ฟันผุเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด เปิด 5 กลุ่ม จำเป็นต้องถอนฟันหลายซี่ทีเดียว
สุขภาพช่องปากดี ส่งผลต่อดีสุขภาพร่างกาย เมื่อพบฟันผุหรือเป็นโรคปริทันต์อักเสบควรรีบรักษา หากปล่อยทิ้งไว้เสี่ยงติดเชื้อ ส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ และติดเชื้อในกระแสเลือด ทันตแพทย์เผย 5 กลุ่มคนไข้ที่สามารถถอนฟันได้ทีละหลายซี่
นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สุขภาพช่องปากเป็นเรื่องสำคัญ ต้องใส่ใจดูแล เพราะเป็นประตูนำไปสู่การมีสุขภาพร่างกายที่ดี ขณะเดียวกันปัญหาในช่องปากอาจเป็นต้นเหตุทำให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งระบบได้ เช่น โรคฟันผุ ซึ่งเกิดจากการมีเศษอาหารไปค้างอยู่ตามซอกฟัน จึงทำให้เชื้อแบคทีเรียสร้างกรดที่มีฤทธิ์ทำลายผิวฟัน ทำให้ฟันถูกกัดกร่อนทำลายเป็นรู เมื่อการผุลุกลามมากขึ้น จะทำให้มีอาการเสียวฟันหรือปวดฟันตามมาได้ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาการบดเคี้ยว ระบบย่อยอาหาร ปล่อยให้ผุลุกลามจนถึงโพรงประสาทฟัน
อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแพร่กระจายไปสู่เนื้อเยื่ออื่นๆของร่างกายและอาจลุกลามไปยังบริเวณที่สำคัญ เช่น แก้ม ใต้คาง ใต้ตา อาการปวดและบวมจะรุนแรงขึ้น นอกจากนี้เหงือกอักเสบถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษา โรคจะลุกลามจนเป็นโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งจะพบมีเหงือกแดงบวม และมีเลือดออก เมื่อโรคลุกลามรุนแรงขึ้นจะทำให้ฟันโยก อาจเกิดหนองหรือเป็นฝีปริทันต์ ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อโรคแพร่กระจายลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญของร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเชื้อจะเดินทางผ่านกระแสเลือด ท่อน้ำเหลือง ระบบทางเดินหายใจ และอาจรุนแรงถึงขั้น ติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้
ส่วนกรณีที่เป็นประเด็นของ กรณีผู้ป่วยสูงอายุ 64 ปี เสียชีวิต หลังถอนฟัน 12 ซี่ ทำให้บนโลกโซเชียล เกิดการถกเถียงกันว่าทำไมถึงต้องถอนเยอะขณะนั้น ทพ.อำนวยศิลป์ ครุสันธิ์ ทันตแพทย์ ศัลยกรรมช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล โรงพยาบาลยโสธร ให้ข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Amnuaysilpa Krusan ว่า เป็นประเด็น มีคนไข้ไปถอนฟันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 12 ซี่ แบ่งถอน 2 ครั้ง หลังจากนั้นคนไข้เสียชีวิต..กำลังรอทางโรงพยาบาลตรวจสอบและแถลงข้อเท็จจริงอยู่ในโลกโซเชียลก็วิพากวิจารณ์ไปถามว่า.คนไข้เป็นอะไรถึงต้องถอนฟันทีละเยอะๆขนาดนั้น , ทำได้ด้วยเหรอ , ถอนเยอะขนาดนั้นจะไปทนได้หรือ ตอบ.. “ทำได้ครับ .และทำกันเป็นประจำ”
คนไข้กลุ่มไหนบ้างที่ต้องเร่งถอนฟันทีละเยอะๆขนาดนั้น
- คนไข้ที่เป็นมะเร็งบริเวณช่องปาก ,โพรงจมูก,คอ ที่ต้องได้รับการรักษาโดยการฉายรังสี ถ้าประเมินแล้วว่าคนไข้มีสุขภาพช่องปากที่ไม่ดี มีความเสี่ยงสูงที่จะมีปัญหาทำให้ต้องมาถอนฟันหลังจากได้รับรังสีไปแล้ว (อาจหลายปีหลังจากได้รับรังสี)..หลังถอนฟันจะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะกระดูกขากรรไกรเน่าตาย ซึ่งจะไม่ได้เน่าเฉพาะตำแหน่งซี่ที่เราถอนฟันไปเท่านั้น แต่การเน่าตายจะลุกลามไปเป็นบริเวณกว้างทั้งขากรรไกรได้ ในกรณีนี้เราจะพิจารณาถอนฟันที่มีปัญหา หรืออาจต้องถอนทิ้งทั้งปาก โดยการถอนฟันนี้ต้องทำให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ผู้ป่วยจะไปรับการฉายรังสี อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถ้าเวลาน้อยกว่านั้น ผู้ป่วยไปรับการฉายรังสีก็มีความเสี่ยงที่แผลถอนฟันจะเกิดภาวะกระดูกเน่าตายเช่นกัน
- ผู้ป่วยที่ต้องเตรียมช่องปาก ก่อนไปรับการผ่าตัดหัวใจ เช่นใส่ลิ้นหัวใจเทียม ฯลฯ ผู้ป่วยเหล่านี้หากผ่าตัดหัวใจไปแล้ว หากต้องมาถอนฟันทีหลัง จะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อที่ตำแหน่งที่ผ่าตัดหัวใจ ซึ่งอัตราการเสียชีวิตจะสูง จึงจำเป็นต้องจัดการฟันที่มีปัญหาให้เรียบร้อย ให้ทันวันนัดผ่าตัด
- ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อบริเวณช่องปาก ใบหน้า.คอ ที่มีสาเหตุมาจากฟันหลายซี่ การรักษาก็ต้องกำจัดฟันเหล่านั้นที่เป็นสาเหตุ
- ผู้ป่วยที่ต้องเตรียมช่องปาก เพื่อใส่ฟันปลอม และมีฟันต้องถอนหลายซี่ อันนี้อาจไม่เร่งด่วนหากคนไข้รอได้ จะค่อยๆทะยอยถอนทีละซี่ก็ได้ หากมีฟันต้องถอนหลายซี่ อาจใช้เวลาเป็นปีกว่าจะได้ใส่ฟันปลอม หรือหากต้องการใส่ฟันเร็วก็ถอนทีละหลายซี่ได้ ข้อดีอีกอย่างของการถอนพร้อมกันหลายซี่คือ หากจำเป็นต้องตกแต่งเหงือกให้เรียบร้อยก็สามารถทำไปพร้อมกันได้
- เด็กที่มีฟันผุเสียทั้งปาก จำเป็นต้องถอน และเด็กไม่ให้ความร่วมมือ หรือเป็นเด็กพิเศษ บางลักษณะ ที่ไม่สามารถทำการถอนฟันภายใต้การใช้ยาชาเฉพาะที่ก็จะพิจารณาทำภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งก็จะพิจารณาทำไปทีเดียวทั้งปาก ถอนทั้งปาก ,ถอนหลายๆซี่ร่วมกับการรักษาอื่นๆ ฯลฯ
ทั้งนี้ทันตแพทย์จะพิจารณา ประเมิน เตรียมการทั้งก่อนถอนฟัน ระหว่างถอน และแผนการดูแลหลังถอนฟันแต่ละรายอย่างเหมาะสมครับคนไข้ที่จำเป็นต้องได้รับการถอนฟันทีละหลายๆซี่หรือทีเดียวทั้งปาก มีตั้งแต่เด็กเล็ก ไปจนถึงผู้สูงอายุ โดย ทพ.อำนวยศิลป์ ยกตัวอย่าง การถอนฟัน ผู้ป่วยรายหนึ่ง เป็นการถอนฟันผู้ป่วยที่ได้รับนัดคิวผ่าตัดหัวใจ ที่ได้รับคิวนัดกระชั้นมาก หลังจากการตรวจประเมินแล้ว จำเป็นต้องถอนฟันทั้งปาก ประมาณ 20 ซี่ ก็ทำการถอนให้แล้วเสร็จในครั้งเดียว ผู้ป่วยปลอดภัย และแผลหายทันคิวนัดผ่าตัด
“เคี้ยวน้ำแข็ง” พฤติกรรมทำร้ายฟัน เสี่ยงโรคเลือดจางจากการขาดธาตุ-ปัญหาทางจิตใจ
ซึ่งการรักษาฟันผุ การถอนฟันนับเป็นทางเลือกที่แพทย์จะพิจารณา ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป และการดูแลรักษาภายหลังการถอนออกไปก็สำคัญไม่แพ้กัน
- ภายหลังถอนฟันแล้วต้องกัดผ้าก๊อซนาน 1-2 ชั่วโมงกลืนน้ำลายได้ปกติ
- หลังการผ่าตัดใช้น้ำแข็งห่อประคบนอกปาก บริเวณที่ถอนฟัน หรือบริเวณที่ผ่าตัด
- งดการกลั้วปากแรงๆ ใน 24 ชั่วโมงแรก จากนั้นใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำเกลืออุ่นๆ (น้ำอุ่น 1 ถ้วยผสมกับน้ำเกลือ ครึ่งช้อนชา) บ้วนเบาๆ โดยเฉพาะภายหลังรับประทานอาหาร
- แปรงฟันทำความสะอาดในช่องปากตามปกติ เพียงแต่ระวังแผลที่ถอนฟัน หรือผ่าตัด
- หากมีอาการปวด สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล ครั้งละ 1 เม็ด (เวลาห่างกัน 6 ชั่วโมง) หรือทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
- ไม่ใช้นิ้วมือ ไม้จิ้มฟัน แคะบริเวณแผล และไม่ควรดูดแผลเล่น
- ทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ งดการออกกำลังกายหนักหน่วง ในช่วง 2 - 3 วันแรก
- งดสุรา ของมึนเมา และ/ หรืองดสูบบุหรี่ 5 - 7 วันหลังการผ่าตัด
- รับประทานอาหารอ่อน นิ่ม 5 – 7 วัน เลี่ยงอาหารรสจัด ร้อนจัด เย็นจัด และของหยาบแข็ง
- หากมีอาการ หรือรู้สึกผิดปกติ สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้ทันที
- หากได้รับการเย็บแผลให้กลับมาตัดไหม ภายหลังจากการถอนฟัน หรือทำผ่าตัดแล้ว ประมาณ 7 – 14 วัน
โรคในช่องปาก เช่นโรคฟันผุ ดังนั้นควรใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปาก หมั่นสังเกตฟันและสภาพช่องปากของตนเอง ทำความสะอาดฟันให้ถูกวิธี แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ด้วยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ ในตอนเช้าและก่อนนอน ใช้ไหมขัดฟันเพื่อช่วยทำความสะอาดซอกฟัน ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย กินอาหารให้เป็นเวลา ไม่ควรกินจุกจิก และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ดีกว่าการที่มาตามแก้ปัญหาช่องปากปัญหาเล็กที่ก่อโรคใหญ่ขึ้นมาได้ที่หลัง
ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล.เฟซบุ๊ก Amnuaysilpa Krusan
ปล่อยฟันผุเรื้อรัง อาจก่อ “มะเร็งช่องปาก” ได้ เช็ก 5 สัญญาณเสี่ยงมะเร็ง
อาหารเพื่อสุขภาพช่องปาก รักษาสมดุล ป้องกันฟันผุ เสริมสร้างกระดูกและฟัน