"หูด"สัญญาณติดเชื้อ HPV- หูดหงอนไก่เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกหรือไม่?
รู้หรือไม่? เชื้อ HPV มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ นอกจากจะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งปากมดลูกแล้วยังทำให้เป็นหูดได้อีกด้วย เช็กเลยหูดแบบไหนสัญญาณติดเชื้อ ตกขาวแบบไหนผู้หญิงควรระวัง!
เชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการติดเชื้อเนื้อเยื่อบุผิว ส่งผลให้เกิดโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ในผู้หญิง 99.7% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้ เชื้อไวรัส HPV อาจทำให้เกิดมะเร็งปากช่องคลอดได้อีกด้วย ขณะที่ผู้ชายเองก็เสี่ยงมะเร็งทวารหนัก และมะเร็งองคชาติได้เช่นกัน โดยมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่อันตรายต่อร่างกายมากที่สุดคือ สายพันธุ์ 16 และ 18 หรือหากใครที่ไม่มีอาการก็จะกลายเป็นพาหะนำโรคไปสู่คู่นอนได้
อาการเมื่อติดเชื้อ HPV
ผู้ที่ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะกำจัดเชื้อไวรัสได้ก่อนเป็นหูด ซึ่งลักษณะของหูดจะแตกต่างตามสายพันธุ์ไวรัส ได้แก่
- หูดทั่วไป จะเป็นตุ่มเล็ก ๆ ที่อาจขึ้นตามมือ นิ้ว ข้อศอก มีสีเนื้อ สีขาว สีชมพู สีน้ำตาลอ่อน บริเวณที่พบคือ มือ นิ้วมือ ข้อศอก แม้ไม่อันตราย แต่อาจทำให้เจ็บปวด โดยผิวหนังที่เกิดหูดอาจมีเลือดออกได้ง่าย
- หูดแบนราบ จะมีสีเข้มกว่าปกติและนูนขึ้นมาเล็กน้อย มีขนาดเล็ก พื้นเรียบ เกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยผู้หญิงมักพบที่ขา ผู้ชายมักพบที่เครา เด็กมักพบที่ใบหน้า
- หูดบริเวณอวัยวะเพศ หรือหูดหงอนไก่ เป็นติ่งเนื้อคล้ายดอกกะหล่ำที่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศหญิง อวัยวะเพศชาย และทวารหนัก มักรู้สึกคัน แต่ไม่เจ็บปวด ซึ่ง 90% เกิดจากสายพันธุ์ HPV 6 และ 11 ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดโรคมะเร็งค่อนข้างต่ำ
- หูดบริเวณฝ่าเท้า มักขึ้นตรงส้นเท้าหรือเนินปลายเท้า มีลักษณะเป็นตุ่มแข็ง ไม่ว่ายืนหรือเดินจะรู้สึกเจ็บ
ตกขาวผิดปกติแบบไหนผู้หญิงควรระวังติดเชื้อ HPV
- เลือดปนตกขาว
- ตกขาวมีกลิ่นเหม็น
- มีเลือดออกกะปริบกะปรอยจากช่องคลอด มีอาการเป็นๆหายๆ
หากติดเชื้อที่ทวารหนัก ก็จะมีแผลหรือก้อนยื่นออกมาผิดปกติ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่ผู้หญิงบางรายได้รับเชื้อ HPV เข้าสู่ร่างกายแต่ไม่แสดงอาการและเชื้อก็จะหายไปเอง หรือหากร่างกายอ่อนแอก็อาจก่อให้เกิดความผิดปกติภายหลัง
เชื้อ HPV ปัจจัยก่อ “มะเร็งช่องปาก” ใครบ้างเสี่ยง? สัญญาณรีบพบแพทย์!
กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ HPV
- หญิงชายที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- เด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กวัยเจริญพันธุ์
- ผู้ที่มีแผลหรือรอยขีดข่วนตามผิวหนัง
- ผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ ฯลฯ
- ผู้ที่สัมผัสหูดหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อโดยไม่ได้สวมถุงมือเพื่อป้องกัน
- สถานที่ที่มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เช่น ห้องอาบน้ำสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฯลฯ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลพญาไท
ภาพจาก : freepik และ shutterstock
ห้องน้ำสาธารณะเสี่ยงติดเชื้อ HPV ก่อมะเร็งปากมดลูกจริงหรือไม่?