“หูดับเฉียบพลัน” อาการความเงียบที่ “เปิ้ล นาคร” เผยอาจไม่ได้ยินตลอดชีวิต
เปิดสาเหตุ-อาการของ “โรคหูดับเฉียบพลัน” ความเงียบอันตรายที่ “เปิ้ล-นาคร” เผยเป็นแล้วอาจเสี่ยงไม่ได้ยินตลอดชีวิต แนะรีบพบแพทย์รักษาดีที่สุด
อยู่ดี ๆ ก็ไม่ได้ยินเสียง หรือได้ยินแค่ข้างเดียว! อาการแบบนี้ถือเป็นภาวะเร่งด่วนฉุกเฉินของโรคหู คอ จมูก หรือที่เรียกว่า “โรคหูดับเฉียบพลัน” หากใครกำลังสงสัยว่าตัวเองกำลังเป็นหรือไม่
วันนี้ “เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย” นักแสดง นักธุรกิจ พิธีกรฝีปากกล้า ที่ปัจจุบันคนรู้จักเขาในฐานะนักกีฬาเจ็ตสกีได้ควงคู่มากับลูกชายคนเก่งที่ตามรอยคุณพ่อเป็นนักกีฬาเจ็ตสกีเช่นกันอย่าง “น้องออก้า นครา ศิลาชัย”
ส.เจ็ตสกีไทย แถลงกรณี "น้องออก้า" ชวดเงินอัดฉีด "เปิ้ล นาคร" ขอไม่รับ
ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ป่วย เป็นโรคหูดับเฉียบพลันผ่านรายการ “Rise & Shine ชีวิตดีเริ่มที่ตัวเรา ซีซัน 3”
โดย “เปิ้ล-นาคร” เล่าให้ฟังว่า เขาต้องเดินทางไปแข่งขันที่ต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง พอแข่งเสร็จก็กลับมาทำงานต่อ ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จนอยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีอาการหูดับเฉียบพลัน ซึ่งเวลาขับรถก็ไม่ได้ยินเสียงแตร หรือเสียงรอบข้างเลย ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ทิศทาง ซึ่งถ้าเราเบี่ยงซ้าย แต่ถ้าเขาขับรถเข้ามาเลนซ้ายพอดี ก็อันตราย ตัวเองเลยรีบไปรักษา ตอนนั้นแพทย์บอกว่าอาจหายหรือไม่หายก็ได้ แต่เราก็ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด ใช้เวลา 2-3 วัน ตอนนี้ก็กลับมาได้ยินเสียงเหมือนเดิมแล้ว
แต่เรื่องโรคหูดับเฉียบพลันเกิดจากอะไร เป็นแล้วรุนแรงแค่ไหน นายแพทย์ เอกรินทร์ อชะปาละศิริ แพทย์โสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมให้เราได้รู้กัน
รู้จัก “โรคหูดับเฉียบพลัน”
โรคหูดับเฉียบพลัน เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนในทุกช่วงวัย แต่ส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มอายุ 40 – 50 ปี โดยทั่วไปแล้วโรคนี้เกิดขึ้น โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่อาการมักเกิดขึ้นกับหูข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น แต่ปกติจะเกิดขึ้นในหูชั้นใน ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนรับเสียง ส่วนนี้เสื่อมลง ทำให้หูของเราข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ยินเสียง หรือทั้งสองข้างไม่ได้ยินเลยนั่นเอง
โดยบางคนอาจจะมาพบแพทย์โดยไร้สัญญาณเตือน คืออยู่ดี ๆ ก็ไม่ได้ยินเสียงเลย หรือบางคนอาจเกิดขึ้นหลังจากจามทันที หรือตอนตื่นนอน คือ ได้ยินเสียงวิ้ง แล้วก็ดับไป
“ได้ยินเสียงไม่เท่ากัน” สัญญาณหูดับเฉียบพลัน
โรคหูดับเฉียบพลัน ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการได้ด้วยตัวเอง เช่น ปิดเสียงโทรศัพท์ และทดสอบการได้ยินด้วยหูทั้งสองข้าง หากแต่ละข้างได้ยินเสียงไม่เท่ากัน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหูดับเฉียบพลันได้
การรักษาโรค
วิธีการรักษาโรคหูดับเฉียบพลัน จะเป็นการให้ยาสเตรียรอยด์ 2 แบบ มีทั้งแบบยาเม็ด และยาฉีด มีจุดประสงค์เดียวกันเพื่อให้เซลล์ประสาทฟื้นตัว สำหรับยาเม็ดอาจใช้ระยะเวลากิน 1-2 อาทิตย์แล้วค่อย ๆ ลดลง ส่วนยาฉีด จะรักษาได้เร็วกว่า เพราะเพียงแค่ฉีด จึงอาจทำให้ฟื้นตัวได้ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนี้ในทางการแพทย์ไม่ถือว่าแตกต่างกันมาก ถ้าหากจะให้เปรียบเป็นเปอร์เซ็นต์การกินยาเม็ดอาจช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ 60% ขณะที่การฉีดอยู่ที่ 70%
ภาพจาก : รายการ Rise & Shine ชีวิตดีเริ่มที่ตัวเรา ซีซัน 3แต่จริง ๆ แล้ว การดูแลที่ดีที่สุด คือเรื่องของความเครียด และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะโรคนี้มักเกิดกับคนที่มีภาวะดังกล่าว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกาย โดยเฉพาะกับหลอดเลือด เช่น เมื่อหลอดเลือดตีบ หรือปิดไป ก็จะทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี และทำให้เกิดปัญหาหูดับเฉียบพลันได้ในที่สุด ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจจะเสี่ยงเป็นโรคหูดับตลอดชีวิตด้วย ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าประสิทธิภาพการได้ยินลดลงควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด