เคล็ดลับไตแข็งแรง สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ลดเค็ม ลดหวาน เพิ่มออกกำลังกาย
โรคไตเป็นแล้วค่าใช้จ่ายสูง สุขภาพแย่ ยุ่งยากเรื่องการดูแล แนะเลี่ยงไม่เป็นได้แค่รู้เคล็ดลับสุขภาพ!
ทำไมโรคไตน่ากลัว ไม่ใช่แค่โรคไต แต่รวมถึงโรคเรื้อรังต่างๆ ที่“เป็นแล้วไม่หาย ค่าใช้จ่ายสูง ต้องระวังสุขภาพแบบสุดๆ” ซึ่งโรคไตมีความจำเพาะสูง เพราะหากดูแลสุขภาพที่ดี สุขภาพถดถอย เสี่ยงสารพัดโรคแทรกซ้อนและเพิ่มอัตราการเสียชีวิต แนะวิธีทำอย่างไรไม่ให้ไตเสื่อม
- กลุ่มที่มีโรคประจำตัว โรคเบาหวาน ความดันโลหิต หัวใจ บุคคลกลุ่มนี้ต้องดูแลควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
- กลุ่มคนทั่วไป สิ่งที่ควรปฏิบัติเป็นประจำ คือการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อหาความผิดปกติ และเฝ้าระวังความเสี่ยงของโรค
อาหาร-เครื่องดื่ม ตัวแปรสำคัญ
นอกจากการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ คือ 2 ลิตรต่อวัน ควรใส่ใจเรื่องอาหารด้วย
- อาหารเค็ม องค์การอนามัยโลก แนะนำให้บริโภคเกลือประมาณ 2,000 มิลลิกรัม/วัน ขณะที่ อาหารไทย 1 อย่างส่วนใหญ่มีเกลืออย่างน้อย 2 เท่าของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เช่น น้ำปลา 1 ช้อนชา มีเกลือ 400 มก.
จึงไม่ควรกินเกิน 5 ช้อนชาต่อวัน สิ่งที่เราสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเองคือทำอาหารกินเอง เลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น
- อาหารหวาน องค์การอนามัยโลก แนะนำให้บริโภคน้ำตาลไม่ควรเกิน 25 กรัม หรือ 6 ช้อนชาต่อวัน ควรลดปริมาณขนม น้ำหวาน ผลไม้ที่มีรสหวาน ส่วนอาหารจำพวกแป้งและพืชผักชนิดหัวที่มีปริมาณน้ำตาลมาก อย่าง เผือก มัน ไม่ควรกินเยอะเกินไป
ใส่ใจเรื่องน้ำหนักบอกลาโรคไต
เราควรควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และดัชนีมวลกายหรือค่า BMI อยู่ระหว่าง 18-25 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
- ผู้ชาย รอบเอวไม่ควรเกิน 90 ซม. หรือ 35.5 นิ้ว
- ผู้หญิง รอบเอวไม่ควรเกิน 80 ซม. หรือ 31.5 นิ้ว
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณวันละ 30 นาที หรืออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สิ่งสำคัญคือเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และโปรตีนสมดุลกับกิจกรรมหรือชนิดกีฬาที่เลือก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและพักผ่อนเพียงพอ
แนวทางการออกกำลังกาย
- การออกกำลังกายที่เน้นความแข็งแรงของหัวใจ (Cardio Vascular) หรือคาร์ดิโอ คือ การออกกำลังกายที่เน้นกระตุ้นการเต้นของหัวใจ บริหารระบบไหลเวียนโลหิต เช่น การเดิน ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ
- การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Weight Training) หรือเวทเทรนนิ่ง เป็นการใช้น้ำหนักเพื่อให้เกิดแรงต้านทาน อาจใช้อุปกรณ์อย่างดัมเบล บาร์เบล หรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่
- การออกกำลังกายแบบยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ (Flexibility exercises) เช่น โยคะ
ปัสสาวะเตือนโรคไต! มีเลือดปน-เป็นฟอง ต้องระวัง เจอเร็วรักษาได้มากกว่า!
กินโปรตีนให้สมดุล
- ผู้ที่นั่งทำงานอยู่กับที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ควรได้รับโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
- ผู้ที่ออกกำลังกายแบบคาดิโอ ควรได้รับโปรตีน 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.
- ผู้ที่ออกกำลังกายแบบคาดิโอและเวทเทรนนิ่ง ควรได้รับโปรตีน 1.5-2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. สำหรับผู้หญิง และ 2-3 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.ในผู้ชาย อาทิ อกไก่ 100 กรัม มีโปรตีนประมาณ 23-25 กรัม ถ้าน้ำหนักตัว 50 กก.ต้องกินอกไก่ 300 กรัม สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายแบบคาดิโอ
ปริมาณโปรตีนที่กล่าวไปนั้น ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคไต หรือไตเสื่อม เพราะผู้ป่วยไตเสื่อมจะต้องการโปรตีนเพียง 0.6-0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ซึ่งปริมาณโปรตีนจะขึ้นอยู่กับระดับความเสื่อมของไต เพราะเมื่อโปรตีนถูกเผาผลาญแล้วไตจะทำหน้าที่ขับของเสียนั้นออกจากร่างกาย แต่ถ้าไตเสื่อม ขับของเสียได้จำกัดและปริมาณของเสียมากจะส่งผลให้ของเสียค้างในเลือดสูง
ส่วน เวย์โปรตีน ที่มักได้ยินในกลุ่มผู้ออกกำลังกาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนประมาณ 80% ซึ่งเป็นลักษณะของอาหารเสริมที่เน้นความสะดวกในการบริโภค แต่ทั้งนี้หากเราได้รับโปรตีนตามธรรมชาติจากการรับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ และนม ในปริมาณที่เพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานเวย์โปรตีนเพิ่ม เพราะนอกจากเสียค่าใช้จ่ายแล้ว ยังทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนมากเกินความต้องการอีกด้วย
เลี่ยงใช้ยาและสารเคมี ไม่จำเป็น
เราอยู่ในประเทศที่หาซื้อยาได้ง่าย ทำให้ส่วนใหญ่บริโภคยาเกินความจำเป็น และมักมีผลต่อการทำงานของไตคือ “ยาแก้ปวด” ซึ่งผู้สูงอายุหรือคนที่มีโรคประจำตัว อย่างการปวดขา เกาต์ มักซื้อยามากินเอง เพิ่มความเสี่ยงให้ได้ทำงานน้อยลง
นอกจากนี้ สมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดที่รับประทานแล้วทำให้ไตเสื่อม หรือบางกรณีของผู้ที่เป็นไตเสื่อมและเลือกไปรับประทานยาสมุนไพร มีผลให้ความเสื่อมเพิ่มขึ้นได้
อีกทั้งยังบอกลาโรคไตได้ง่ายๆ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ เพื่อไตที่แข็งแรง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3
ค่าไตแบบไหนผิดปกติ? ใครบ้างเข้าเกณฑ์ควรตรวจสุขภาพไต ป้องกันโรคลุกลาม
สิทธิบัตรทอง 'ฟอกไต' ได้กี่วิธี เผยมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันอย่างไร?