เทียบเคียงอาการ “ฝีดาษวานร” กับไข้ทรพิษ เริม อีสุกอีใส และงูสวัด
จากไลฟ์สไตล์ที่ใช้ชีวิตหนักของใครหลายคน อาจทำให้ภูมิคุ้มกันตก เกิดการติดเชื้อไวรัสต่างๆ จนแสดงออกมาผ่านทางผิวหนังคล้ายฝีดาษวานรที่มักมีต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย แต่ก็น้อยคนที่จะแยกออกจนเกิดอาการจิตตกได้ เผยวิธีสังเกตเบื้องต้นแยกระหว่าง ฝีดาษวานร และ ไข้ทรพิษ เริม อีสุกอีใส และงูสวัด
ฝีดาษวานร (monkey pox) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์ สามารถติดต่อได้จากคนสู่คนซึ่งมีอาการแสดงในมนุษย์คล้ายคลึงกับฝีดาษหรือไข้ทรพิษและโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสอื่น ๆ จนหลายคนอาจจิตตกและสับสนกับอาการได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราแทบแยกไม่ออกเลย เพราะอาการข้างต้นคล้ายคลึงกัน ต้องอาศัยการตรวจผ่านห้องปฎิบัติการ เผยอาการเบื้องต้นเทียบเคียงระหว่าง ฝีดาษลิง ไข้ทรพิษ สุกใส เริมและงูสวัด
โรคฝีดาษวานร พบว่ามีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต นำมาก่อนตามด้วยอาการแสดงทางผิวหนัง ได้แก่ แผลในปากตามด้วย ผื่นแดง ตุ่มแดง ตุ่มน้ำ ที่อาจมีรอยบุ๋มเล็ก ๆ ตรงกลาง และต่อมากลายเป็นตุ่มหนองแล้ว จึงจะตกสะเก็ดโดยที่รอยโรค มีการเปลี่ยนแปลงพร้อม ๆ กันจำนวนรอยโรค อาจมีได้ตั้งแต่ 2 - 3 ตุ่ม จนถึงมากกว่า 100
ความแตกต่างของโรคฝีดาษลิง และโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสอื่น ๆ ที่พบรอยโรคเป็นตุ่มน้ำ คือ ไข้ทรพิษ เริม อีสุกอีใส และงูสวัด โรคที่แยกจากฝีดาษลิงได้ยากที่สุด คือ
- ไข้ทรพิษ หรือ ฝีดาษ ซึ่งมีอาการนำคล้ายกันคือ ไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดหลัง แต่ฝีดาษวานรมักพบต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย ขณะที่ไข้ทรพิษมักมีอาการทางระบบทางเดินอาหารเช่น อาเจียน ปวดท้องได้มากกว่า
- อีสุกอีใส พบกว่าลักษณะของอาการแสดงทางผิวหนังแม้จะมีความคล้ายคลึงกันระหว่างโรคฝีดาษลิง และโรคสุกใส โดยที่เริ่มจากเป็นผื่นแดงเล็ก ๆ กลายเป็นตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส และตุ่มหนอง ที่กระจายทั่วตัว ตามลำดับ แต่ในฝีดาษลิงและไข้ทรพิษ การกลายของแต่ละระยะของรอยโรค จากผื่นแดง เป็นตุ่มแดง ตุ่มน้ำใส และตุ่มหนอง ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ด รอยโรคจะอยู่ในระยะเดียวกัน ขณะที่ในโรคสุกใส รอยโรคแต่ละตำแหน่งจะมีการเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน ทำให้ผู้ป่วยอาจจะพบรอยโรคในทุกระยะในเวลาเดียวกันได้
- งูสวัดและเริม รอยโรคมักจะไม่มีการกระจายตัวไปทั่ว โดยงูสวัดจะอยู่ในแนวของเส้นประสาท และเริม มักมีรอยโรคเป็นกลุ่มในบริเวณเล็ก ๆ เท่านั้น จึงมีความแตกต่างจากโรคฝีดาษลิงอย่างไรก็ตาม กรณีโรคฝีดาษลิงที่มีรอยโรคเล็กน้อย ในบริเวณแคบ ๆ ที่ไม่กระจายตัว
พฤติกรรมเสี่ยง “โรคงูสวัด” ในวัยทำงาน วิธีรักษาให้เหลือแผลเป็นน้อยที่สุด!
อาจจะแยกได้ยาก จากโรคกลุ่มนี้ ทำให้ต้องอาศัยการตรวจพิเศษเพิ่มเติมและการแยกชนิดเชื้อด้วยวิธีการพิเศษทางห้องปฏิบัติการ สำหรับโรคการติดเชื้อไวรัสที่ออกผื่น เช่น หัด หัดเยอรมัน ไข้เลือดออก ลักษณะอาการทางผิวหนัง มักจะเป็นผื่นแดง การพบตุ่มน้ำนั้นเกิดได้น้อยมาก ทำให้สามารถแยกโรคจากโรคฝีดาษลิงได้ หากมีอาการดังกล่าว เเนะนำให้รีบมาพบเเพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยเเละรับการรักษาจากเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข
ภาพจาก : shutterstock
“โรคงูสวัด”สัญญาณแรกที่คนพักผ่อนน้อยต้องระวัง วิธีรักษา-ป้องกัน
“ภูมิแพ้ผิวหนัง” ทำไมมักคันผิวตอนกลางคืน วิธีดูแลก่อนเรื้อรัง