“มะเร็งผิวหนัง” ภัยแสงแดดที่คนไทยไม่ควรมองข้ามหลังแนวโน้มสูงขึ้น
ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่อยู่ในแถบโซนของการมีแสงอาทิตย์เกือบตลอดทั้งปี คนไทยจึงค่อนข้างเคยชินกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวและมีแสงแดดที่จัดตลอดทั้งวันเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังที่แม้จะเสี่ยงน้อยกว่าคนผิวขาวในประเทศแบบยุโรปแต่ก็พบสถิติของโรคมะเร็งผิวหนังปี 2559-2561 พบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึงวันละ 12 คน
สถาการณ์โรคมะเร็งผิวหนังในประเทศไทย จากสถิติข้อมูลมะเร็งประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2559-2561 (Cancer in Thailand Vol.X 2016-2018) รวบรวมโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งในแต่ละปีพบผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังรายใหม่เฉลี่ย 4,374 คนต่อปี หรือวันละ 12 คน
รู้จักมะเร็งผิวหนัง เซลล์ผิวหนังทั่วไปจะถูกสร้างเจริญเติบโตและตายไปเป็นวัฏจักร มะเร็งผิวหนังจะเกิดขึ้นเมื่อเซลล์เจริญเติบโตอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้แทนที่จะตายไปตามปกติ เพราะ DNA ในเซลล์นั้นเกิดความผิดปกติที่ทำให้มันโตขึ้นเรื่อย ๆ และสร้างเซลล์ผิดปกติอื่น ๆ
มะเร็งผิวหนังมีหลายชนิดที่พบบ่อย
- มะเร็งผิวหนังชนิดเบเซลเซลล์ (Basal cell carcinoma) เป็นมะเร็งผิวหนังที่ร้ายแรงน้อย เพราะเกิดบริเวณชั้นตื้นๆ มักไม่กระจาย ไปยังอวัยวะอื่น แต่จะลามขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ และ อาจแตกเป็นแผลเรื้อรัง โดยอาจมีลักษณะเป็นตุ่ม เป็นแผลที่หายยาก หรือเป็นผื่น โดยมัก มีลักษณะเด่นคือ ขอบรอยโรคจะยกม้วนขึ้น
- มะเร็งผิวหนังชนิดสเควมัสเซลล์ (Squamous cell carcinoma)มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า มักจะลุกลามลงลึกสู่ด้านล่างของเซลล์ผิวหนัง ถ้าคลำดูผิวหนังด้านล่างมักจะพบว่าเป็นก้อนแข็งๆโดยอาจจะเริ่มจากตุ่ม หรือผื่นขุยแล้วค่อยๆหนาตัวขึ้นกลายเป็นรอยโรค ขนาดใหญ่ และบางครั้งแตกเป็นแผล
- มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (malignant melanoma) เป็นมะเร็งจากเซลล์เม็ดสี เมลานิน พบไม่บ่อย แต่มีความร้ายแรง เพราะสามารถกระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้รวดเร็ว โดยเป็นมะเร็งผิวหนังที่พบได้น้อย แต่มีความรุนแรงมาก โดยเป็นสาเหตุการตายถึง 75% ของผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังทั้งหมด
สาเหตุของมะเร็งผิวหนัง
- แสงแดด ซึ่งประเทศที่มีอากาศอบอ้าวและร้อนจัดอย่างประเทศไทยนั้นก็เสี่ยงไม่แพ้กัน มักพบว่ามะเร็งผิวหนังมักเกิดบริเวณที่โดนแดดจัด เช่น หน้า หู หลังมือ และพบในกรณีที่โดนแดดจัดเป็นเวลานานๆ
- สารเคมีบางอย่าง เช่น สารหนูที่ปนเปื้อนในยาหมอ ยาสมุนไพร
- กรรมพันธุ์ คนผิวขาว หรือผิวเผือก
- มะเร็งผิวหนัง อาจพบในบริเวณแผลเรื้อรัง ไฝที่เกิดขึ้นได้เร็ว
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น HIV หรือได้รับยากดภูมิต้านทาน
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค
- แสงอัลตราไวโอเลต (UVA,UVB) ดังนั้นผู้ที่ต้องทำงานกลางแดด เล่นกีฬากลางแจ้ง ชอบอาบแดด จะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
- เชื้อชาติคนผิวขาวมีโอกาสเสี่ยงสูง เพราะมีเม็ดสีที่ผิวหนังน้อย ความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวหนังจากแสงอัลตราไวโอเลตจึงน้อยกว่าคนผิวคล้ำ
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง
- ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น HIV หรือได้รับยากดภูมิต้านทาน
- ผิวหนังในบริเวณที่เคยได้รังสีรักษา
- คนที่มีผิวไหม้แดด (sunburns) ตั้งแต่ยังเล็กมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคนี้มาก งานวิจัยพบว่าคนที่มีแสงแดดไหม้บริเวณผิวหนังในช่วงวัยเด็กมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้มาก
สัญญาณมะเร็งผิวหนังเมื่อไหร่?
- มีแผลเรื้อรังที่ไม่หายภายใน 3-4 สัปดาห์
- ผื่นแดง อักเสบเรื้อรังหรือ มีอาการคัน และเจ็บได้
- ตุ่มมันวาว นูน ขอบยกม้วน อาจมีสีดำหรือน้ำตาล หรือเป็นสีผิวปกติก็ได้
- ผื่นเหมือนแผลเป็นสีขาว เหลืองมันเงา ขอบเขตไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่เคยบาดเจ็บหรือมีแผลมาก่อน
- ไฝที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง หากมีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีขนาดโตขึ้นเร็ว สีของไฝเปลี่ยนไป มีแผลที่ไฝแล้วไม่หายภายใน 3-4 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาแพทย์ คนที่มีไฝจำนวนมาก หรือมีไฝขนาดใหญ่ มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งผิวหนังได้สูงกว่าคนที่ไม่มี
สงกรานต์2568! แชร์ทริกทา “ครีมกันแดด” ก่อนออกแดด ไม่ต้องกลัวผิวเสีย
อาการของโรคมะเร็งผิวหนัง
อาการที่พบได้บ่อย คือมีตุ่ม ก้อนเนื้อ หรือแผลเรื้อรังที่ผิวหนัง สามารถพบได้ทุกบริเวณรวมทั้งหนังศีรษะ ฝ่ามือ และฝ่าเท้า หรือไฝต่างๆ ที่โตเร็ว อาจเจ็บ แตก เป็นแผล มีเลือดออกเรื้อรัง โดยอาจพบเพียงก้อนเนื้อเดียว หรือหลายก้อนพร้อม ๆ กันก็ได้
รักษามะเร็งผิวหนัง
วิธีที่ดีที่สุดคือการผ่าตัดออก ซึ่งการรักษามะเร็วผิวหนังมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิด ตำแหน่ง และการลุกลามของโรค โดยทั่วไปมักใช่วิธีผ่าตัดมะเร็งผิวหนังออกให้หมด หลายครั้งที่มะเร็งเกิดบนใบหน้า ในบริเวณที่อาจมีการผิดรูปจากการผ่าตัด มะเร็งผิวหนังบางชนิดอาจแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะส่วนอื่นอาจต้องรักษาร่วม เช่นการฉายแสง และเคมีบำบัด แต่อย่างไรก็ตาม การรักษามะเร็งผิวหนังที่ดีที่สุด คือการค้นพบตั้งแต่แรกเริ่ม โดยต้องสำรวจร่างตายตัวเองให้ทั่ว ถ้ามีข้อสงสัยให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อเข้ารับการวินิจฉัย
- สวมเสื้อผ้าป้องกัน รวมทั้งสวมหมวกปีกกว้าง 4 นิ้ว และสวมแว่นตากันแดด
- ทาครีมกันแดดให้ทั่วเมื่อออกแดดจัด หลีกเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น
- หลีกเลี่ยงทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน ที่จะสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง
- ควรเลือกครีมกันแดดประเภทป้องกันแสง UVA และ UVB ได้35% SPF 30 ขึ้นไป หรือมากกว่านั้น ใช้แม้แต่วันที่มีเมฆมาก
- ควรทาครีมกันแดดอย่างน้อย 2 ช้อนโต๊ะ ก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาที หากคุณมีเหงื่อมากหรือว่ายน้ำ ก็ควรทาซ้ำอีกครั้งทุก ๆ 2 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน หากจำเป็นให้สวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสงแดดได้
- ไม่ควรใช้ยาหมอ ยาสมุนไพรที่มีส่วนประกอบของสารหนู
อย่างไรก็ตามแม้มะเร็งผิวหนังจะเสี่ยงน้อยในคนเอเชียที่มีเม็ดสีเข้ม แต่ไม่ควรประมาทโดยเด็ดขาดเพราะแสงแดดในปัจจุบันร้ายแรงกว่าที่คิด หากละเลยไม่ป้องกันอาจนำมาซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตก็เป็นได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล,โรงพยาบาลกรุงเทพ,สารสนเทศมะเร็ง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และกระทรวงสาธารณสุข
แดดเมืองไทย! เลือกครีมกันแดด SPF สูงแค่ไหนถึงจะเอาอยู่ ?
แพทย์เผยวิจัย ใช้ผ้าขนหนูเกิน 3 วัน เชื้อโรคหมักหมมเหมือนเอาส้วมมาเช็ดตัว