กลุ่มอาหารปลอดกลูเตน (Gluten Free) “แพ้กลูเตน” กินอะไรปลอดภัยที่สุด?
ปัจจุบันกระแสอาหารเพื่อสุขภาพกำลังได้รับความนิยม หากไปตามซูปเปอร์มาเก็ตก็มักจะพบกับฉลากบรรจุภัณฑ์อาหารระบุว่า ไม่มีน้ำตาล (Sugar Free) ไม่มีไขมัน (Fat free) รวมถึงฉลาก ปลอดกลูเตน (Gluten Free) ที่เป็นเทรนด์มาแรงในการเลือกรับประทานอาหารของคนรักสุขภาพ หยิบโดยไม่ทันรู้ว่าคืออะไรแต่คิดว่าดีต่อสุขภาพแน่นอน รู้ลึกประเด็นดังกล่าวได้ที่นี้ค่ะ!
กลูเตน (Gluten) เป็นภาษาละตินรากศัพท์ของคำว่า Glue ซึ่งแปลว่า กาว เพราะเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เสมือน “กาว” ในการเชื่อมส่วนของอาหารไว้ด้วยกัน มีลักษณะเหนียว ยืดหยุ่น และไม่ละลายน้ำ จึงมีหน้าที่ช่วยให้อาหารคงรูปร่างและจับตัวเป็นก้อน พบได้ในข้าวสาลี,ข้าวไรย์ ,ข้าวสเปลท์, ข้าวคามุท,และข้าวบาร์เลย์เป็นต้น ซึ่งพบในผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งข้าวสาลี เช่น เบเกอรี่ พาย เค้ก
มักใช้เป็นส่วนประกอบในการทำเนื้อเทียมในอาหารมังสวิรัติ และอาหารเจ รวมถึงยังพบได้ใน ปลากระป๋อง กะทิสำเร็จรูป น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลืองด้วย
แพ้กลูเตนคืออะไร ?
ในกลุ่มผู้ที่แพ้กลูเตน หรือมีภาวะไวต่อกลูเตน หรือได้รับวินิจฉัยว่าเป็นโรคเซลิแอค (Celiac disease) ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดหนึ่ง เมื่อกินอาหารที่มีกลูเตนแล้ว ร่างกายจะเกิดการตอบสนองที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบบริเวณเยื้อบุลำไส้เล็กทำให้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหาร แร่ธาตุและวิตามินได้อย่างเต็มที่ และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคกระดูกพรุน ภาวะมีบุตรยาก เส้นประสาทเสียหาย เป็นต้น
สัญญาณแพ้กลูเตน
- ท้องอืด ท้องเสียและท้องผูก โดยเฉพาะเด็กๆ
- เป็นโรคขนคุด เป็นผลมาจากการขาดกรดไขมันและวิตามิน A และส่งผลให้การดูดซึมไขมันแย่ลง เนื่องจากกลูเตนทำให้ลำใส้เสียหาย
- อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยง่าย
- เวียนศรีษะ หรือ เสียการทรงตัว
- ฮอร์โมนไม่สมดุล
- โรคไมเกรนหรือโรคปวดหัวข้างเดียว
- มีการอักเสบ บวม และปวดบริเวณข้อต่อ เช่น ข้อนิ้ว หัวเข่า หรือสะโพก
- ปัญหากับอารมณ์ของตัวเอง เช่น วิตกกังวล ซึ่มเศร้า อารมณ์แปรปรวน หรือสมาธิสั้น
อาหารที่ผู้แพ้กลูเตนควรเลี่ยง
- ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวสเปลท์ ข้าวคามุท ข้าวบาร์เลย์
- ข้าวโอ๊ต โดยธรรมชาติแล้ว ข้าวโอ๊ต ไม่มีกลูเตน แต่การปลูกและกระบวนการผลิตอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนกลูเตนได้
- ราเมง อุด้ง โซบะ บะหมี่ พาสต้าทุกชนิด เกี๊ยว
- ขนมปังและเบเกอรี่
- เฟรนช์ฟรายด์สำเร็จรูป
- เนื้อสัตว์แปรรูป
- โปรตีนเกษตร
- เมนูไข่ตามร้านอาหาร (อาจมีส่วนผสมของแป้งหรือเครื่องปรุงรส)
- ผลไม้กวน ผักและผลไม้ชุบแป้งทอด
- ซอสปรุงรส
- เครื่องดื่ม ได้แก่ เบียร์ บริเวอร์ ยีสต์ ไวน์คูลเลอร์ เครื่องดื่มมอลต์
“วิตามิน” กินมากไปเสี่ยงตับทำงานหนัก แนะปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน
อาหารปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
- ข้าวเจ้า, ข้าวเหนียว, บัควีท, ควินัว, ถั่วต่างๆ, รำข้าวโอ๊ต* (สูตรไม่มีกลูเตน), แป้งลูปิน, แป้งกัวร์กัม, แป้งเท้ายายม่อม, แป้งมันสำปะหลัง, แป้งกล้วย, แป้งมะพร้าว, แป้งเฮมพ์, แป้งถั่วลูกไก่, แป้งถั่วเหลือง, แป้งอัลมอนด์, แป้งควินัว, แป้งผักโขม
- เส้นก๋วยเตี๋ยว, วุ้นเส้น
- ขนมปังและเบเกอรี่: ขนมปังและเบเกอรี่ (สูตรไม่มีกลูเตน)
- เนื้อสัตว์ เนื้อปลา, เนื้อกุ้ง, เนื้อหมู, เนื้อไก่, ไข่
- ผัก ผลไม้สด
- กลุ่มซอสปรุงรส สูตรไม่มีกลูเตน
- กลุ่มเครื่องดื่ม ได้แก่ เบียร์ (สูตรไม่มีกลูเตน), ไวน์, วิสกี้, วอดก้า
ทั้งนี้การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ควรเลือกที่ผลิตภัณฑ์ที่ระบุ “Gluten Free” เนื่องจากอาจมีส่วนประกอบของแป้งสาลี ซอสถั่วเหลือง หรือเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : BDMS Wellness Clinic และ สสส.
อาหารสำหรับ "คนนอนน้อย" เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า-เสริมการทำงานของสมอง
11 ประโยชน์ของ “เกสรผึ้ง” ไขข้อสงสัยทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์สุขภาพมาแรง