ภาวะเหนือพันธุกรรม (Epigenetic) พลิกชะตายีน สุขภาพดีได้หากเข้าใจ
Epigenetic กลไกเหนือพันธุกรรมที่ส่งผลต่อความเสื่อม แก่ชรา ของเซลล์ เปิดกลไกกระบวนการหลัก 3 ประเภท และวิธีดูแลให้สุขภาพแข็งแรงห่างไกลโรคอันตราย!
ภาวะเหนือพันธุกรรม (Epigenetic, เอพิเจเนติกส์) เป็นกลไกที่ควบคุมการแสดงออกของยีนโดยไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารพันธุกรรม ในขณะที่ยีนหรือสารพันธุกรรม (Deoxyribonucleic acid, DNA) เป็นตัวสำคัญที่กำหนดลักษณะต่างๆ ของมนุษย์ผ่านการสร้างสารโปรตีน
ภาวะเหนือพันธุกรรม สามารถถูกกระตุ้นหรือยับยั้งได้จากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น อาหาร ความเครียด มลพิษ และพฤติกรรมการดำเนินชีวิต หากเปรียบเทียบกับชีวิตคนเรา อาจกล่าวได้ว่ายีนเปรียบเสมือนชะตาของคนแต่ละคนซึ่งได้รับมาตั้งแต่เกิด
ภาวะเหนือพันธุกรรมเปรียบได้กับผลกรรมหรือการใช้ชีวิตที่อาจเปลี่ยนชะตาหรือการแสดงออกของยีนได้ การใช้ชีวิตทั้งที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพเปลี่ยนการแสดงออกของยีนได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงลำดับเบสของสารพันธุกรรม ธรรมชาติของภาวะเหนือพันธุกรรมดังกล่าวทำให้เกิดความรู้ว่า ผู้ที่มียีนที่ทำให้เกิดโรคก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องมีอาการแสดงของโรคเสมอไปหากยีนที่ก่อโรคนั้นไม่แสดงออก และภาวะเหนือพันธุกรรมนี้สามารถถ่ายทอดสู่ลูกรุ่นถัดไปได้
กลไกหลักของ Epigenetic
Epigenetic ทำงานผ่านกระบวนการหลัก 3 ประเภท ได้แก่
- การเติมหมู่เมทิล (DNA Methylation) การเติมหมู่เมทิล (CH3) เข้าไปที่ดีเอ็นเอทำให้การแสดงออกของยีนลดลงหรือปิดการทำงานของยีนบางตัว กระบวนการนี้เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่เซลล์สามารถควบคุมยีนให้ทำงานหรือไม่ทำงานได้
- การดัดแปลงโปรตีนฮิสโตน (Histone Modification) ดีเอ็นเอของมนุษย์ถูกบรรจุอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ โดยพันรอบโปรตีนที่เรียกว่าฮิสโตน (Histone) หากโปรตีนเหล่านี้ได้รับการดัดแปลงด้วยหมู่เคมีต่างๆ เช่น อะเซทิล (Acetyl) หรือเมทิล (Methyl) จะส่งผลให้ยีนสามารถถูกอ่านออกมาได้ง่ายขึ้นหรือยากขึ้น
- การควบคุมโดย RNA ที่ไม่เข้ารหัส (Non-coding RNA Regulation) ในร่างกายของเรามี RNA หลายชนิดที่ไม่ได้ทำหน้าที่สร้างโปรตีน แต่ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงออกของยีน เช่น microRNA ที่สามารถปิดหรือยับยั้งการทำงานของยีนบางตัวได้
อิทธิพลของ Epigenetic ต่อสุขภาพ
- โรคมะเร็ง Epigenetic มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากความผิดปกติของ DNA Methylation และ Histone Modification สามารถกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง เช่น การปิดยีนที่ทำหน้าที่ป้องกันมะเร็ง (Tumor Suppressor Genes) หรือการกระตุ้นยีนที่ทำให้เกิดมะเร็ง (Oncogenes)
- โรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวานและโรคอ้วน พฤติกรรมการกินอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ Epigenetic ทำให้เซลล์ควบคุมน้ำตาลในเลือดทำงานผิดปกติ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และโรคอ้วน
- พฤติกรรมและภาวะทางจิตเวช การศึกษาพบว่า Epigenetic สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมและอารมณ์ เช่น ความเครียดเรื้อรังอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA Methylation ในยีนที่ควบคุมฮอร์โมนคอร์ติซอล ส่งผลให้มีแนวโน้มเกิดภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลได้ง่ายขึ้น
- ผลกระทบต่อทารกในครรภ์ สภาพแวดล้อมของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ เช่น โภชนาการ ความเครียด หรือมลภาวะ สามารถส่งผลต่อ Epigenetic ของทารก ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังเมื่อโตขึ้น
Epigenetic และการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
Epigenetic มีความน่าสนใจตรงที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ ตัวอย่างเช่น การทดลองในสัตว์แสดงให้เห็นว่า หากพ่อแม่มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดี อาจส่งผลต่อสุขภาพของลูกหลานแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับยีนที่กลายพันธุ์โดยตรง
การดูแล Epigenetic เพื่อสุขภาพที่ดี
- โภชนาการที่ดี การบริโภคอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผักและผลไม้ สามารถช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลง Epigenetic ที่ไม่พึงประสงค์
- การออกกำลังกาย ช่วยลดความเครียดและกระตุ้นการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญพลังงาน
- การจัดการความเครียด การทำสมาธิและการฝึกผ่อนคลายสามารถลดผลกระทบของ Epigenetic ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนความเครียด
- หลีกเลี่ยงสารพิษ มลพิษจากสิ่งแวดล้อม เช่น ควันบุหรี่ และสารเคมีบางชนิด สามารถส่งผลเสียต่อ Epigenetic ได้
Epigenetic เป็นศาสตร์ที่ศึกษาการควบคุมการแสดงออกของยีนโดยไม่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของลำดับดีเอ็นเอ ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ พฤติกรรม และโรคต่างๆ แม้ว่า Epigenetic จะได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม แต่เราสามารถดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ส่งผลดีต่อสุขภาพของตนเองและลูกหลานได้ในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์