รู้จัก “ไวรัสฮันตา” เชื้อรุนแรงจากหนู หลัง WHO จับตาเหตุเสียชีวิตบนเรือสำราญ
ชวนรู้จัก “ไวรัสฮันตา” โรครุนแรงจากหนู ติดต่อผ่านสารคัดหลั่ง เสี่ยงปอดบวมน้ำและไตวาย หลัง WHO จับตาผู้เสียชีวิต 3 รายบนเรือสำราญ โดยต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสดังกล่าว
จากกรณีองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ขณะนี้บนเรือสำราญ เอ็มวี ฮอนเดียส ซึ่งกำลังเดินทางจากประเทศอาร์เจนตินาไปยังประเทศกาบูเวร์ดี โดยบรรทุกนักท่องเที่ยวประมาณ 150 คนจากหลายประเทศ ได้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยต้องสงสัยว่าอาจเกิดจากการระบาดของ ไวรัสฮันตา (Hantavirus) ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 2 ราย รายหนึ่งเสียชีวิตแล้ว อีกรายป่วยหนัก ทำความรู้จักไวรัส พร้อมพาหะของโรค
ไวรัสฮันตาคืออะไร?
ไวรัสฮันตา หรือ ฮันทา (Hanta virus) เป็นอาร์เอ็นเอไวรัส ชนิดสายเดียว จัดอยู่ในตระกูลบันยาไวรัส ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ค่อยเป็นเชื้อก่อโรคในมนุษย์เท่าใดนัก ไวรัสฮันตาก่อให้เกิดโรคที่สำคัญๆ 2 ลักษณะ
- ไวรัสฮันตาทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะไตวายร่วมด้วย ซึ่งโรคที่เกิดมีอาการค่อนข้างรุนแรง พบมีรายงานการเกิดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา ลักษณะนี้ในประเทศเกาหลี ประเทศจีน และทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย
- ไวรัสฮันตาทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจที่รุนแรง อาการสำคัญไวรัสฮันตา ไข้และปอดบวมน้ำที่มีความรุนแรงที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ในเวลาที่รวดเร็ว เชื้อไวรัสฮันตาที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบบทางเดินหายใจพบการระบาดทั่วไปในทวีปอเมริกาเหนือ
พาหะของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา
สัตว์ประเภทกัดแทะประเภทหนู มนุษย์จะได้รับเชื้อไวรัสฮันตาที่ถูกขับออกมาทางสารคัดหลั่งของหนู เช่น ปัสสาวะ น้ำลาย รวมทั้งมูลอุจจาระ เมื่อคนหายใจเอาละอองสารคัดหลั่งดังกล่าวที่มีเชื้อไวรัสฮันตาเข้าไปในร่างกาย ก็จะเกิดภาวะการติดเชื้อขึ้น สำหรับกรณีที่คนถูกหนูกัดโดยตรง โอกาสที่เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล อาจพบได้แต่ความเสี่ยงไม่สูงนัก จากการศึกษาพบว่าการติดต่อโรคโดยการจับหรือสัมผัสกับฉี่หนู น้ำลายหนู หรือมูลอุจจาระ จะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่ามาก ส่วนใหญ่พบหนูที่ติดเชื้อไวรัสในบริเวณนอกบ้านมากกว่าในบ้าน เช่น พบในฟาร์ม ในบริเวณชนบท มาตราการป้องกันไม่ให้หนูเข้ามาเพ่นพ่านในบริเวณบ้าน ที่ซึ่งผู้คนมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งปฏิกูลของมัน จึงมีความสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง
การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสฮันตา
จะมีลักษณะเป็นการแพร่กระจายในแนวราบ โดยการขยายพันธุ์ของสัตว์ หรือสัมผัสกันโดยตรง เช่น การต่อสู้กัน และเป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่าเชื้อไวรัสฮันตาจะไม่ก่อโรคในหนูเลย และไม่ใช่หนูทุกชนิดที่แพร่เชื้อไวรัสฮันตา พบว่าชนิดของหนูที่แพร่เชื้อไวรัสมากที่สุดเป็นหนูเล็กซึ่งเป็นหนูท้องถิ่น ขนาดลำตัว 2-3 นิ้ว หางยาว 2-3 นิ้ว ตาโต หูโต ขนมีหลายสี สีเทาบ้าง แดงออกน้ำตาลบ้าง ใต้ท้องเป็นแถบสีขาว พบทั่วไปในทวีปอเมริกาเหนือ โดยมักพบอยู่ในบริเวณชายป่า นอกจากนี้ยังพบเชื้อไวรัสในหนูสายพันธุ์อื่นๆได้อีกหลายชนิด โดยเฉพาะหนูขาขาว ซึ่งพบได้ไม่บ่อย แต่มักมีไวรัสอยู่เป็นจำนวนมาก
การเกิดไวรัสฮันตาในมนุษย์
- โดยส่วนมากแล้วการติดเชื้อเกิดจากผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัสในลักษณะของฝอยละออง เชื้อไวรัสฮันตาที่มากับปัสสาวะหรืออุจจาระของสัตว์กัดแทะ จะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์โดยการหายใจเข้าไป หรือเชื้อไวรัสผ่านทางผิวหนังที่มีบาดแผลหรือเยื่อบุตา หรืออาจพบเชื้อไวรัสปะปนมากับอาหารและน้ำดื่ม
- อีกวิธีหนึ่งที่พบได้และทำให้ผู้ป่วยได้รับเชื้อ คือ การได้รับเชื้อไวรัสฮันตาจากการที่ถูกสัตว์กัด โดยผ่านทางน้ำลายของหนูที่มีเชื้อไวรัส ในทางทฤษฎีแล้ว อัตราการติดเชื้อจะขึ้นกับโอกาสที่มนุษย์สัมผัสโรค ซึ่งมักเป็นในช่วงฤดูกาลที่จะพบสัตว์ที่เป็นแหล่งของเชื้อไวรัสฮันตา และปัจจัยที่เกี่ยวกับอาชีพของแต่ละบุคคล
ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดต่อโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาสู่มนุษย์โดยพาหะอื่นที่ไม่ใช่หนู และยังไม่มีรายงานการติดต่อจากคนสู่คนหรือการติดโรคระหว่างมนุษย์ที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า มีรายงานการเกิดโรคในผู้ที่ทำงานในห้องปฎิบัติการที่ใช้หนูเป็นสัตว์ทดลองบ้างประปราย และจากการศึกษาการระบาดของเชื้อไวรัสฮันตาในประเทศอาร์เจนตินา เมื่อปี ค.ศ.1996 พบความเป็นไปได้ที่จะเกิดมีการติดต่อจากคนสู่คนได้ แต่หลักฐานทางระบาดวิทยายังไม่แน่ชัด
สำหรับเรื่องราวประวัติความเป็นมาของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา พบการระบาดครั้งแรกในปี ค.ศ.1993 ที่รัฐทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา บริเวณแถวมลรัฐอะริโซนา นิวเม็กซิโก โคโรลาโด และยูทาห์ พบผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจรุนแรง ภายหลังประวัติการมีไข้สูง ซึ่งอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว ตอนแรกมีเกิดการระบาด แพทย์และนักวิทยาศาสตร์พากันคิดว่าเกิดจากเชื้อกาฬโรค แต่ผลการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดต่อมา พบว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่กาฬโรคตามที่เข้าใจแต่แรก กระบวนการขั้นตอนการสืบสวนและสอบสวนโรคโดยหน่วยงาน CDC ของประเทศสหรัฐอเมริกาต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ถึงจะค้นพบว่าโรคระบาดในครั้งนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสฮันตา
ทั้งนี้ในประเทศไทยของเรา ถึงแม้จะยังไม่มีรายงานการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสฮันตา แต่จากการศึกษาวิจัยหนูชนิดต่างๆ ในชุมชนทั่วประเทศ พบว่าสามารถตรวจพบแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสฮันตาได้ในหนูชนิดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีความชุกอยู่ระหว่าง 2.3-3.0 จากหลักฐานดังกล่าวข้างต้นทำให้มีการตั้งสมมุติฐานว่า โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสฮันตาในประเทศไทย อาจจะไม่ได้มีอาการและอาการแสดงที่รุนแรงในแบบที่พบในต่างประเทศ หรืออาจเป็นเพียงการติดเชื้อแบบไม่มีอาการก็ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : Bangkok Health Research Center