ประโยชน์ "ออกกำลังกาย" ด้านสุขภาพจิต ช่วยจัดการอารมณ์ได้ดี
การออกกำลังกายเป็นแนวทางหนึ่งที่จะคงไว้ซึ่งร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ผลการวิจัยยิ่งชี้ชัดว่า การออกกำลังกายช่วยลดอาการทางจิตได้หลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นความเครียดหรือซึมเศร้า ทั้งยังป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้ด้วย
การออกกำลังกายไม่ได้หมายถึงการออกแรงอย่างหนัก เหงื่อตกมากๆ การออกกำลังกายที่ให้ผลทางสุขภาพจิตนั้นแม้เพียงแค่เดินปกติสัก 10 นาทีก็ได้ผลแล้ว ในทางตรงกันข้าม การออกกำลังกายทางจิตวิทยานั้น หมายถึงการทำร่างกายให้แอคทีฟขึ้นเพื่อส่งผลให้ลดอารมณ์ทางด้านลบและเพิ่มอารมณ์ด้านบวกให้มากขึ้น และยิ่งมีการวางแผนให้เหมาะสมก็จะยิ่งได้ผลมากยิ่งขึ้นด้วย แม้ว่า กลไกที่การออกกำลังกายส่งผลลดอาการ เศร้า เครียด กดดัน เหนื่อยล้าจิตใจ หงุดหงิดโมโห หรือแม้แต่สิ้นหวังนั้นยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ในทางสรีรวิทยา
การออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับของสารเคมีในสมอง หรือสารสื่อประสาทที่ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น อย่างเช่น เอนดอร์ฟิน (endorphins) ช่วยคลายกล้ามเนื้อ หลับลึกขึ้น ลดฮอร์โมนความเครียด และมีผลให้จิตใจสงบขึ้น
ประโยชน์ด้านสุขภาพจิตที่เด่นชัด
- เพิ่มความสำเร็จเล็กๆ และความเชื่อมั่นในตนเอง เมื่อทำได้สำเร็จ แม้เพียงเล็กน้อย จะค่อยๆ แปรเป็นความเชื่อมั่นในตัวเอง โดยเฉพาะในคนที่กำลังซึมเศร้า ซึ่งมักรู้สึกว่าตนทำอะไรไม่สำเร็จ การออกกำลังกายจึงเป็น “จุดเริ่มต้น” ที่ช่วยให้เห็นศักยภาพของตัวเองอีกครั้ง
- ลดการหมกมุ่นกับความคิดลบ คนที่กำลังเครียดหรือเศร้ามักติดอยู่กับความคิดเดิมๆ การออกกำลังกายช่วยเบี่ยงความสนใจให้ไปอยู่กับกิจกรรมอื่น พบสิ่งรอบตัว หรือฟังเพลงขณะออกแรง ก็ช่วยผ่อนคลายได้มาก
- เสริมคุณค่าในตนเอง แม้ออกกำลังกายเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้รู้สึกว่าตน “มีคุณค่า” และดูแลตัวเองได้ เกิดมุมมองเชิงบวกต่อตัวเองมากขึ้น
- เปลี่ยนการรับรู้อาการทางกายไปในทางบวก อาการใจเต้นเร็ว เหงื่อออก หรือหายใจเร็ว ที่เคยทำให้หลายคนกังวลว่าเป็นความเครียด จะถูกจับคู่กับประสบการณ์เชิงบวกจากการออกกำลังกายแทน ทำให้ไม่กลัวอาการเหล่านี้อีกต่อไป
- เจอสภาพแวดล้อมที่ดี การออกไปออกกำลังกายนอกบ้าน ทำให้พบผู้คนและบรรยากาศเชิงบวก ซึ่งช่วยลดการเก็บตัวและเสริมอารมณ์ดีได้ง่ายขึ้น
- พัฒนาทักษะการคิดเชิงบวก การลงมือทำอะไรดีๆ ให้ตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย สร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้เชื่อว่า “เราจัดการอารมณ์ได้” และนำไปใช้กับปัญหาอื่นๆ ได้ด้วย
ลดความฝืดในการเริ่มต้น
การลุกขึ้นมาเริ่มออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ไม่เคยทำ ต่อไปนี้คือแนวทางที่ช่วยให้เริ่มได้ง่ายขึ้น:
- เลือกกิจกรรมที่ทำแล้ว “สนุก” ไม่ฝืน เช่น เดินเร็ว เต้น เล่นกีฬาเบาๆ
- ตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น เริ่มวันละ 5 นาที แล้วค่อยเพิ่ม
- แบ่งกิจกรรมเป็นช่วงสั้นๆ เช่น เดิน 10 นาที แกว่งแขน 5 นาที พัก 5 นาที แล้วเริ่มใหม่
- มองการออกกำลังกายเป็น “ยา” ที่ช่วยรักษาทั้งกายและใจ ไม่ใช่ภาระ
- คิดเผื่ออุปสรรคไว้ล่วงหน้า เช่น ฝนตกให้ย้ายไปออกในบ้าน ไม่มีรองเท้าให้ใช้รองเท้าคู่สำรอง เพื่อไม่ให้แผนสะดุด
แน่นอนว่า การเริ่มอาจยาก แต่การทำให้ต่อเนื่องยิ่งยากกว่า จึงต้องมีแผนรับมือ เช่น เตรียมทางเลือกสำรอง คิดถึงผลดีที่ได้รับ หรือหาสิ่งเล็กๆ มาเป็นแรงจูงใจ การแบ่งกิจกรรมเป็นช่วงสั้นๆ ทำให้เมื่อหลุดจังหวะก็กลับมาต่อได้ง่าย ไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพังหมด
ขอบคุณข้อมูลจาก : Bangkok Health Research Center