คอแข็ง-ร้าวลงแขน สัญญาณ“หมอนรองกระดูกคอเสื่อม” อันตรายจากพฤติกรรม
หมอนรองกระดูกคอ นับเป็นชิ้นส่วนอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักและสร้างความยืดหยุ่น ช่วยเคลื่อนไหวกระดูกคอ หากเกิดการเคลื่อนตัวย่อมอันตราย เผยสัญญาณและสาเหตุที่คนวัยทำงานต้องใส่ใจ
หมอนรองกระดูกคอ คือส่วนที่คั่นอยู่ระหว่างปล้องกระดูกคอ ประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 7 ชิ้นเรียกว่า cervical spine ซึ่งชิ้นที่ 1 จะอยู่ติดกับกะโหลก ไล่ลงมาจนถึงชิ้นที่ 7 ที่อยู่ติดกับกระดูกหน้าอก ซึ่งจะทำหน้าที่รับน้ำหนักและให้ความยืดหยุ่น ช่วยในเรื่องของการเคลื่อนไหวกระดูกคอ ทำให้เราสามารถก้มหรือเงยคอได้ แต่เมื่อเราใช้ไปนานๆ หรือใช้ไม่ถูกต้องก็จะทำให้หมอนรองกระดูกคอเสื่อมได้
Freepik/New Africa
กระดูกคอ
สาเหตุหลักของหมอนรองกระดูกคอเสื่อม?
ส่วนใหญ่แล้วโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมจะพบในคนที่อายุประมาณ 40 ปี ขึ้นไป แต่ในปัจจุบันพบโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมมากขึ้น ในหนุ่มสาววัยทำงาน จากพฤติกรรมเสี่ยงการใช้คอ ใช้กล้ามเนื้อแผ่นหลังที่ผิดลักษณะ เช่น
- ใช่คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
- ทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง
- ใช้เวลาวันละหลายๆ ชั่วโมงหมดไปกับการก้มหน้าเล่นมือถือ
- อุบัติเหตุจากรถชนทางด้านหลังอย่างแรง ทำให้กระดูกคอสะบัดไปข้างหลังและสะบัดกลับมาข้างหน้า ก่อให้เกิดการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอและเนื้อเยื่อ ซึ่งถือเป็นปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดอาการต่างๆ ของโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม
อาการของโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม
เมื่อมีการเสื่อมหรือแตกของหมอนรองกระดูกก็จะมีโอกาสเกิดการกดทับที่ประสาทไขสันหลังและรากประสาทได้ อาการที่เกิดขึ้นก็มักจะรุนแรง
- คอแข็ง ทำให้ขยับหรือเคลื่อนไหวคอได้ไม่สะดวกเหมือนปกติ
- ปวดคอร้าวลงไปถึงไหล่หรือแขนได้
- เป็นเหน็บชาที่แขน ขา มือ หรือเท้าบ่อยขึ้นจน รู้สึกอ่อนแรง
- เดินลำบาก เนื่องจากการประสานงานของร่างกายผิดปกติ
- ไม่สามารถ ติดกระดุมได้
- ไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายหรือระบบปัสสาวะได้
ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ เพราะหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้กระดูกเสียหายอย่างถาวร
โดยทั่วไปมักให้การรักษาโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อมแบบชะลอ ไม่ให้มันเสื่อมไวขึ้น โดยการปรับพฤติกรรมร่วมกับรับประทานยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์และการทำกายภาพบำบัด ประคบด้วยร้อน ซึ่งช่วยทุเลาอาการปวดได้ชั่วคราว
4 วิธีดูแลกระดูกได้ง่ายๆ ไม่ต้องรอให้สูงอายุ ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน
นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยผ่านคลื่นความร้อน หรือการฉีดยาเข้าไปเหนือเส้นประสาทที่บริเวณคอ, การรักษาโดยใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงไปที่หมอนรองกระดูก เพื่อลดแรงดันของหมอนรองกระดูกสันหลัง และสลาย ทำลายเส้นประสาทที่งอกเข้ามาในแกนกลางของหมอนรองกระดูกสันหลัง
ในกรณีที่ทานยา และทำตามวิธีที่กล่าวมาแล้วไม่ดีขึ้น และมีอาการเป็นมานานมากกว่า 6 สัปดาห์ การผ่าตัดโดยใช้หมอนรองกระดูกเทียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ปัจจุบันมีแนวทางการผ่าตัดผ่านกล้อง เป็นการผ่าตัดแผลเล็กที่มีความปลอดภัย ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านกล้องที่มีกำลังขยายสูง ทำให้เห็นเส้นประสาทบริเวณคอได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงพิการหลังการผ่าตัดหรือความเสียหายของเนื้อเยื้อที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้
ดูแลไม่ป่วยโรคหมอนรองกระดูกคอเสื่อม
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขยับร่างกายบ้างไม่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป อย่างน้อย นั่ง 1 ชั่วโมง แล้วลุกยืน 1 นาที
- ปรับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา
- เก้าอี้ต้องมีพนักพิง
- ออกกำลังกายและทำกิจกรรมเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยต้องระมัดระวังในการออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บบริเวณคอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3
5 อาหารแคลเซียมสูงช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ลดเหงือกอักเสบ
ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับ 4 ช่วงวัย บำรุงกระดูก ช่วยสุขภาพแข็งแรง