แนวทางการรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ชะลอข้อผิดรูปและพิการ
เปิดแนวทางรักษา โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ป้องกันข้อผิดรูปและพิการ ทั้งการใช้ยาและกายภาพบำบัด ลดอาการปวด อาการฝืดตึงข้อ ข้อบวม
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่สังคมให้ความสนใจและบางครั้งก็สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีความเชื่อที่ว่า “เมื่อเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์แล้วต้องพิการ” แต่จริงๆแล้วสามารถจัดการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม และช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ หลีกเลี่ยงความพิการได้
สาเหตุที่แท้จริงของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
ทางการแพทย์ยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่การศึกษาพบว่า อาจมีปัจจัยเสี่ยงทางกรรมพันธุ์ การสัมผัสกับฝุ่นซิลิกา การสูบบุหรี่โรคฟันผุ การติดเชื้อไวรัสบางชนิด
อีกทั้งโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่บริเวณข้อเท่านั้น ยังสามารถมีอาการทางระบบอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ตา กล้ามเนื้อ หลอดเลือดอักเสบ ปอดเป็นพังผืด เยื่อหุ้มปอด เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ทำให้มีโลหิตจางจากการอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถเป็นได้กับทุกกลุ่มอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่ส่วนใหญ่จะพบในช่วงอายุวัยกลางคน และมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย
อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
- อาการปวดข้อ โดยเริ่มจากปวดข้อ 1 – 2 ข้อ แล้วค่อยๆ
- ปวดข้อหลายข้อแบบสมมาตร อาจจะเริ่มจากข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า หรือเริ่มจากข้อขนาดใหญ่ เช่น ข้อมือ ข้อศอก ข้อเข่า
- ผู้ป่วยจะมีอาการฝืดตึงข้อ ข้อบวม ไม่สามารถใช้งานข้อได้ตามปกติ
- อาการมักเกิดหลังตื่นนอนตอนเช้าและมีอาการปวดฝืดตึงข้อมากกว่า 1 ชั่วโมง
หากไม่ได้รับการรักษาจะทำให้อาการปวดฝืดตึงข้อเพิ่มขึ้น ซึ่งมักเป็นนานมากกว่า 3 – 4 ชั่วโมงและอาการจะดีขึ้นหรือทุเลาลงในช่วงบ่าย จึงแนะนำให้ผู้ที่มีอาการเหล่านี้หรือบุคคลที่ใกล้ชิด ไม่ควรละเลย ให้มาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและการรักษาที่เหมาะสม แต่หากในรายที่ได้รับการรักษาล่าช้าหรือรักษาอย่างไม่ถูกต้อง ก็อาจเกิดการทำลายข้อถาวร ทำให้ข้อผิดรูปและพิการได้
การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค โดยเริ่มต้นจากการดูแลตนเอง การพักผ่อน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น เลิกสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม และรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม วิตามินดี การดูแลและป้องกันไม่ให้ข้อถูกทำลายมากขึ้น โดยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำลายข้อ เช่น การยกของหนัก การนั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ นั่งกับพื้น หรือกระโดด อาจใช้วิธีประคบอุ่นเมื่อมีอาการปวด และแพทย์จะให้การรักษาด้วยยาที่ใช้ในการควบคุมและรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ให้ได้ผลดี
แนวทางการรักษา
เป้าหมายคือ ควบคุมการอักเสบ ชะลอการเสื่อมของข้อ และคงคุณภาพชีวิต
- ยาต้านการอักเสบ บรรเทาอาการปวด บวม
- ยาต้านรูมาติกที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคมาตรฐาน ช่วยชะลอความรุนแรงของโรค เช่น Methotrexate
- ยาชีววัตถุต้านรูมาติกที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค ใช้ในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อยาต้านรูมาติกที่ปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคมาตรฐาน
- กายภาพบำบัด เพิ่มความแข็งแรงข้อ ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว
เคล็ดลับการดูแลสุขภาพ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ใยอาหาร ผัก ผลไม้ สารต้านอนุมูลอิสระ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมันในปริมาณที่เหมาะสม ลดปริมาณไขมันอิ่มตัวละน้ำตาล
- ออกกำลังกายเบาๆ สม่ำเสมอ เช่น โยคะ ว่ายน้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
- ตรวจสุขภาพและติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน และ โรงพยาบาลเปาโล เกษตร