“ภูมิแพ้อากาศ” หน้าหนาวต้องระวัง อาการที่มักมาพร้อมโรคภูมิแพ้
“ภูมิแพ้อากาศ” หลายคนอาจจะนึกถึงอาการจาม คัดจมูก แต่จริง ๆ แล้วภูมิแพ้อากาศยังส่งผลให้เกิด “ผื่นแพ้อากาศ” เผยอาการและวิธีรักษา
ผื่นแพ้อากาศ คือ อาการผื่นแพ้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากภูมิแพ้อากาศ โดยอาการภูมิแพ้อาจเกิดขึ้นตามฤดูกาลหรือเกิดจากการได้รับสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่น ขนสัตว์ เชื้อรา อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด เป็นต้น หรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายก็อาจได้รับการกระตุ้นจากปัจจัยเหล่านี้ได้ง่ายเช่นกัน เมื่อเกิดอาการภูมิแพ้อากาศแล้วจึงทำให้เกิดผื่นแพ้อากาศตามมาด้วย บริเวณที่มักพบผื่นแพ้อากาศคือ ใบหน้า ลำตัว ข้อพับ แขน ขา สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย
สาเหตุของผื่นแพ้อากาศ
ผื่นแพ้อากาศเกิดจากสาเหตุหลายปัจจัย ตัวอย่างสิ่งกระตุ้นจากภายนอกที่ทำให้เกิดผื่นแพ้อากาศมีดังนี้
- ผื่นแพ้อากาศที่เกิดจากสภาพอากาศ
- อากาศร้อนจัด
- อากาศหนาวจัด
- อากาศชื้น
- มลพิษทางอากาศ เช่น ฝุ่น PM 2.5
ผื่นแพ้อากาศ เป็นอาการหนึ่งของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ซึ่งสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังจะมีผิวหนังที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นและบอบบางกว่าคนทั่วไป เช่น เมื่อสัมผัสกับฝุ่น สารเคมี หรืออากาศที่เย็นหรือร้อนจัดก็จะเกิดปฏิกิริยา เช่น ผื่น แดง คัน บริเวณตามลำตัว แขน ขา หรือใบหน้าได้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังหรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมักมีโอกาสเกิดผื่นแพ้อากาศได้มากกว่าคนปกติทั่วไป
ประเภทของผื่นแพ้อากาศ
ผื่นแพ้อากาศร้อน
เป็นลักษณะผื่นคันชนิดหนึ่งที่มักเกิดในช่วงฤดูร้อนหรือช่วงที่มีอากาศร้อนจัด ลักษณะอาการคือจะมีผื่นแดงคันปรากฎขึ้นเป็นบริเวณกว้าง มักพบบริเวณข้อพับที่มีการเสียดสีหรือซอกต่าง ๆ เช่น ต้นขาด้านใน รักแร้ หัวเข่า ซอกคอ เป็นต้น บางรายอาจพบอาการลมพิษได้ด้วยเช่นกัน
แพ้อากาศเย็นผื่นแพ้อากาศหนาวเย็น
สาเหตุเกิดจากสภาพอากาศที่เย็นลง ส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น จนทำให้เกิดอาการแห้ง คัน เป็นผื่นขุยตามมา มักพบผื่นแพ้อากาศเย็นบริเวณแขน ขา และมือ
ผื่นแพ้ฝนผื่นแพ้ฝน
มักเกิดในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ อาการที่มักพบได้ เช่น ผื่นคัน ผิวแห้ง บริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ต้นคอ ซอกคอ จุดอับชื้นต่าง ๆ หรือใบหน้า เมื่อเกาผื่นแพ้มักลุกลามและอาจกลายเป็นแผลจนติดเชื้อได้
อาการผื่นแพ้อากาศ
อาการผื่นแพ้อากาศมักมาพร้อมอาการภูมิแพ้อากาศ ลักษณะอาการผื่นแพ้อากาศและภูมิแพ้อากาศที่สามารถสังเกตเห็นได้ เช่น
- จาม
- คัดจมูก
- น้ำมูกไหล คันจมูก คันปาก คันตา
- คันตามผิวหนัง
- ผื่นแดงตามใบหน้า ลำตัว แขน ขา หรือข้อพับ
- ผื่นแดงมีตุ่มนูน
- ผื่นแดงแห้ง เป็นขุย
- เกาแล้วผื่นลุกลามใหญ่ขึ้น
- ผื่นหนา เป็นรอยคล้ำ
อาการผื่นแพ้อากาศแบบไหนที่ควรพบแพทย์ทันที
- รู้สึกคันมากจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน ทำให้นอนไม่หลับ หรือใช้ชีวิตปกติได้อย่างยากลำบาก
- เป็นผื่นคันนานกว่า 2 สัปดาห์
- เป็นผื่นคันโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีไข้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
การวินิจฉัยผื่นแพ้อากาศนั้นแพทย์จะซักประวัติและอาการของผู้ป่วยเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นแพ้อากาศ บางรายแพทย์อาจพิจารณาให้ทำการทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง (Patch Test) โดยการป้ายตัวอย่างสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ไว้บนแผ่นหลังเพื่อทดสอบว่าสารตัวไหนก่อให้เกิดการแพ้บนผิวหนัง หรืออาจทำการทดสอบการแพ้ด้วยการตรวจเลือด (Blood Test) เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
วิธีรักษาผื่นแพ้
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
เนื่องจากอาการผื่นคันมีหลายรูปแบบ ผู้ป่วยควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่ชัดเจนว่าผื่นแพ้ที่เราเป็นอยู่นั้นคือลักษณะของผื่นแพ้อากาศหรือไม่ เพื่อการรักษาที่ตรงจุด ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานหรือทาเองเนื่องจากยากลุ่มสเตียรอยด์ที่มักนำมาใช้เพื่อรักษาอาการผื่นคันนั้นเป็นยาอันตราย ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ทานยา พ่นยาแก้แพ้
เมื่อแพทย์วินิจฉัยอาการผื่นแพ้อากาศอย่างแน่ชัดแล้วอาจพิจารณาให้การรักษาด้วยการรับประทานยาหรือพ่นยาแก้แพ้ โดยกลุ่มยาแก้แพ้ที่ใช้รักษาอาการผื่นแพ้อากาศนั้นมีหลายกลุ่มด้วยกัน ซึ่งในส่วนของยาแก้แพ้รูปแบบรับประทานนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ยาแก้แพ้กลุ่มที่ทำให้ง่วงซึม และยาแก้แพ้กลุ่มที่ไม่ทำให้ง่วงซึม
ทาครีมที่มีส่วนผสมของ Corticosteroids
คอร์ติโคสเตียรอยส์ (Corticosteroids) ชนิดใช้ภายนอก เป็นตัวยาที่มักนำมาใช้เพื่อการลดอาการอักเสบของผิวหนัง ลดอาการบวม ผื่นแดง ผื่นคัน ผื่นแพ้อากาศ หรืออาการแพ้ทางผิวหนังอื่น ๆ และโรคผิวหนังต่าง ๆ ทั้งนี้การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรอย่างใกล้ชิด ไม่ควรซื้อยามาทาเอง
วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นผื่นแพ้อากาศ
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นเพราะจะทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม
- ใช้สบู่และโลชันสูตรอ่อนโยน ให้ความชุ่มชื้น เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สี และน้ำหอม
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกจากบ้านหรือเผชิญกับสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ
- หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณที่เกิดผื่นคัน เพราะจะทำให้ผื่นลุกลามและอาจกลายเป็นแผลได้
- ทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อรักษาภูมิคุ้มกัน
- ผื่นแพ้อากาศเกิดจากพฤติกรรมและปัจจัยภายนอก สามารถป้องกันการเกิดผื่นแพ้อากาศได้ดังนี้
วิธีป้องกันผื่นแพ้อากาศ
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกจากบ้านหรือเผชิญกับสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ
- รักษาความสะอาดของร่างกาย รวมถึงทำความเสื้อผ้าหรือชุดเครื่องนอนอยู่เสมอ
- หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณที่เกิดผื่นคัน เพราะจะทำให้ผื่นลุกลามและอาจกลายเป็นแผลได้
- ทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์
- ทำความสะอาดห้องนอน สิ่งแวดล้อมไม่ให้มีฝุ่นหรือขนสัตว์อยู่เสมอ
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นเพราะจะทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ขอบคุณข้อมูลจาก : bedee