“ยากรดไหลย้อน” กินเยอะกินนาน เสี่ยงสุขภาพพังอัลไซเมอร์-กระดูกพรุน
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะระงับอาการกรดไหลย้อน คือการกินยา และรู้หรือไม่ การกินบ่อย กินนาน และไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ อาจเสี่ยงสารพัดโรค อาทิอัลไซเมอร์ กระดูกพรุน ปอดบวม หรือโรคไตเรื้อรังได้
กรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลถึง การกินยารักษาโรคกรดไหลย้อน สามารถทำให้เกิดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดบวม กระดูกพรุน และสมองเสื่อมอย่างอัลไซเมอร์ได้ ซึ่งนพ.เคนดี เบอรี่ นายแพทย์ชาวอเมริกัน ได้บอกเล่าความเชื่อมโยงกันของการเกิดโรคเพิ่มจากการรักษา ซึ่งทางการแพทย์นั้นระบุว่า โรคกรดไหลย้อนเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารทำงานผิดปกติ ทำให้กรดหรือน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาที่ หลอดอาหาร ทำให้ผนังหลอดอาหารระคายเคือง รู้สึกแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว
หากปล่อยไว้อาจเป็นหลอดอาหารอักเสบ เป็นแผล ตีบ มะเร็งหลอดอาหาร รักษาได้ด้วยการผ่าตัด กินยา หรือเปลี่ยนพฤติกรรม หมอเคนดี เบอรี่ บอกว่า การกินยาทำให้เซลล์ผลิตกรดในกระเพาะอาหารถูกหยุดการทำงาน ซึ่งอาจไม่ดีต่อร่างกายเพราะในกระเพาะอาหารจำเป็นต้องมีกรดไว้ย่อยอาหาร และป้องกันลำไส้จากแบคทีเรียไม่ดี ถ้าจะรักษาให้ดีต้องค่อยๆแก้ไขไปเพราะถ้าหยุดยาทันทีจะทำให้เป็นหนักขึ้น
การกินยาไม่เพียงแต่ยับยั้งการเกิดกรด แต่ยับยั้งการได้รับสารอาหารด้วย เพราะแร่ธาตุ วิตามิน สารอาหารต่างๆจะดูดซึมไม่ได้ เนื่องจากกรดเป็นตัวช่วยในการดูดซึม ถ้าไม่มีกรดเลย จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นปอดบวม กระดูกพรุน และสมองเสื่อม อย่างอัลไซเมอร์ได้ หากกินมาก กินทุกวัน เป็นเวลาหลายปี สิ่งที่ต้องควบคุมคือแรงดันในกระเพาะอาหาร,ความเป็นกรดด่างในหลอดอาหารให้มีความเป็นด่างให้สูงสักเล็กน้อยและต้องจัดการให้มีแบคทีเรียดีในลำไส้
รู้จักยาลดกรดกลุ่ม PPIs
ยาลดกรดกลุ่ม PPIs ที่ขึ้นทะเบียนโดย อย. ประเทศไทย มีดังนี้
- รักษาแผลในกระเพาะอาหาร (Gastric ulcers) แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenal ulcers)
- รักษาแผลในทางเดินอาหารจากการใช้ยาบรรเทาอาการอักเสบในกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID-associated ulcers)
- รักษากรดไหลย้อน (Gastro-Esophageal reflux disease)
- รักษาภาวะที่มีการหลั่งกรดมากเกิน (รวมถึง Zollinger – Ellison syndrome)
- รักษาการติดเชื้อ Helicobacter Pylori (H. Pylori) โดยใช้ร่วมกับยาต้านจุลชีพ (Antibiotics)
- รักษาหลอดอาหารอักเสบชนิดปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to severe reflux esophagitis)
สำหรับกรณีที่ใช้ยาเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์
ท่านอน-พฤติกรรมเสี่ยง “กรดไหลย้อนกำเริบ”แนะวิธีป้องกัน
ผลต่อระบบทางเดินอาหาร
- เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมากกว่าปกติเมื่อหยุดใช้ยา พบได้ในผู้ที่ใช้ยาติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ หรือมากกว่า ดังนั้นในผู้ป่วยบางรายอาจต้องปรับลดขนาดยาลงก่อนหยุดยา
- เกิดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อ Clostridium difficile ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ซึ่งความรุนแรงอาจแตกต่างกันในแต่ละรายเนื่องจากการใช้ยาทำให้กระเพาะอาหารมีความเป็นกรดน้อย จึงมีโอกาสทำให้เชื้อนี้เจริญเติบโต
- การดูดซึมสารอาหารลดลง ทำให้เกิดการขาดวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินบี 12 แคลเซียม และแมกนีเซียม
- ผลต่อไต การใช้ยาเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคไตเรื้อรังและการดำเนินของโรคแย่ลง ดังนั้นการใช้ยากลุ่มนี้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุจึงควรมีการติดตามค่าการทำงานของไต หรือค่า Glomerular filtration rate (GFR)
- ผลต่อระบบทางเดินหายใจ พบว่าผู้ที่ใช้ยาลดกรดกลุ่ม PPIs มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคปอดอักเสบชุมชน (Community acquired pneumonia) มากกว่าผู้ไม่ใช้ยาทั้งนี้อาจเกิดจากการที่กระเพาะอาหารมีความเป็นกรดน้อยลงทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อและเกิดการสำลักเชื้อที่สะสมรวมอยู่บริเวณหลอดคอลงสู่เนื้อปอด
- ผลต่อระบบจิตประสาท การใช้ยาลดกรดกลุ่ม PPIs ในผู้สูงอายุเป็นเวลานานมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคสมองเสื่อม ทั้งนี้มีรายงานว่าการใช้ยากลุ่มนี้มีผลทำให้เกิดการสะสมของเบต้าอะไมลอยด์ (Beta-amyloid) ทำให้เกิดพยาธิสภาพของโรคอัลไซเมอร์ได้
- ผลต่อกระดูก การใช้ยาในระยะยาวและขนาดสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและพบความเสี่ยงของการเกิดกระดูกสะโพกและกระดูกไขสันหลังหักได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังอย่างยิ่งในการใช้ยานี้ในกลุ่มผู้สูงอายุ
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในกลุ่มผู้สูงอายุเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ หรือหากจำเป็นต้องใช้ ควรพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามผลการใช้ยาและเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต และ สภากาชาดไทย
ภาพจาก : Shutterstock
“กรดไหลย้อน” โรควัยทำงาน ยิ่งอ้วนยิ่งเสี่ยง เผยพฤติกรรมต้องระวัง
4 กลุ่มอาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน ย้ำกินแล้วนอนเสี่ยงกรดไหลย้อน