4 กลุ่มอาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน ย้ำกินแล้วนอนเสี่ยงกรดไหลย้อน
หลายคนมีพฤติกรรมกินแล้วนอน อาจจะเพราะเหนื่อยจากงานหรือความเคยชินแต่รู้หรือไม่นั้นคือความเสี่ยงกรดไหลย้อนอีกทั้งยังมีอาหารบางประเภทที่ควรเลี่ยงกินก่อนนอนเพราะอาจทำให้คุณทั้งนอนไม่หลับและป่วยได้
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน ทำให้พฤติกรรมการกินของเราเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางคนก็กินไม่เป็นมื้อ บางคนกว่าจะเลิกงานกลับถึงบ้านก็ดึกแล้วและกว่าจะได้กินข้าว แถมพอ กินแล้วนอน เลย พอนานๆไปก็จะเริ่มมีอาการจุกเสียดแน่นคล้ายอาหารไม่ย่อย จุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ แสบร้อนบริเวณอกบ่อยๆ บางครั้ง มี เรอ คลื่นไส้ อาจมีน้ำรสเปรี้ยวหรือขมไหลย้อนขึ้นมาในปากและคอ อาการเหล่านี้บ่งบอกว่า คุณกำลังเป็นป่วยเป็นกรดไหลย้อน
กรดไหลย้อน โรคนี้พบได้บ่อย แต่มักไม่ได้ให้ความสำคัญ ปล่อยให้เกิดอาการเรื้อรัง บางครั้งซื้อยามาทานเองและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจทำให้เกิดหลอดอาหารอักเสบ แผลที่หลอดอาหาร หรือหลอดอาหารตีบ เกิดการเปลี่ยนแปลงเซลล์ของเยื่อบุหลอดอาหาร บางรายอาจรุนแรงจนถึงขั้นเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้
ทำไมกินแล้วนอน ถึงเสี่ยงเป็นกรดไหลย้อน?
ปกติหลังกินอาหารเสร็จ กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนที่เชื่อมต่อกับกระเพาะอาหารจะเปิดหลังจากที่เรากลืน ทำให้อาหารสามารถที่จะเคลื่อนผ่านจากหลอดอาหารลงสู่กระเพาะอาหารได้ และจะปิดอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนเข้ามาสู่หลอดอาหาร แต่ถ้ากล้ามเนื้อหูรูดนี้ทำงานผิดปกติหรือมีความแข็งแรงลดลงจะทำให้อาหารและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับมาที่หลอดอาหารได้ ฉะนั้นควรกินอาหารเสร็จก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
เรื่องต้องห้ามก่อนเข้านอน เพื่อคุณภาพการนอนที่ดี ตื่นมาสดชื่น!
ก่อนนอนควรหลีกเลี่ยงอาหารต่อไปนี้
- อาหารที่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เช่น อาหารรสจัด เผ็ดจัด มีความเป็นกรด เช่น มะเขือเทศ
- อาหารที่ค้างอยู่ในกระเพาะอาหารได้นาน เช่น อาหารที่ไขมันสูง อาหารทอด อาหารผัดน้ำมันมากๆ
- อาหารและเครื่องดื่มที่มีสารช่วยการคลายตัวของกล้ามเนื้อ เพราะจะลดการบีบตัวของกระเพาะอาหาร เช่น ช็อกโกแลต สุรา/แอลกอฮอล์
- อาหารที่กระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดเพิ่มขึ้น เช่น เครื่องดื่มมีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ
นอกจากนี้หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างกินอาหารควรรอให้ทานเสร็จแล้วประมาณ 10 นาทีค่อยดื่มน้ำ เพื่อไม่ให้ มี ปริมาณอาหารและของเหลวในกระเพาะอาหารมากเกินไป ที่สำคัญไม่ควรซื้อยากินเอง เนื่องจากยาบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม ยาลดความดันบางประเภท ยาทางจิตประสาท ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เป็นต้น จะทำให้หูรูดคลายตัว หรือมีกรดหลั่งมากขึ้นผู้ที่เป็นโรคนี้ควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว อาการไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องได้รับยาในการรักษา และควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
“นอนกรน” รู้ตัว รักษาได้ เพิ่มคุณภาพการหลับให้สมองแจ่มใส ลดโรค