ประโยชน์ หยวกกล้วย สังสรรค์เมนูรับวันลอยกระทง ขับปัสสาวะล้างพิษ
ก่อนเย็นนี้จะไปเที่ยวงานลอยกระทง 2565 มารู้จักประโยชน์ของหยวกกล้วยที่นิยมนำมาทำอาหารหลากหลายและเป็นจานโปรดของใครหลายคนที่มีกากใยสูงช่วยเรื่องระบบขับถ่ายดีงาม
“หยวกกล้วย” วัตถุดิบที่นิยมนำมาประกอบอาหารอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นส่วนของแกนกลางของต้นกล้วยที่มีสีขาว ซึ่งมีฤทธิ์เย็น ซึ่งหยวกกล้วยที่นิยมกินนั้นจะเป็นหยวกกล้วยเถื่อนหรือกล้วยป่า หยวกกล้วยตานี หยวกกล้วยน้ำว้า
วิธีการปรุงหยวกกล้วย
- หันหั่นตามขวาง หรือตามยาวเป็นชิ้นขนาดพอคำ ๆ
แช่น้ำให้ท่วมเกลือ น้ำมะนาว หรือมะขามเปียกป้องกันดำเพื่อเอาใยที่มีลักษณะคล้าย ๆ ใยของสายบัว ออกก่อน
- สะเด็ดน้ำพักไว้ ก่อนนำไปปรุงอาหารตามชอบ สังสรรค์ได้หลายเมนู อย่างแกงหยวกกล้วย แกงคั่ว แกงส้ม ต้มกะทิ หรือลวกจิ้มแล้วกินกับน้ำพริกถ้วยโปรดก็ได้
โดยสรรพคุณของ หยวกกล้วย
- มีเบต้าแคโรทีน
- วิตามินซี ที่ยังพอมีบ้างแม้ผ่านความร้อนมา
- ใยอาหารสูง ซึ่งมีบทบาทช่วยดูดซับสิ่งสกปรกและสารพิษตามลำไส้ กระเพาะอาหาร ทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ให้สะอาดปลอดจากสารพิษ แล้วขับถ่ายออกมากับอุจจาระ
- มีธาตุเหล็กที่ช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบิลในเลือด ในสภาวะโลหิตจาง
- ช่วยบรรเทาอาการเสียดท้อง และป้องกันโรคลำไส้เป็นแผล ลดอาการท้องเฟ้อและขับปัสสาวะ
- บำรุงร่ายกายต่อต้านโรคมะเร็ง
- รากกล้วย แก้ขัดเบา แก้ไข้ ขับน้ำเหลือง แก้ท้องเสีย
- ลำต้น ใบ และยางจากใบ ใช้ห้ามเลือด สมานแผล
- ใบอ่อนที่ยังไม่คลี่ ใช้ประคบรักษาอาการอักเสบและพุพองของผิวหนัง
- ลำต้น แก้ท้องเสีย แก้ผื่นคัน น้ำจากลำต้น ใช้รักษาโรคหนองใน ผลดิบ ใช้บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ท้องขึ้น รักษาโรคกระเพาะ แก้ท้องเสีย
- ผลสุก ใช้เป็นยาระบาย เปลือกกล้วย แก้ริดสีดวง
ลอยกระทงปี 65 คึกคัก คนแห่ซื้อกระทง แม้วัสดุแพงขึ้น
นอกจากนี้กล้วยยังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะธาตุเหล็กและโพแทสเซียม ซึ่งธาตุเหล็กจะช่วยกระตุ้นการสร้างฮีโมโกลบินในเลือด และธาตุโพแทสเซียมสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้
ตกเย็นนี้ไปเที่ยวงานลอยกระทงให้จุใจอย่าลืม 1 ครอบครัว 1กระทงเลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลายง่ายไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมกันด้วยนะคะ
ข้อมูลจาก : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล,blog.arda