เช็กอาการท้องผูก หรือ ลำไส้อุดตัน สัญญาณคล้ายกันแต่ความรุนแรงแตกต่าง!
ภาวะท้องผูกจะไม่ทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้หลายคนเกิดความหงุดหงิดใจ อึดอัดไปหมดเพราะการขับถ่ายที่ปกติ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ริดสีดวงทวารหนัก รวมถึงอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย เช่น ลำไส้อุดตัน หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย
ท้องผูกกับลำไส้อุดตันต่างกันอย่างไร?
ท้องผูก (Constipation)
ท้องผูก คือ ภาวะที่ขับถ่ายยาก ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจต้องใช้เวลาเบ่งถ่ายเป็นเวลานาน ขับถ่ายได้ครั้งละไม่มาก อุจจาระมีลักษณะเป็นเม็ดแข็ง รู้สึกว่าถ่ายไม่สุด อึดอัดแน่นท้อง ทั้งนี้ หากมีอาการท้องผูกนานมากกว่า 3 เดือน และเริ่มมีอาการหลังจากมีอาการท้องผูกครั้งแรกนานมากกว่า 6 เดือน แต่ละเลยไม่รับการรักษา อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นอาการท้องผูกเรื้อรัง
ซึ่งเป็นปัญหาของระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยมากกว่าร้อยละ 30 ของประชาชนทั่วไป และมักพบในผู้สูงอายุ รวมถึงพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า
หากภาวะท้องผูกเกิดพร้อมกับอาการเตือนอื่นๆ เช่น น้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด ท้องผูกสลับท้องเสีย คลำได้ก้อน มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงเริ่มมีอาการท้องผูกตอนอายุมากกว่า 50 ปี ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย เนื่องจากอาจมีโอกาสพบโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
ลำไส้อุดตัน (Intestinal Obstruction)
ลำไส้อุดตัน คือ ภาวะที่การบีบตัวของลำไส้ถูกรบกวนหรือมีสิ่งอุดตัน ทำให้อาหารและของเหลวไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ตามปกติ ส่งผลให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน โดยอาการมักบอกถึงตำแหน่งการอุดตันของลำไส้ ซึ่งอาจเกิดการอุดตันในลำไส้บางส่วนหรืออุดตันทั้งหมด ภาวะลำไส้อุดตัน ถ้าปล่อยไว้หรือไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
อาการภาวะลำไส้อุดตัน
ลำไส้เล็กอุดตัน
- ท้องอืด แน่นท้อง ไม่สามารถผายลมได้
- กดแล้วเจ็บบริเวณท้อง
- ปวดท้องรุนแรงเป็นๆ หายๆ บริเวณสะดือหรือใต้ซี่โครง อาจพบชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติร่วมด้วย
- คลื่นไส้ อาเจียน
ลำไส้ใหญ่อุดตัน
- ท้องอืด แน่นท้อง
- ปวดท้องรุนแรง
- ท้องผูก
- อุจจาระมีเลือดปน
สาเหตุของภาวะลำไส้อุดตัน
- ลำไส้ตีบตัน (Mechanical Obstructions) เกิดจากมีสิ่งไปอุดตันทางเดินของลำไส้ ส่วนใหญ่เกิดจากพังผืดในลำไส้หลังจากการผ่าตัดภายในช่องท้อง รวมถึงเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื้องอกในลำไส้เล็ก นิ่วในถุงน้ำดี ไส้เลื่อน รวมถึงความผิดปกติของลำไส้ในทารกแรกเกิด นอกจากนี้อาจเกิดจากภาวะลำไส้อักเสบ เช่น โรคโครห์น (Crohn’s Disease)
- ภาวะลำไส้อืด (Nonmechanical Obstructions) เกิดจากลำไส้ไม่สามารถบีบตัวและเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ส่งผลต่อระบบขับถ่าย โดยมีสาเหตุมาจากการผ่าตัดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน การติดเชื้อ การใช้ยาบางชนิด รวมถึงความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น โรคพาร์คินสัน (Parkinson’s Disease) โรคเบาหวาน เป็นต้น
การรักษาภาวะลำไส้อุดตัน
- การรักษาลำไส้อุดตันบางส่วน กรณีที่อาหารและน้ำยังสามารถเคลื่อนผ่านลำไส้ได้บ้าง รักษาระยะแรกด้วยการรับประทานอาหารเหลว หากผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยในระยะยาว แต่หากอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
- การรักษาลำไส้อุดตันทั้งหมด กรณีอาหารและน้ำไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้เลย จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อนำสิ่งอุดตันออกจากลำไส้ หรือผ่าตัดลำไส้ส่วนที่เสียหายออก
- การรักษาภาวะลำไส้อืด รักษาด้วยการให้อาหารทางสายยางเพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร หากอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องใช้ยาช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ หรือผ่าตัดลำไส้ในส่วนที่เสียหายออก กรณีผู้ป่วยเกิดภาวะลำไส้ขยายตัว แพทย์จะรักษาด้วยการบีบไล่อุจจาระร่วมกับการส่องกล้อง
แยกให้ออก! ปวดท้องแบบนี้? โรคกระเพาะอักเสบหรือมะเร็งกระเพาะอาหาร
ภาวะท้องผูก และ ลำไส้อุดตัน มีอาการหลายอย่างคล้ายคลึงกัน
โดยเฉพาะอาการปวดท้องและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ตามปกติ แต่การรักษาอาการท้องผูกนั้นง่ายและไม่ซับซ้อนเท่าการรักษาภาวะลำไส้อุดตัน อีกทั้งอาการท้องผูกไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต ขณะที่ลำไส้อุดตันอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้หากไม่ทำการรักษาอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเพียงภาวะท้องผูกชั่วคราว ท้องผูกเรื้อรังหรือลำไส้อุดตัน ก็ไม่ควรปล่อยไว้เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ ทั้งลำไส้ทะลุ ริดสีดวงทวาร ภาวะไตวาย หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากการอุดตันไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไม่ให้ไปยังส่วนต่างๆ ของลำไส้ จนเนื้อเยื่อในลำไส้ตาย เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด การทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลว ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยายาลสมิติเวช สุขุมวิท
กินแล้วนอน ทำให้เป็นกรดไหลย้อนจริงหรือไม่? เหตุผลที่ไม่ควรซื้อยากินเอง