เคลือบฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุคืออะไร จำเป็นต่อเด็กมากน้อยแค่ไหน?
ฟลูออไรด์ จัดเป็นองค์ประกอบ 1 ใน 5 ที่สำคัญในการป้องกันฟันผุ ที่ไม่ได้มีอยู่ในยาสีฟันอย่างเดียว แต่ยังมีอยู่ในอาหารหลายชนิด และสามารถใช้เคลือบที่ฟันของเด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่เลยโดยตรงก็ได้ ชวนรู้จักชนิดของฟลูออไรด์ และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นและควรระวัง
ฟลูออไรด์ คือ แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันฟันผุ จะเห็นได้ว่ายาสีฟันมักมีสารดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมยาสีฟันจึงมีส่วนในการช่วยป้องกันฟันผุได้ดีมากขึ้น ทั้งนี้ ฟลูออไรด์ไม่ได้มีอยู่แค่เฉพาะในยาสีฟันเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในอาหารหลาย ๆ ชนิด อาทิ อาหารทะเลต่าง ๆ เนื้อสัตว์ และผัก แต่แน่นอนว่าปริมาณฟลูออไรด์ที่รับประทานจากอาหารนั้นก็อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ฟันแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก ๆ ที่มักชอบทานขนม ของหวาน
การเคลือบฟลูออไรด์ คือ ทันตกรรมเด็กที่ทำโดยการใช้สารฟลูออไรด์เคลือบลงไปบนซี่ฟันของเด็กเพื่อให้ฟันมีความแข็งแรงมากขึ้น ทนทานต่อกรดของแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อเด็ก โดยการเคลือบฟลูออไรด์ในฟันน้ำนมนั้น จะช่วยรักษาให้ฟันน้ำนมไม่ผุจนหลุดหรือต้องถอนทิ้งไปก่อนเวลาที่ฟันแท้จะขึ้น เพราะหากฟันน้ำนมหลุดก่อนที่ฟันแท้จะขึ้นมาตามธรรมชาติ อาจทำให้เกิดปัญหาฟันซ้อน ฟันห่าง ฟันเก กับเด็กได้ ในขณะที่การเคลือบฟลูออไรด์ในฟันแท้ของเด็กนั้น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ ทำให้เด็ก ๆ ไม่ต้องทรมานจากการปวดฟัน และไม่ต้องเสี่ยงเสียฟันแท้ไปก่อนเวลาอันควร ทำให้สูญเสียความมั่นใจ และตามมาด้วยปัญหาในการดูแลรักษาอื่น ๆ ภายหลัง
การเคลือบฟลูออไรด์ในเด็ก สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 รูปแบบ
- ฟลูออไรด์วาร์นิช ใช้สำหรับการเคลือบฟลูออไรด์ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี โดยคุณหมอฟันเด็กจะดำเนินการขัดฟันให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นจะทาฟลูออไรด์วาร์นิชบนผิวฟันของเด็ก ซึ่งสามารถทาลงไปบนจุดที่ฟันผุอยู่แล้วหรือทาลงไปบนซี่ที่สุ่มเสี่ยงที่จะฟันผุโดยตรงได้เลย ก็จะช่วยหยุดอาการฟันผุไม่ให้ลุกลามเพิ่มขึ้นได้
- ฟลูออไรด์เจล ในสำหรับการเคลือบฟลูออไรด์ในเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 ปีขึ้นไป โดยคุณหมอฟันจะขัดฟันของเด็กให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นจะบรรจุฟลูออไรด์เจลลงในถาดที่มีขนาดเหมาะกับฟันของเด็ก ลำดับต่อมาคือนำเอาถาดที่มีฟลูออไรด์เจลครอบไปยังฟันของเด็กทั้งบนและล่างแล้วให้เด็กกัดถาดนั้นไว้นานประมาณ 4 นาที เพื่อให้ฟลูออไรด์เจลเคลือบฟันได้สนิทเรียบร้อย
วัยใดบ้างจำเป็นต้องได้รับฟลูออไรด์
การใช้ฟลูออไรด์ที่ให้ผลเฉพาะที่สามารถเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น (เด็กอายุประมาณ 6 เดือน) ในรูปแบบของยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แนะนำให้ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ที่ความเข้มข้น 1000 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันฟันผุ ซึ่งปริมาณของยาสีฟันที่ใช้มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย
- ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ควรใช้ปริมาณแค่แตะขนแปรงพอเปียก และควรเช็ดฟองออกขณะแปรงฟัน
- ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ควรใช้ปริมาณเท่ากับความกว้างของแปรง
- ในเด็กอายุ 6 ปี ขึ้นไปและผู้ใหญ่ ควรใช้ปริมาณเท่ากับความยาวของแปรง
อาหารเพื่อสุขภาพช่องปาก รักษาสมดุล ป้องกันฟันผุ เสริมสร้างกระดูกและฟัน
ถ้าได้รับฟลูออไรด์มากเกินไปจะเกิดอันตรายหรือไม่
ฟลูออไรด์ที่ทำให้เกิดอันตรายเป็นฟลูออไรด์ที่ให้ผลทางระบบโดยการรับประทานฟลูออไรด์เข้าไป เช่น การกลืนยาสีฟันฟลูออไรด์หรือยาบ้วนปากฟลูออไรด์ การดื่มน้ำที่มีปริมาณฟลูออไรด์มากเกินไป ซึ่งการเกิดพิษฟลูออไรด์ แบ่งได้เป็น 2 แบบคือ
- การเกิดพิษชนิดเฉียบพลัน เกิดจากการรับประทานฟลูออไรด์เกินขนาดในครั้งเดียว ซึ่งจะมีอาการรุนแรงเพียงใดขึ้นกับปริมาณฟลูออไรด์ที่ได้รับเข้าไป อาการที่พบมีตั้งแต่คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย จนกระทั่งเสียชีวิตได้
- การเกิดพิษชนิดเรื้อรัง เกิดจากการรับประทานฟลูออไรด์ในขนาดที่สูงกว่าขนาดที่เหมาะสมติดต่อกันเป็นเวลานาน อาการที่แสดงออกขึ้นกับปริมาณฟลูออไรด์และระยะเวลาที่ได้รับเข้าไป อาการที่พบส่วนใหญ่ คือ ฟันตกกระ และอาจมีผลต่อกระดูกทำให้ปวดข้อมือ ข้อเท้า ถ้าเป็นมากจะลุกลามไปยังกระดูกสันหลัง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ทำให้หายใจลำบากและเสียชีวิตได้ มักพบในผู้ที่ดื่มน้ำบาดาลในภาคเหนือ
การเคลือบฟลูออไรด์ในเด็กก็ควรได้รับการดำเนินการโดยทันตแพทย์เด็กที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการดูแลรักษาฟันเด็กโดยเฉพาะ เพราะต้องอาศัยจิตวิทยาในการสื่อสารกับเด็กเพื่อให้ทำการเคลือบฟลูออไรด์ได้อย่างราบรื่น รวมถึงยังต้องคำนวณปริมาณฟลูออไรด์ที่เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม มีความเข้มข้นที่ปลอดภัยต่อเด็ก ๆ ด้วย โดยคำแนะนำในการเคลือบฟลูออไรด์สำหรับเด็ก ๆ นั้น สามารถทำได้ทุก ๆ 3-6 เดือน ตามความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุ ซึ่งก็จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการประเมินความเสี่ยงฟันผุของเด็ก ๆ เป็นรายบุคคล
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไทและคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ภาพจาก : freepik และ shutterstock
“ฟันผุ”ปล่อยทิ้งไว้นานอาจแย่ถึงขั้นอักเสบติดเชื้อทะลุถึงโพรงประสาท