แคลเซียมในเลือด ควรมีค่ามาตราฐานเท่าไหร่ ? หากผิดปกติ อาการอย่างไร?
รู้หรือไม่ ? 1 %ของแคลเซียมซ่อนตัวอยู่ในเลือด ควบคุมระบบอวัยวะและรพบบประสาท เผยอาการแคลเซียมผิดปกติ สารพัดความเสี่ยงสุขภาพ! อาการเสี่ยง-วิธีตรวจแคลเซียมในเลือด!
แคลเซียม Calcium แร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อร่างกาย 99% จะถูกใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน ส่วนอีก 1% นั้นจะอยู่ในเลือด อีกทั้งร่างกายก็ไม่สามารถสังเคราะห์แคลเซียมเองได้ จึงต้องรับจากอาหารที่ผ่านการย่อยและดูดซึมในบริเวณลำไส้เล็ก ซึ่งก็สามารถดูดซึมได้เพียง 20-25% เท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ
แคลเซียมในเลือด จะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น การหดตัวของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ
การทำงานของระบบประสาท ซึ่งปกติแล้วร่างกายก็จะมีการผลิตฮอร์โมนหลายชนิดขึ้นมาเพื่อควบคุมสมดุลแคลเซียมในเลือดให้เหมาะสม เห็นหลากหลายหน้าที่แบบนี้ แน่นอนหากมีปริมาณแคลเซียมในเลือดผิดปกติ แค่เพียงนิดเดียว แน่นอนว่านับเป็นภัยต่อสุขภาพเลยทีเดียว
แคลเซียมในเลือดผิดปกติ คืออะไร ?
ปกติแล้วปริมาณแคลเซียมในเลือดของผู้ใหญ่ จะมีค่ามาตรฐานอยู่ที่ 8.8-10 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หากตรวจพบว่ามีค่าแตกต่างไปจากนี้ อาจเข้าข่ายภาวะแคลเซียมในเลือดผิดปกติ โดยแบ่งออกเป็น
ภาวะแคลเซียมในเลือดสูงกว่าปกติ (Hypercalcemia)
ภาวะนี้มักเกิดจากภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป หรืออาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี วิตามินเอ หรือแคลเซียมเสริมมากเกินไป รวมทั้งอาจพบได้ในผู้ที่เป็น โรคไต วัณโรค โรคมะเร็งที่แพร่กระจายไปที่กระดูก และผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้น้อย มีการกดทับที่กระดูกเป็นระยะเวลานาน ทำให้กระดูกคลายแคลเซียมเข้าสู่เลือด
โดยผู้ที่มีปริมาณแคลเซียมในเลือดสูงไม่มากนัก มักจะไม่แสดงอาการใดๆ แต่ในรายที่แคลเซียมในเลือดสูงรุนแรง อาจแสดงอาการแตกต่างกันไป เช่น
อาการแคลเซียมในเลือดสูงกว่าที่พบมาก
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย สับสน หัวใจเต้นผิดจังหวะ ใจสั่น รวมไปถึงกระดูกบาง แตกหักได้ง่าย
ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ (Hypocalcemia)
เกิดจากการสูญเสียปริมาณแคลเซียม หรือไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้เท่าที่ควร หรือมีระดับวิตามินดีในร่างกายต่ำ ทำให้ดูดซึมแคลเซียมได้ยากขึ้น และอาจเป็นผลข้างเคียงจากโรคหรือการใช้ยาต่างๆ เช่น โรคตับ ตับอ่อนอักเสบ ไตวาย การใช้ยาเคมีบำบัด การถ่ายเลือด รวมไปถึงภาวะเครียด หรือวิตกกังวลอย่างรุนแรง
อาการแคลเซียมในเลือดต่ำ
- เวียนศีรษะ เป็นตะคริว ชาบริเวณใบหน้า มือ และฝ่าเท้า กระดูกเปาะ ทรงตัวลำบาก มีปัญหาเกี่ยวกับความจำ และอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย
เจ็บหน้าอกจี๊ดๆ ใช่โรคหัวใจหรือไม่? เช็กอาการสัญญาณพบแพทย์
การตรวจวัดระดับปริมาณแคลเซียมในเลือดสามารถทำได้ โดยการนำตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ใช้ระยะเวลาในการตรวจไม่นานก็สามารถทราบผลได้ ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการทานวิตามินเสริมอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมงก่อนการตรวจ และหากมีความจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยารักษาโรคกระเพาะอาหาร กลุ่มยารักษาโรคหลอดลม ยาขับปัสสาวะ และยาระบาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับการตรวจ อย่างไรก็ตาม การตรวจวัดระดับแคลเซียมในเลือดไม่สามารถบ่งบอกได้ว่ามีภาวะกระดูกพรุนหรือไม่ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้กับแพทย์ผู้ตรวจ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล
ตรวจสุขภาพประจำปี ขั้นพื้นฐานบอกอะไรเราได้บ้าง ? แล้วทำไมจึงสำคัญ?