กลุ่มเสี่ยงโรคข้ออักเสบ ใครบ้างต้องระวังความรุนแรงของโรคเสี่ยงพิการ
รู้หรือไม่ ? โรคข้ออักเสบเรื้อรัง พบมากในคนหนุ่มคนสาวในช่วงวัยรุ่น วัยเรียน ถึงช่วงเริ่มทำงาน อีกทั้งยังไม่มีอาการเด่นชัดมากนัก ทำให้เกิดการรักษาล่าช้าเสี่ยงต่อพิการ
โรคข้ออักเสบเรื้อรัง เป็นกลุ่มโรคหนึ่งที่ทำให้เกิดความพิการได้ และในบรรดาโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่มีอยู่หลาย ๆ โรค มีอยู่กลุ่มโรคหนึ่งที่มีคนหนุ่มคนสาวจำนวนไม่น้อยป่วยเป็นโรคกลุ่มนี้ กลุ่มโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบหรือ Spondyloarthropathy ตามสถิติแล้วมีคนที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบในกลุ่มโรคนี้รวม ๆ กันประมาณร้อยละ 1 – 2 ของประชากร นั่นหมายความว่า ในประเทศไทยมีคนที่ป่วยเป็นโรคกลุ่มนี้ประมาณร่วมล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อย
พบมากในคนหนุ่มคนสาวในช่วงวัยรุ่น วัยเรียน ถึงช่วงเริ่มทำงาน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มโรคที่มีอาการแสดงไม่เด่นชัดนัก ทำให้แพทย์ส่วนมากไม่ได้นึกถึงหรือไม่คุ้นเคย ผู้ป่วยที่เป็นโรคกลุ่มนี้จึงมักไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องล่าช้าไปจนบางรายได้รับความเจ็บป่วยทนทุกข์ทรมานเป็นระยะเวลานานหรือจนถึงขึ้นเกิดความพิการ
ความรุนแรงของโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ
ความรุนแรงของโรคกลุ่มนี้แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย บางรายเป็นไม่รุนแรง บางรายเป็นรุนแรง แพทย์ที่ทำการรักษาจึงต้องมีประสบการณ์ในการรักษาพอสมควรเพื่อปรับการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายและติดตามการรักษาได้อย่างถูกต้อง ประกอบกับโรคข้ออักเสบเรื้อรังต้องมีการติดตามและปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน แพทย์ที่ให้การรักษาจึงควรเป็นแพทย์เฉพาะทางในการรักษาโรคข้อ เช่น แพทย์ในสาขารูมาโตโลจิส เป็นต้น
กลุ่มโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ
เนื่องจากเกือบทุกโรคในกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกันคือ มีข้ออักเสบของข้อบริเวณแขนขา ซึ่งส่วนมากจะเป็นข้อบริเวณขา เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า มีอาการปวดบวมของข้อร่วมกับการอักเสบของข้อบริเวณกระดูกสันหลัง ทำให้มีอาการปวดหลัง แต่บางรายก็ไม่ปวด โรคในกลุ่มนี้ที่พบมากมีหลายโรค โดยจัดเป็นโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบที่ยังแยกไม่ออก เช่น
- โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ จะมีข้อกระดูกสันหลังอักเสบเป็นหลัก แต่ก็มีข้อของขาหรือแขนอักเสบร่วมด้วยได้
- โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน จะเกิดในผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
- โรคข้ออักเสบรีแอ็กทีฟ ที่เกิดมีการอักเสบของข้อต่าง ๆ หลังจากมีการติดเชื้อ
- โรคข้ออักเสบที่เกิดร่วมกับลำไส้อักเสบ ซึ่งพบไม่บ่อยนักในบ้านเรา ถ้าลักษณะของโรคไม่เข้ากับโรคต่าง ๆ
อาการโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ
- ปวดบวมข้อ มักจะเป็นข้อเข่าหรือข้อเท้า เป็น ๆ หาย ๆ เป็นเวลานาน มักจะเป็นข้อที่ไม่เกิดพร้อมกัน 2 ข้าง เช่น บวมข้อเข่าซ้ายแล้วมาปวดบวมข้อเท้าขวา บางรายมีข้อบวมมาก มีน้ำในข้อปริมาณมากได้ เนื่องจากการอักเสบ
- ปวดหลัง มักจะปวดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่าง ๆ แต่ถ้าเป็นมากอาจจะลุกลามขึ้นมาถึงกระดูกสันหลังส่วนบนหรือคอ เมื่อเป็นนาน ๆ จะทำให้หลังแข็งหรือคอแข็งจะก้มตัวหรือขยับหันศีรษะได้ลำบาก
- เส้นเอ็นอักเสบ มีอาการปวดบริเวณเส้นเอ็นของขาหรือเท้า เช่น เจ็บเอ็นร้อยหวายบริเวณส้นเท้าข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง จะเจ็บมากขึ้นเวลาเดินหรือเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เวลาเดินจะเจ็บบริเวณส้นเท้า เวลาตื่นนอนตอนเช้าลุกจากที่นอนลงมายืนจะเจ็บฝ่าเท้าบริเวณส้นเท้ามาก แต่พอก้าวเดินไปเดินมากลับปวดน้อยลง
- ปวดหลังหรือปวดตามข้อ เวลาอยู่นิ่ง ๆ หรือนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ พอเริ่มขยับจะปวด แต่พอขยับตัวไปแล้วจะปวดน้อยลง เวลาตื่นนอนตอนเช้ามีปวดข้อ ข้อฝืดแข็ง ขยับลำบาก แต่ถ้าขยับตัวไปมาเรื่อย ๆ จะไม่ค่อยปวด
- อาการทางตา ตาแดง ตาอักเสบ อาจมีร่วมด้วยได้
- ทางเดินปัสสาวะอักเสบบ่อย ๆ อาจมีร่วมด้วยได้
- นิ้วมือหรือนิ้วเท้าปวดบวมอักเสบ ทั้งนิ้ว 1 – 2 นิ้ว ทำให้นิ้วบวมโตคล้ายไส้กรอก
อาการที่กล่าวมาอาจเกิดขึ้นทีละอาการหรือเกิดร่วมพร้อม ๆ กันได้ ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกับรอยโรคที่ผิวหนังเป็นโรคสะเก็ดเงินก็จัดเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน ถ้ามีอาการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นภายหลังการติดเชื้อ เช่น ท้องเดิน ท้องเสีย หรือเจ็บคอก็จัดเป็นโรคข้ออักเสบรีแอ็กทีฟ เป็นต้น
“สะเก็ดเงิน” ไม่ใช่โรคติดต่อแต่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ รู้ก่อนชะลอได้
ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโรคกลุ่มนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่จากการศึกษาพอจะระบุได้ว่า โรคกลุ่มนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ปัจจัยที่สำคัญคือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักจะมีพันธุกรรมที่ทำให้มีโอกาสเกิดโรคได้ และต้องมีปัจจัยภายนอกมากระตุ้นให้เกิดโรค ซึ่งปัจจัยที่มากระตุ้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มักจะเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อโรคบางอย่าง เช่น
- การติดเชื้อลำไส้อักเสบจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ทำให้มีอาการท้องเดิน ท้องเสีย
- การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือแม้กระทั่งหลอดลมอักเสบเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเปลี่ยนไป
อาการต่าง ๆ เหตุที่เกิดโรคนี้ในช่วงวัยรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เพราะเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายคนเราแข็งแรงที่สุด ดังนั้นการเกิดการอักเสบจากภูมิคุ้มกันก็รุนแรงที่สุดเช่นเดียวกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : รพ.กรุงเทพ
ภาพจาก : shutterstock
สาเหตุรอยดำตามซอขาหนีบ-ซอกลับ ปัญหากวนใจที่แก้ได้!
“เส้นเสียงอักเสบ” โรคพบบ่อยในศิลปินที่ "เป๊ก-นิว" เจอมากับตัว