ปลูกถ่ายไขกระดูก เทคนิครักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว ประสิทธิภาพสูงที่สุด!
มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย คืดโรคมะเร็งโลหิต 1 ใน 10 ของมะเร็งที่พบได้บ่อย เผยวีการรักษาและการปลูกถ่ายไขกระดูก เทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งโลหิตหายขาดได้
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ Leukemia เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของตัวอ่อนเม็ดเลือดขาว โดยมีการเพิ่มจำนวนอย่างไม่มีขีดจำกัด ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดขาวจำนวนมากเกินไปจนเป็นอันตราย หลายคนรู้จัก และเชื่อว่าเป็นโรคมะเร็งร้ายแรง รวมทั้งอยู่ค่อนข้างไกลตัว แต่ความจริงแล้วโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็น 1 ใน 10 อันดับแรกของมะเร็งที่พบบ่อย และปัจจุบันมีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มากขึ้น
มะเร็งเม็ดเลือดขาว แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดเฉียบพลันและชนิดเรื้อรัง ซึ่งชนิดเฉียบพลัน คือเม็ดเลือดขาวตัวอ่อนไม่สามารถเจริญเป็นตัวแก่ได้ จนไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดปกติในไขกระดูก ทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดขาวปกติน้อยลง เมื่อเม็ดเลือดแดงน้อยลงก็ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ส่วนเม็ดเลือดขาวเมื่อน้อยลงก็เกิดการติดเชื้อ และเกล็ดเลือดมีน้อยก็ทำให้เลือดออกง่าย สำหรับชนิดเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีจำนวนเม็ดเลือดขาวในเลือดสูง และเพิ่มจำนวนขึ้นมากทำให้ไปอยู่ที่ต่อมน้ำเหลือง ทำให้มีต่อมน้ำเหลืองโตหรือมีม้ามโต
โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวสามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการแพทย์ในปัจจุบัน โดยมีแนวทางในการรักษา 3 วิธี คือ
- การให้ยาเคมีบำบัด
- การให้ยาในกลุ่ม Tyrosine Kinase Inhibitor
- การปลูกถ่ายไขกระดูก ถือเป็นวิธีรักษาผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการนำไขกระดูกของพี่น้องพ่อแม่เดียวกันที่มีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกันมาช่วยทำให้มะเร็งหายขาดได้
การปลูกถ่ายไขกระดูกในปัจจุบันสามารถจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งโลหิตหายขาด หรือมีชีวิตที่ยืนยาวแบบปลอดโรค ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาศักยภาพการรักษา รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้ป่วยแต่ละคนและต่อวงการแพทย์ไทยโดยรวม
การปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นการแทนที่เซลล์ที่ไม่แข็งแรงหรือเซลล์ที่ผิดปกติในไขกระดูกด้วยเซลล์ต้นกำเนิดที่แข็งแรงและปกติ เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดสามารถเก็บได้จาก 3 แหล่งในร่างกายมนุษย์ การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจึงมักถูกเรียกเป็นการปลูกถ่ายไขกระดูก การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากกระแสเลือด และการปลูกถ่ายเลือดจากสายสะดือ เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่ปกติสามารถหาได้จากผู้บริจาค ซึ่งอาจจะเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรืออาจจะเป็นอาสาสมัครผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติ (หรือในบางกรณีของโรคมะเร็ง อาจใช้เซลล์ต้นกำเนิดของตัวผู้ป่วยเอง)
จ้ำเลือดตามตัว สัญญาณโรคเกล็ดเลือดต่ำ เสี่ยงรุนแรงเลือดออกในสมอง
การปลูกถ่ายไขกระดูกแบ่งเป็น 2 แบบ
- การปลูกถ่ายไขกระดูกโดยใช้กระดูกของตนเอง (Autologous Bone Marrow Transplantation)
ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งชนิดร้ายแรง หรือดื้อต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยวิธีนี้ หลักการของการรักษาคือ การให้ยาเคมีบำบัดในขนาดสูงแก่ผู้ป่วย แล้วตามด้วยการให้เซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งอาจนำมาจากไขกระดูกของผู้ป่วยเอง หรือในปัจจุบันเรามักเลือกใช้การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดออกมาในกระแสโลหิตประมาณ 4-5 วัน หลังจากนั้นผู้ป่วยจะได้รับการใส่สายสวนหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ เพื่อนำเลือดของผู้ป่วยผ่านเข้าเครื่อง และแยกเอาเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดและเม็ดเลือกขาวออกมา เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดก็จะคืนให้แก่ผู้ป่วย การนำเซลล์ต้นกำเนิดกลับให้ผู้ป่วยจะทำให้เม็ดเลือดของผู้ป่วยกลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว การรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหลังการได้รับยาเคมีบำบัดขนาดสูง เช่น การติดเชื้อ และการมีแผลในปาก
- การปลูกถ่ายไขกระดูกโดยใช้ไขกระดูกของผู้อื่น (Allogeneic Bone Marrow Transplantation)
เนื่องจากไขกระดูก หรือเซลล์ต้นกำเนิดของผู้อื่นถือว่ามีสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจะต้องกำจัด ดังนั้นก่อนที่จะให้ไขกระดูกผู้อื่น จึงต้องมีการเตรียมผู้ป่วยโดยการให้ยาเคมีบำบัด การฉายแสง หรือสองอย่างรวมกัน (Preparative regimen) วิธีการนี้จะทำลายเซลล์ในไขกระดูกของผู้ป่วย และกดภาวะภูมิคุ้มกันด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยยอมรับเซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูกของผู้อื่น นอกจากนี้วิธีการนี้ยังทำลายเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ก่อนทำการปลูกถ่ายไขกระดูก ในผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย
การดูแลผู้ป่วยหลังการปลูกถ่ายไขกระดูก
ก่อนการปลูกถ่ายไขกระดูก ด้วยการให้ยากดภูมิคุ้มกัน เคมีบำบัด และรังสีรักษา ซึ่งจะมีผลทำให้ร่างกายผู้ป่วย อ่อนแอลง ดังนั้นในระยะ 2-4 สัปดาห์ ก่อนที่ไขกระดูกที่เข้าไปใหม่จะเริ่มสร้างเม็ดเลือดจำเป็นต้องดูแลผู้ป่วยเป็นพิเศษ ระวังอันตรายที่จะเกิดจากการติดเชื้อ เลือดออกผิดปกติ ให้เลือดและเกล็ดเลือดทดแทนให้อาหารทางหลอดเลือดดำในกรณีที่ผู้ป่วยรับประทานอาหารได้น้อยไม่เพียงพอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ และ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์, โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช ศรีนครินทร์
จ้ำเลือดตามตัว สัญญาณโรคเกล็ดเลือดต่ำ เสี่ยงรุนแรงเลือดออกในสมอง
อาหารบำรุงเลือด สำหรับผู้ต้องการบริจาคโลหิต ป้องกันขาดธาตุเหล็ก