อัตราการรอดชีวิตจาก “มะเร็ง”แต่ละระยะ ยิ่งเจอเร็วโอกาสหายยิ่งสูง
“มะเร็ง” โรคที่สามารถพบได้ในผู้ป่วยทุกเพศ ทุกวัย หลายต่อหลายรายไม่มีสัญญาณเตือน เช็กระยะของโรคมะเร็งวางแผนการรักษาและอัตราการรอดชีวิต
มะเร็งหรือทางการแพทย์เรียกว่า “เนื้องอกที่เป็นเนื้อร้าย” เป็นกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเซลล์ที่มีความผิดปกติ คือ เซลล์จะแบ่งตัวและเจริญอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อเป็นเนื้อร้าย และรุกรานไปยังอวัยวะส่วนข้างเคียง หรือแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายที่อยู่ห่างไกล ผ่านระบบน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด
สัญญาณเตือนว่าโรคมะเร็ง
- มีก้อนเนื้อโตเร็วหรือมีแผลเรื้อรัง และไม่หายภายใน 1-2 สัปดาห์
- มีต่อมน้ำเหลืองโต มักคลำเจอก้อนแข็งและขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีอาการเจ็บ
- ไฝ ปาน หูด ที่โตเร็วผิดปกติหรือเป็นแผลแตก
- ลมหายใจมีกลิ่น หรือ มีกลิ่นปากรุนแรงจากที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- เลือดกำเดาออกเรื้อรัง มักออกเพียงข้างเดียว ในบางกรณีก็อาจจะออกทั้งสองข้างได้
- ไอเรื้อรัง หรือ ไอเป็นเลือด
- มีเสมหะ หรือ น้ำลายปนเลือดบ่อย
- อาเจียนเป็นเลือด
- ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะบ่อย ขัดลำ ปัสสาวะเล็ด โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
- อุจจาระเป็นเลือด มูก หรือ เป็นมูกเลือด
- ท้องผูก สลับท้องเสีย ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นอึดอัดท้อง โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
- หลังมีเพศสัมพันธ์ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน
- มีประจำเดือนผิดปกติ
- มีเลือดออกทางช่องคลอดในวัยหมดประจำเดือน
- มีไข้ต่ำๆ หาสาเหตุไม่ได้
- มีไข้สูงบ่อย หาสาเหตุไม่ได้
- น้ำหนักลดลงมากใน 6 เดือน (ตั้งแต่ 10% ขึ้นไปของน้ำหนักตัวเดิม)
- มีจ้ำห้อเลือดง่าย หรือ มีจุดแดงคล้ายไข้เลือดออกตามผิวหนังบ่อย
- ปวดศีรษะรุนแรงเรื้อรัง หรือ แขน/ขาอ่อนแรง ชักโดยไม่เคยชักมาก่อน
- ปวดหลังเรื้อรังและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ อาจร่วมกับอาการแขน/ขาอ่อนแรง
โรคมะเร็งมีกี่ระยะ
ทั่วไปโรคมะเร็งมี 4 ระยะ อาจแบ่งย่อยได้อีกเป็นอีกขั้นคือ เอ บี หรือ ซี หรือ เป็น หนึ่ง หรือ สอง เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยประเมินการรักษา ส่วนโรคมะเร็งระยะศูนย์ (0) ยังไม่จัดเป็นโรคมะเร็งอย่างแท้จริง เพราะเซลล์แค่เริ่มมีลักษณะเป็นมะเร็งแต่ยังไม่มีการรุกรานเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง โอกาสรักษาหาย 90 – 95 %
- ระยะที่ 1 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดเล็ก และยังไม่ลุกลาม โอกาสในการักษาหาย 70 – 90 %
- ระยะที่ 2 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามภายในเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ โอกาสในการักษาหาย 70 – 80 %
- ระยะที่ 3 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดใหญ่ขึ้น เริ่มลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง และลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่เป็นมะเร็ง โอกาสในการักษาหาย 20 – 60 %
- ระยะที่ 4 : ก้อนเนื้อ หรือ แผลมะเร็งมีขนาดโตมาก และ (หรือ) ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง จนทะลุ และ (หรือ) เข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ก้อนมะเร็ง โดยพบต่อมน้ำเหลืองโตคลำได้ และ (หรือ) มีหลายต่อม และ (หรือ) แพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต และ (หรือ) หลอดน้ำเหลืองหรือกระแสน้ำเหลือง ไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด ตับ สมอง กระดูก ไขกระดูก ต่อมหมวกไต ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง ในช่องอก และ (หรือ) ต่อมน้ำเหลืองเหนือกระดูกไหปลาร้า โอกาสในการักษาหาย 0 – 15 %
ภาพรวมโดยประมาณ อัตราอยู่รอดที่ 5 ปี ภายหลังการรักษา
วิธีรักษาโรคมะเร็งทำได้อย่างไร
ในปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งมีหลายวิธี ได้แก่ ผ่าตัด รังสีรักษา ยาเคมีบำบัด ยาฮอร์โมน ยารักษาตรงเป้า รังสีร่วมรักษา และการรักษาประคับประคองตามอาการด้วยอายุรกรรมทั่วไป โดยผู้ป่วยแต่ละคนจะใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป บางรายอาจใช้วิธีรักษาเพียงวิธีเดียว บางรายจะต้องใช้วิธีการรักษาหลายวิธีร่วมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
- ระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง
- บริเวณของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่มะเร็ง
- ผ่าตัดได้หรือไม่ หลังผ่าตัด ยังคงหลงเหลือก้อนมะเร็งหรือไม่
- ผลพยาธิวิทยาชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดเป็นอย่างไร
- อายุของผู้ป่วย
- สุขภาพของผู้ป่วย
สิทธิคัดกรองการได้ยินและผ่าตัดหูเทียมในเด็กไทยฟรี!
วิธีป้องกันมะเร็ง
- ตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี
- ตรวจเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม
- ฉีดวัคซีนป้องกันในมะเร็งบางประเภท
- ไม่สูบบุหรี่หรือยาเส้น
- ไม่ดื่มสุรา
- ไม่สำส่อนทางเพศ
- ปกป้องตัวเองจากแสงแดดจัด
- รับประทานอาหารที่ช่วยต้านมะเร็ง อาทิ ผักและผลไม้บางประเภท ที่มีสารช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในการทำลายเซลล์ที่ก่อมะเร็ง เช่น คะน้า บร็อกโคลี กะหล่ำปลี และธัญพืช อย่างข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวสาลี ลูกเดือย งาดำช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกจึงลดการเกิดโรคมะเร็งได้
- ดื่มน้ำสะอาดที่มีอุณหภูมิปกติไม่ร้อนหรือเย็น ให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยทำความสะอาดและขจัดสารพิษสิ่งสกปรกออกจากเซลล์ในร่างกาย
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นอาหารจากพืชมากขึ้นทั้งผักและผลไม้ เลือกรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีให้มากขึ้น
- ไม่รับประทานอาหารที่ผ่านกรรมวิธีที่ก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น อาหารปิ้งย่างและรมควัน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ผลการวิจัยจากทั่วโลกยืนยันตรงกันว่าโรคมะเร็งร้อยละ 60 สามารถป้องกันได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ
ภาพจาก : Freepik
ประกันสังคม เปิดให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 มาตรา 39 เปลี่ยนสถานพยาบาลถึง 31 มี.ค. 67