ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเหตุฉุกเฉิน ลดบาดเจ็บกล้ามเนื้อ–กระดูก
อุบัติเหตุเกิดได้ทุกเวลา การรู้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ประเมินอาการ กดห้ามเลือด ล้างแผล ทำ R.I.C.E และโทร 1669 ช่วยลดความรุนแรงและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้
เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทั้งภัยพิบัติ อันตรายต่างๆ อีกทั้งในช่วงนี้อยู่ในเทศกาลท่องเที่ยวหรือวันหยุดยาว หลายคนมักออกเดินทางไกล ทั้งด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือเครื่องบิน แต่สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยคือ “อุบัติเหตุระหว่างเดินทาง” ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งบาดเจ็บเล็กน้อย เช่น แผลถลอก ฟกช้ำ หรืออาการรุนแรงอย่างกระดูกหัก เลือดออกมาก หรือหมดสติ
การรู้ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ “การช่วยเหลืออย่างถูกวิธีในนาทีแรก” สามารถลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้
ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- ประเมินความปลอดภัยของพื้นที่ก่อนเข้าให้การช่วยเหลือ อย่ารีบเข้าไปหาผู้บาดเจ็บทันที โดยเฉพาะในจุดที่มีความเสี่ยง เช่น บนถนนที่มีรถวิ่งผ่าน หรือบริเวณที่มีไฟรั่ว น้ำมันรั่ว หรือสิ่งของตกหล่น ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า “ปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ช่วยและผู้บาดเจ็บ”
- ตรวจชีพจร การหายใจ และการตอบสนอง เรียกชื่อผู้บาดเจ็บหรือแตะไหล่เบา ๆ หากไม่ตอบสนอง ให้ตรวจดูว่าหายใจอยู่หรือไม่
หากไม่หายใจ ให้เริ่มทำ CPR (การปั๊มหัวใจ) และโทรแจ้ง 1669 (สายด่วนฉุกเฉิน) ทันที หากยังหายใจ ให้จัดท่าทางให้นอนนิ่ง ศีรษะตรง หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป โดยเฉพาะส่วนคอและหลัง
- ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น ยกเว้นกรณีจำเป็น เช่น พื้นที่ไม่ปลอดภัย หรือมีความเสี่ยงไฟไหม้ ระเบิด ฯลฯ หากสงสัยว่ามีกระดูกหักหรือบาดเจ็บกระดูกสันหลัง ควรรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพหรือแพทย์มาช่วยเหลือเท่านั้น
- ห้ามล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ในทันที กรณีมีแผลถลอกหรือแผลเปิด ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ (Normal Saline) และซับเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด จากนั้นปิดแผลด้วยผ้าก๊อซเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ห้ามใช้แอลกอฮอล์หรือไอโอดีนเข้มข้นโดยตรงบนแผลสด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายเคืองและแผลหายช้า
- หากมีเลือดออกมาก ให้กดห้ามเลือดทันที ใช้ผ้าสะอาดหรือผ้าก๊อซกดตรงบริเวณที่เลือดออกอย่ายกผ้าที่กดออกบ่อย ๆ เพราะจะทำให้เลือดออกต่อเนื่อง หากเลือดยังไม่หยุด ให้กดซ้ำด้วยผ้าอีกชั้นโดยไม่ยกผ้าเดิมออก
- หากหมดสติแต่ยังหายใจ ให้จัดท่า Recovery Position คือ นอนตะแคงหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย เพื่อเปิดทางเดินหายใจ และป้องกันการสำลัก
การปฐมพยาบาลอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ–กระดูก ด้วยหลัก R.I.C.E
อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น ข้อเท้าพลิก กล้ามเนื้อเคล็ด หรือขัดยอก เป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะระหว่างเล่นกีฬา หรือทำกิจวัตรประจำวัน หากปฐมพยาบาลได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยลดอาการบวม ปวด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ หนึ่งในวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ใช้กันทั่วไปคือหลัก
R.I.C.E. ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอนง่าย ๆ
- R – Rest (พัก) หยุดใช้บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บทันที เพื่อลดการกระแทกหรือการกดทับที่อาจทำให้บาดเจ็บรุนแรงขึ้น
- I – Ice (ประคบเย็น) ประคบเย็นด้วยน้ำแข็งห่อผ้า หรือเจลเย็น บริเวณที่เจ็บเป็นเวลา 15–20 นาทีต่อครั้ง ช่วยลดอาการบวม อักเสบ และบรรเทาอาการปวด โดยเฉพาะในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก
- C – Compression (รัด) ใช้ผ้ายืดพันแผลพันบริเวณที่บาดเจ็บแบบหลวม–พอดี เพื่อช่วยควบคุมอาการบวม ไม่ควรรัดแน่นเกินไปเพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก
- E – Elevation (ยกสูง) ยกอวัยวะที่บาดเจ็บให้อยู่สูงกว่าระดับหัวใจ เช่น ยกขาไว้บนหมอน เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับและลดอาการบวมได้เร็วขึ้น
การปฐมพยาบาลผู้ที่ถูกสารเคมีหรือฝุ่นควันเข้าตา
หากเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง (เช่น ถูกสิ่งแปลกปลอมจากรถคันหน้ากระเด็นใส่ หรือในพื้นที่ไฟไหม้) ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือ น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) โดยเปิดน้ำให้ไหลผ่านดวงตาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาอย่างน้อย 15-20 นาที ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด หากยังคงมีอาการปวดหรือระคายเคือง ให้รีบไปพบแพทย์
วิธีการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน (1669) ให้ได้ผลเร็ว
ควรแจ้งข้อมูลสำคัญให้ครบ เน้นย้ำสิ่งที่ควรแจ้งแก่เจ้าหน้าที่เพื่อความรวดเร็วในการเข้าถึง ได้แก่
- เบอร์โทรศัพท์ ของผู้แจ้งให้เลขหมายที่ติดต่อกลับได้
- สถานที่เกิดเหตุ ระบุให้ชัดเจนที่สุด เช่น ชื่อถนน หมายเลขกิโลเมตร จุดสังเกตสำคัญ
- ลักษณะของอุบัติเหตุ และ จำนวนผู้บาดเจ็บ เช่น รถชน มีผู้บาดเจ็บกี่คน
- อาการที่เด่นชัด ของผู้บาดเจ็บ เช่น ไม่รู้สึกตัว เลือดออกมาก แขน–ขาผิดรูป
อุปกรณ์ที่ควรมีในชุดปฐมพยาบาลติดรถ
- ผ้าก๊อซ ปิดแผล / พลาสเตอร์ยา
- ผ้าสามเหลี่ยม / ผ้ายืดพันแผล
- น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline)
- ถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้ง
- กรรไกร / เทปกาวทางการแพทย์
- ยาแก้ปวดลดไข้ (Paracetamol)
- เบอร์โทรฉุกเฉิน (1669, โรงพยาบาลใกล้เคียง)
- Power bank สำหรับโทรศัพท์มือถือ
รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หากพบอาการเหล่านี้
- หมดสติ ไม่หายใจ ชีพจรเต้นอ่อน
- เลือดออกมากกดไม่หยุด
- เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก
- กระดูกผิดรูป หรือมีแผลเปิดลึก
- ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนไม่หยุด สงสัยเลือดออกในสมอง
- ถูกงูหรือแมลงมีพิษกัด
- แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกบริเวณกว้าง
แม้เราจะไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์อุบัติเหตุได้ทั้งหมด แต่สามารถ “ลดความรุนแรงของผลลัพธ์” ได้ด้วยการเตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมตรวจสภาพรถยนต์ให้พร้อมก่อนเดินทาง พักผ่อนให้เพียงพอ และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้โทร 1669 หรือรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้ที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2