สัญญาณมะเร็งกระเพาะอาหาร สาเหตุปัจจัย อาจตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ!
มะเร็งกระเพาะอาหาร หนึ่งในโรคมะเร็งที่พบมากขึ้นต่อเนื่อง ติด 1 ใน 10 มะเร็งที่คนไทยเป็นกันมาก เนื่องจากการใช้ชีวิตที่ เร่งรีบ เผยสัญญาณแรก และปัจจัยการก่อโรคที่ควรระวัง
มะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric cancer) เกิดจากการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหาร จึงทำให้ระบบการทำงานของกระเพาะอาหารเสียหาย นอกจากนี้มะเร็งกระเพาะอาหารยังสามารถลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ อาทิ ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น
สาเหตุและปัจจัยที่กระตุ้น
- มีประวัติป่วยเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร จากการได้รับเชื้อ Helicobacter pylori (H. pylori)
- เคยเป็นโรคกรดไหลย้อน
- เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
- มีอาชีพหรือใช้ชีวิตประจำวันที่สัมผัสกับฝุ่นและสารเคมีบางชนิด
- การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานในเพศชาย (ในเพศหญิงยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด)
- มีบุคคลในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น สูบบุหรี่เป็นประจำ หรือได้รับควันบุหรี่มือสองอยู่เสมอ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารแปรรูป หมักดอง ตากเค็ม รมควันเป็นประจำ ไม่กินผักและผลไม้
อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร
- อาหารไม่ย่อย จึงรู้สึกไม่สบายท้อง
- แสบร้อนบริเวณหน้าอก
- ท้องอืดหลังรับประทานอาหาร
- รู้สึกคลื่นไส้
- เบื่ออาหาร
ระยะต่อมาของอาการมักเป็นมากขึ้น อาทิ
- รู้สึกไม่สบายท้องบริเวณส่วนบนและส่วนกลาง
- มีเลือดปนในอุจจาระ
- อาเจียน หรืออาเจียนเป็นเลือด
- อ่อนเพลีย และน้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
โรคมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรกจะไม่แสดงอาการที่เด่นชัดนัก แต่มักถูกตรวจพบด้วยการตรวจสุขภาพจากการส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) ซึ่งหากพบติ่งเนื้อหรือเนื้องอกเล็กๆ แพทย์สามารถทำการผ่าตัดขณะส่องกล้องที่เป็นเหมือนทั้งการรักษาก่อนที่ติ่งเนื้อนั้นจะลุกลามไปเป็นมะเร็งในอนาคต และตัดเพื่อนำไปตรวจว่าใช้เซลล์มะเร็งหรือไม่ เพื่อวางแผนการติดตาม หรือทำการรักษาต่อไป
นอนไม่หลับบ่อยร่างพัง สุขภาพจิตทรุด แนะพบแพทย์รู้สาเหตุแก้ปัญหาตรงจุด
วิธีการรักษาโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
ผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย จำเป็นต้องได้รับการรักษาตามลักษณะอาการของโรค เช่น การทำเคมีบำบัด หรือการทำคีโม (Chemotherapy) การฉายรังสี (Radiotherapy) ก่อนที่จะทำการผ่าตัดรักษาตามลำดับ โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาและช่วงเวลาที่เหมาะสมจากผลการวินิจฉัย ทั้งอาการและระดับความรุนแรง ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
กันไว้ดีกว่าแก้ด้วยการการใส่ใจดูแลสุขภาพพื้นฐานในชีวิตประจำวัน เช่น การบริหารจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีการปรุงแต่งและแปรรูป ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากทำเช่นนี้สม่ำเสมอก็จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันดีที สุขภาพแข็งแรง ซึ่งเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้
สำหรับความเสี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร เราควรดูแลสุขภาพเพิ่มเติมด้วยการหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายแม้เพียงเล็กน้อย เช่น อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นน้อง อาหารไม่ย่อย โดยไม่ปล่อยผ่าน ยิ่งหากมีอาการบ่อยๆ ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แน่ชัด ที่สำคัญไม่ควรละเลยการตรวจสุขภาพประจำปีด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล เกษตร
แหล่งอาหารดีท็อกซ์สารพิษในปอด จากมลภาวะช่วยล้างพิษฝุ่น PM 2.5
ข้าวโอ๊ต ประโยชน์ธัญพืชยอดฮิต พลังงานและคุณค่าทางโภชนาการสูง!