ปวดเข่าวัย 40+ อย่าเพิ่งคิดว่า “ข้อเข่าเสื่อม” สาเหตุ ทางเลือกรักษาไม่ต้องผ่าตัด
ปวดเข่าวัย 40+ ไม่ได้เกิดจากข้อเข่าเสื่อมเสมอไป อาจมาจากกล้ามเนื้อ เอ็น หรือหมอนรองกระดูก แนะสังเกตอาการและตรวจหาสาเหตุ เพื่อรักษาได้ตรงจุด
อาการปวดเข่าในวัย 40 ปีขึ้นไป ไม่ได้มาจากข้อเข่าเสื่อมเสมอไป อาจมีต้นเหตุจากกล้ามเนื้อ เอ็น หรือหมอนรองกระดูกข้อเข่า การแยกสาเหตุให้ถูกตั้งแต่แรกจะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด ผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการ ยังมีทางเลือกการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดอีกหลายระดับ ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด การใช้ยา ไปจนถึงการฉีดยาเฉพาะจุด หรือ ฉีดยาเข้าข้อเข่า เช่น น้ำข้อเข่าเทียม หรือ PRP และการผ่าตัดเป็นทางเลือกเมื่อจำเป็นเท่านั้น
หากปวดเข่าเรื้อรัง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือใช้ยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านข้อเข่าเพื่อตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ
อาการปวดเข่าที่พบบ่อยในวัย 40+
- ปวดเข่าเวลาเดิน และอาการทุเลาลงเมื่อได้พัก
- ปวดเวลาขึ้นลงบันได โดยเฉพาะตอนเดินลงบันได ซึ่งเป็นจังหวะที่ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ
- ลุกนั่งลำบาก เช่น นั่งยองๆ นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือลุกจากเก้าอี้เตี้ยแล้วรู้สึกฝืดหรือเจ็บ
- เข่าฝืดในตอนเช้า รู้สึกขยับเข่าได้ไม่คล่องหลังตื่นนอนหรือหลังอยู่นิ่งนานๆ และมักดีขึ้นเมื่อขยับสักพัก
- เข่าบวม เข่าดูบวมขึ้น สัมผัสแล้วรู้สึกอุ่น
- หัวเข่ามีเสียงดังก๊อบแก๊บ เวลางอ-เหยียดเข่า
ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปอาจมีอาการเหล่านี้ ซึ่งระดับความรุนแรงของอาการปวดเข่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจมีอาการรุนแรงขึ้น
สาเหตุของอาการปวดเข่า
อาการปวดเข่าไม่ได้แปลว่าเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” เสมอไป เพราะข้อเข่าเป็นข้อต่อที่ประกอบด้วยกระดูก กระดูกอ่อนผิวข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ และหมอนรองกระดูกเข่า ความผิดปกติของส่วนใดส่วนหนึ่งก็ทำให้ปวดได้ทั้งสิ้น สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรงพอ ข้อเข่าจะต้องรับแรงและน้ำหนักมากขึ้น จึงเกิดอาการปวดและล้าได้ง่าย
- เอ็นเข่าอักเสบ การใช้งานซ้ำๆ หรือการลงน้ำหนักผิดท่า อาจทำให้เอ็นรอบข้อเข่าเกิดการอักเสบ ปวดเฉพาะจุด และปวดมากขึ้นเวลาขยับ
- หมอนรองกระดูกเข่า หมอนรองกระดูกข้อเข่าทำหน้าที่รองรับแรงกระแทก เมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือเสื่อมสภาพ อาจมีอาการปวด เข่าฝืด หรือรู้สึกเข่าติดขัดเวลาเคลื่อนไหว
- ข้อเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อค่อยๆ สึกหรอตามการใช้งานและอายุ ทำให้ปวด ข้อฝืด และเมื่อรุนแรงขึ้นอาจมีข้อเข่าผิดรูปร่วมด้วย
- ข้อเข่าอักเสบ เป็นการอักเสบจากภายในข้อเข่าเอง เช่น โรคไขข้ออักเสบ (Gout) เป็นต้น
รักษาข้อเข่าเสื่อม ไม่ต้องผ่าตัด ทำได้หลายวิธี
ความกังวลอันดับต้นๆ ของผู้ที่เริ่มมีอาการปวดเข่า คือกลัวว่าจะต้องผ่าตัด แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่อาการยังอยู่ในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง สามารถดูแลให้อาการดีขึ้นได้ด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด
โดยแพทย์จะประเมินระดับความรุนแรงเป็นรายบุคคล และเลือกแนวทางที่เหมาะสม เพื่อลดอาการปวด ชะลอความเสื่อม และให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากที่สุด การเข้ารับการตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ ยิ่งช่วยให้มีทางเลือกในการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดมากขึ้น
ทางเลือกการรักษาข้อเข่าเสื่อม
แนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายระดับ ตั้งแต่การดูแลด้วยตนเองไปจนถึงการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย
- ปรับพฤติกรรมและควบคุมน้ำหนัก เพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
- กายภาพบำบัดและการบริหารกล้ามเนื้อ เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้ช่วยพยุงข้อ
- การใช้ยา เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ
- การฉีดยาเข้าข้อเข่า เช่น การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า ตามข้อบ่งชี้ของแพทย์
- การรักษาด้วย PRP โดยนำเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้ป่วยเองมาใช้ ในผู้ป่วยที่เหมาะสม
- การผ่าตัด เป็นทางเลือกเมื่ออาการรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วยังไม่ดีขึ้น โดยมีตั้งแต่การผ่าตัดส่องกล้องไปจนถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เมื่อข้อเข่าเสื่อมถึงระยะที่วิธีอื่นไม่สามารถบรรเทาอาการได้แล้ว การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันยังแบ่งได้เป็นการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อและการเปลี่ยนเฉพาะบางส่วน ขึ้นอยู่กับว่าข้อเข่าเสื่อมมากน้อยเพียงใด
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านข้อเข่า
สัญญาณและอาการปวดเข่าบางอย่างที่ไม่ควรปล่อยไว้ และควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมิน ได้แก่
- ปวดเข่าเป็นๆ หายๆ ต่อเนื่องนานหลายเดือน และไม่ดีขึ้นเอง
- ต้องใช้ยาแก้ปวดบ่อยครั้งหรือใช้ต่อเนื่องเพื่อให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
- อาการปวดเริ่มรบกวนการเดิน การนอน หรือกิจวัตรประจำวัน
- เข่าบวม ผิดรูป หรือเริ่มงอ-เหยียดได้ไม่สุด
การเข้าพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป แต่จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และได้แนวทางการดูแลที่เหมาะสมที่สุดก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้น
ที่ศูนย์สุขภาพข้อเข่า โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เราดูแลสุขภาพเข่าแบบองค์รวม ตั้งแต่การส่งเสริม การป้องกัน ไปจนถึงการรักษา โดยเริ่มจากการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด เพราะอาการปวดเข่าไม่ได้มาจากข้อเข่าเสมอไป บางครั้งอาจเป็นผลต่อเนื่องมาจากสะโพก กระดูกสันหลัง หรือเท้าและข้อเท้า ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขาที่ทำงานร่วมกัน ผู้ที่มีอาการปวดเข่าจึงได้รับการตรวจประเมินอย่างรอบด้านและได้แนวทางการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไปจนถึงการผ่าตัดเมื่อจำเป็น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท