นวัตกรรม CoolSculpting ลดไขมันเฉพาะจุดไม่ต้องเจ็บตัวดูดไขมัน!
ทางเลือกเพื่อการดูแลรูปร่างไม่ต้องดูดไขมันพักฟื้นก็หุ่นเฟิร์ม ดูสมส่วนขึ้นได้ ด้วยนวัตกรรม CoolSculpting แพทย์ย้ำไม่ใช่การรักษาโรคอ้วน
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเพื่อดูแลสุขภาพ และรูปร่างมากมาย นับเป็นทางเลือกและกำไรของผู้บริโภค หนึ่งในนั้นคือ นวัตกรรม COOLSCULPTING ที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินในร่างกายด้วยกระบวนการไครโอไลโปไลซิส (Cryolipolysis) เป็นวิธีลดไขมันโดยการใช้อุณหภูมิต่ำมาก ๆ ถึงระดับที่เย็นกว่าจุดเยือกแข็งในการทำลายเซลล์ไขมันที่อยู่ภายใต้ผิวหนัง
ทำให้เซลล์ไขมันบางส่วนตายและหดตัวลง ร่างกายก็จะกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกผ่านระบบน้ำเหลือง
ส่งผลให้เซลล์ไขมันที่อยู่ภายใต้ผิวหนังมีจำนวนลดลงและทำให้หุ่นเฟิร์ม ดูสมส่วนขึ้น สามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้มากถึง 20-25% เลยทีเดียว
วิธีลดไขมันโดยการลดจำนวนเซลล์ไขมันออกแบบไม่ต้องเจาะดูดไขมันหรือผ่าตัดใด ๆ ทำให้คุณสามารถลดไขมันได้ไม่ยากและไม่ต้องพักฟื้น ยิ่งหากคุณเป็นผู้ที่กำลังคุมน้ำหนัก เพื่อลดไขมันอยู่แล้ว การสลายไขมันด้วยความเย็นเพิ่มเติมจะยิ่งช่วยให้เห็นผลลัพธ์เร็วและชัดเจนขึ้นอย่างมาก
COOLSCULPTING เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีรูปร่างค่อนข้างดี แต่มีไขมันสะสมที่ไม่พึงประสงค์อยู่บ้าง (BMI 30 ขึ้นไป / 2.5 ซม. ขึ้นไปเมื่อบีบ)
- ผู้ที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด
การทำ COOLSCULPTING ไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนักหรือการรักษาโรคอ้วน หากบริเวณเป้าหมายมีขนาดเล็ก การรักษาอาจไม่เหมาะสม และผลลัพธ์ทางคลินิกอาจมีความแตกต่างกันอย่างมาก ผู้เข้ารับบริการจะสามารถเห็นผลลัพธ์ของการรักษาที่ชัดเจนได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับบริการ (ลดลงประมาณ 1-2 นิ้ว) โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่ในระยะเวลาประมาณ 3 เดือนหลังจากสลายไขมัน (ควรทประมาณ 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์)
ทั้งนี้การทำ CoolSculpting ต่อ 1 บริเวณ ใช้เวลาประมาณ 35 นาที บริเวณที่ทำ ได้แก่ ใต้คาง เนินอก ราวนม ต้นแขนนอก ต้นแขนใน หน้าท้องส่วนบน หน้าท้องส่วนล่าง ปีกหลังบน ปีกหลังล่าง รอบเอว บั้นเอว หัวเข่า ต้นขาด้านใน ต้นขาด้านนอก รวมไปถึงแก้มก้นด้วย อย่างไรก็ตามควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโลรังสิต