วิจัยหน้าฝน เสี่ยงป่วยโควิด-19 และ ไข้หวัดใหญ่ เพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?
เปิดข้อมูลงานวิจัยหน้าฝน ว่าเกี่ยวข้องกับการระบาดของไข้หวัดใหญ่และโควิดจริงหรือไม่ ? แนะวิธีดูแลสุขภาพรอบด้าน ลดอัตราการป่วยหนัก
มีงานวิจัยหลายชิ้นซึ่งมีข้อมูลขัดแย้งกันเอง บางงานวิจัยบอกว่าความชื้นสูงทำให้การระบาดน้อยลง แต่บางงานวิจัยกลับบอกว่าความชื้นสูงยิ่งทำให้การระบาดรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยเพียงไม่กี่ชิ้นที่บอกว่าความชื้นสูงจะทำให้ระบาดหนัก รายงานชิ้นนั้นนำโดย Jin Bu แห่ง สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จีน พบว่าไวรัสจะแพร่กระจายได้ดีขึ้นในความชื้นสัมพัทธ์ 75% และปริมาณฝนน้อยกว่า 30 มิลลิเมตรต่อเดือน แต่งานวิจัยนี้สวนทางกับคนอื่นทั้งหมด
ดร. อลัน อีแวนเจลิสตา (Dr. Alan Evangelista) ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาและวิทยาไวรัสแห่งโรงพยาบาลเด็กเซนต์คริสโตเฟอร์ ในเมืองฟิลาเดลเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสและอนุภาคไข้หวัดใหญ่มานานหลายปี ในงานวิจัยของดร. อลัน บอกว่า เมื่อความชื้นเพิ่มขึ้นขนาดของไวรัสจะใหญ่ขึ้นและลอยออกมาจากร่างกายสู่อากาศอย่างรวดเร็ว ในทางตรงกันข้ามเมื่อความชื้นต่ำจะมีการระเหยอย่างรวดเร็วของละอองที่ออกมาจากระบบทางเดินหายใจ นั่นหมายความความชื้นในอากาศ มีส่วนทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น
ฤดูไหนก็ป้องกันไข้หวัดใหญ่และโควิด19ได้
สามารถทำได้โดยวิธีเดียวกัน หากทุกฝ่ายป้องกันไข้หวัดใหญ่อย่างเคร่งครัด จะทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลดลงตามไปด้วย ตรงกันข้ามในช่วงฤดูฝนจะมีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธุ์ต่างๆ และมีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโคโรนาไวรัสเช่นกัน สิ่งที่ยังคงต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด คือ
- ล้างมือบ่อยๆ
- สวมหน้ากากอนามัย
- กินของร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัว
- เว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 1- 2 เมตร
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัดไม่มีอากาศถ่ายเท
- ควรสำรองหน้ากากผ้าไว้วันละหลายๆชิ้น
- ถ้าโดนละอองฝนแล้วหน้ากากเปียกชื้น ควรจะเปลี่ยนใหม่เพราะหน้ากากที่เปียกชื้นจะไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
การศึกษาหลายเคส มีการสนับสนุนว่าความชื้นมีบทบาทสำคัญในการแพร่กระจายของโรคตามฤดูกาล เมื่อมีคนไอหรือจาม จะมีละอองน้ำลายเล็กๆ ขึ้นสู่อากาศ ดังนั้นสรุปได้ว่าไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นเช่นไร ชื้นหรือแห้ง ก็ควรดูแลสุขภาพ
การรับมือโรคโควิด-19 ในฤดูฝน
- ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
- สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้าน
- หลีกเลี่ยงการนำมือมาจับหน้า ตา จมูกและปาก
- รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ งดรับประทานของดิบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรือไข่ก็ตาม
- รักษาระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัดและไม่มีอากาศถ่ายเท
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท