายุระหว่าง 18-20 ปี จะต้องมีผู้ปกครองเซ็นยินยอม
จำเป็นต้องเทคฮอร์โมนตลอดไปหรือไม่
ตราบใดที่เรายังต้องการให้ผลของฮอร์เมนเอสโตรเจนในการแสดงออกเป็นหญิง หรือฮอร์โมนแอนโดรเจนในการแสดงออกความเป็นชายยังคงอยู่ เราจำเป็นที่จะต้องได้รับฮอร์โมนทดแทนไปตลอด
อย่างไรก็ตามปริมาณฮอร์โมนที่เรากินจะถูกลดขนาดลงให้เหลือแค่เพียงพอที่จะให้ผลด้านการแสดงออกทางเพศ และเพียงพอจะป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่อคุณอายุมากขึ้น
การเทคฮอร์โมนเพศมีผลกับการมีเพศสัมพันธ์
ในกลุ่มผู้เทคฮอร์โมนเพศชายอาจมีความต้องการมีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งขึ้น ขณะที่กลุ่มเทคฮอร์โมนเพศหญิง อาจมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวขององคชาต ทำให้การมีเพศสัมพันธ์ลำบากมากขึ้น ในช่วงระหว่างเปลี่ยนแปลงนี้ หากคุณและคู่ของคุณมีปัญหาเรื่องนี้ อาจต้องลองพูดคุยกันหรือเข้ารับการปรึกษา
ผ่าตัดต้องหยุดเทคฮอร์โมน
การผ่าตัดล้วนมีความเสี่ยง หากคุณวางแผนจะเข้ารับการผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพราะแต่ละคนอาจมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด ผู้เทคฮอร์โมนอาจต้องหยุดยาเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด และจะสามารถกลับมาใช้ยาฮอร์โมนได้อีกครั้งหลังการผ่าตัด 2-3 สัปดาห์
ยังมีลูกได้อีกหรือไม่
การใช้ฮอร์โมนจะทำให้คุณเกิดภาวะเป็นหมัน หลังจากใช้ยาไปช่วงระยะหนึ่ง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลบ่งบอกช่วงเวลาแน่นอนของการเป็นหมันหลังเริ่มใช้ยา แต่เนื่องจากผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด การใช้ฮอร์โมนจึงไม่ใช่วิธีสำหรับการคุมกำเนิด ควรใช้ถุงยางอนามัยแทนเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ผลกระทบการเทคฮอร์โมน
ในกลุ่มผู้ใช้ฮอร์โมนเพศหญิง จะส่งผลให้มีอาการดังต่อไปนี้
- ไขมันสะสมเพิ่มบริเวณสะโพก
- ขนาดของอัณฑะและองคชาตจะเล็กลง
- การแข็งตัวขององคชาตจะทำได้ลำบากขึ้น
- รู้สึกกดเจ็บและมีลักษณะเป็นก้อนมากขึ้นที่บริเวณเต้านม
- ขนบริเวณร่างกายและใบหน้าลดลง
- ลักษณะศีรษะล้านแบบเพศชายอาจลดลงหรือหยุดลงได้
ในกลุ่มผู้ใช้ฮอร์โมนเพศชาย จะส่งผลให้มีอาการดังต่อไปนี้
- มีขนและเคราเพิ่มขึ้นที่ใบหน้าและร่างกาย
- ลักษณะศีรษะล้านแบบเพศชายอาจเกิดขึ้นได้
- ปุ่มกระสันของอวัยวะเพศหญิง (Clitolis) จะเพิ่มขนาดขึ้นได้เล็กน้อย
- ความต้องการทางเพศอาจเพิ่มขึ้น
- เสียงเปลี่ยน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงระดับของเสียงผู้ชายทั่วไป
- ประจำเดือนจะหยุดลง แต่อาจยังมีเลือดไหลกะปริดกะปรอยได้ซึ่งต้องอาศัยการปรับขนาดยา
- อาจมีสิวเกิดขึ้น
ความเสี่ยงจาการเทคฮอร์โมน
ยาทุกชนิดล้วนมีผลข้างเคียง และบางรายอาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่เราควรเข้ารับปรึกษาจากแพทย์เพื่อการค้นหาวิธีที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง แต่ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น มีดังนี้
- ไขมันในเลือดสูง
- การเกิดลิ่มเลือด เช่น โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดสมอง โรคลิ่มเลือดอุดกั้นปอด
- กระดูบางหรือพรุน
- กระทบการทำงานของตับ เช่น โรคเลือดข้น
- มีผลกับหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไต หลอดเลือดในสมอง
- การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า
กี่เดือนถึงเห็นผล
การเทคฮอร์โมนจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ และจะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลง เช่น เสียง โครงหน้า ได้หลัง 3-6 เดือนขึ้นไป
ผู้เทคฮอร์โมนไม่สามารถบริจาคเลือด
เนื่องจาการได้รับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในปริมาณสูงๆ ซึ่งเป็นยาฮอร์โมนที่จำเป็นต้องใช้ในกลุ่มคนเทคฮอร์โมน อาจทำให้เกิดผลแทรกซ้อนในหญิงตั้งครรภ์และทารกแรกคลอดได้ นอกจากนี้ตัวยาเทคฮอร์โมนที่ใช้สำหรับการข้ามเพศก็มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อยู่ด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ว่าไม่สามารถบริจาคเลือดได้นั่นเอง
แต่หากต้องการจะบริจาคเลือด จะต้องงดการเทคฮอร์โมนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แต่นั่นอาจหมายความว่าการข้ามเพศของคุณอาจหยุดชะงักหรือไม่สำเร็จได้ด้วยเช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลพญาไท และ กระทรวงสาธารณสุข
Pride Month : ฟังเสียง “ทูตนฤมิต” ตัวแทน LGBT เมื่อการเรียกร้องคือชีวิต
รู้จักธงสัญลักษณ์ "Pride Month" ของชาว LGBTQIAN+ ทำไมต้องเป็นสีรุ้ง
รวมที่เที่ยวงาน "Pride Month" เช็กจุดถ่ายรูป-เดินไพรด์พาเหรด