HPV เชื้อก่อมะเร็งอันตราย ที่ถุงยางอนามัยป้องกันไม่ได้ ใครควรเข้าคัดกรอง
แพทย์เผยสาเหตุของการติดเชื้อ HPV ที่ส่วนใหญ่นั้นติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ 3 เรื่องบนเตียงที่ควรเข้าใจ และการตรวจคัดกรองตามความเสี่ยงที่ไม่เหมือนกัน
เชื้อฮิวแมน ปาปิลโลมา ไวรัส (Human Papilloma Virus : HPV) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเอชพีวี คือเชื้อไวรัสที่มีสายพันธุ์มากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (Low risk type) เป็นสายพันธุ์ที่ไม่ทำให้กลายเป็นมะเร็ง
- กลุ่มสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง (High risk type) เป็นสายพันธุ์ที่สามารถทำให้เซลล์เยื่อบุปากมดลูกผิดปกติ จนนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ได้ในที่สุด
.
สาเหตุการติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่นั้นติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ ทำให้ผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนจะมีโอกาสติดเชื้อ HPV นี้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตมากถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจเป็นสายพันธุ์ที่ทำให้ก่อมะเร็งหรือไม่ก็ได้ รวมถึงการสัมผัสอย่างรุนแรงบริเวณอวัยวะเพศ หรือการติดต่อจากแม่สู่ลูกในระหว่างคลอดปกติ ที่ยังคงมีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้เช่นกัน
เรื่องบนเตียง ทำแล้วไม่เสี่ยงติดเชื้อ HPV จริงหรอ ?
เมื่อการติดเชื้อ HPV มีต้นเหตุสำคัญเพราะเพศสัมพันธ์เป็นหลัก การลดความเสี่ยงด้วยเรื่องบนเตียงจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสนใจ และทำความเข้าใจให้ตรงกัน ดังนี้
- การมีคู่นอนคนเดียว ก็มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้
- ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ (แต่ค่อนข้างน้อย)
- การใช้ถุงยางอนามัยอาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด เพราะอาจมีการสัมผัสสารคัดหลั่งบริเวณอื่นๆ ได้เช่นกัน
รวมถึงผู้ชายที่มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ไม่ต่างกับผู้หญิง ซึ่งทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งองคชาตหรือหูดที่อวัยวะเพศได้ นอกจากการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย การตรวจหาเชื้อ HPV จึงเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อแบบไม่รู้ตัวได้ดีที่สุด
ผู้ติดเชื้อ HPV ส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่าตนเองได้รับเชื้อ HPV เนื่องจากการติดเชื้อจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ให้เห็น เพราะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดเชื้อไวรัสออกได้เอง จึงอาจทำให้เชื้อ HPV หายไปใน 1-2 ปี แต่ก็ใช่ว่าความโชคดีเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อ HPV ทุกคน เพราะปัจจุบันยังคงพบตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อเป็นระยะเวลายาวนาน จนทำให้เกิดโรคมะเร็งปากลดมูก มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งช่องคลอด มะเร็งที่อวัยวะเพศ มะเร็งช่องปากและหลอดลม ตลอดจนโรคอื่นๆ ตามมา
การตรวจตินเพร็พ (Thin Prep Pap Test) เป็นวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือสอดผ่านช่องคลอด ก่อนจะป้ายเซลล์บริเวณปากมดลูกบางส่วนออกมา เพื่อส่งตรวจอย่างละเอียดที่ห้องปฏิบัติการต่อไป โดยการตรวจนี้มักจะทำควบคู่กับการตรวจ Cotest Thinprep plus HPV mRNA หรือ Cotest Thinprep plus HPV cobas เพื่อให้ทราบชนิดสายพันธุ์ของเชื้อ HPV อย่างละเอียดและแม่นยำ ทั้งยังช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ไวรัส HPV เสี่ยงมะเร็งอะไรบ้าง? ติดได้ทั้งหญิงและชาย อันตรายรุนแรง
ควรตรวจตินเพร็พ (Thin Prep Pap Test) เมื่อไร ?
- ควรเริ่มตรวจทุก 1-2 ปี
- 3 ปี (หลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก)
- สตรีอายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป
- สตรีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจทุกปี (ติดต่อกัน 3 ปี)
- สตรีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป หากมีผลการตรวจเป็นปกติ 3 ปีติดต่อกัน อาจยกเลิกการตรวจแปปสเมียร์ได้
- สตรีที่ใช้ยา Diethylstilbestrol ขณะตั้งครรภ์ และ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรตรวจทุกปี
มีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติทั่วไปในมนุษย์ หากแต่ควรอยู่ในกรอบของความปลอดภัย หมั่นอัปเดตสุขภาพภายในเป็นประจำสม่ำเสมอ ก่อนที่คุณหรือใคร จะกลายเป็นผู้แพร่เชื้อรายต่อไปแบบไม่รู้ตัว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 1
สปสช. ชวนหญิงไทยรับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองฟรี!
เปลี่ยนคู่นอนบ่อย-ไม่ป้องกัน เสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อะไรบ้าง?