วิธีชะลอสูญเสียคอลลาเจน เลือกกินแบบไหน? ช่วยให้ไม่แก่ง่ายผิวแข็งแรง
เมื่ออายุมากขึ้น ความเต่งตึงของผิวก็จะยิ่งลดลง เป็นเพาะคอลลาเจนใต้ผิวหนังเริ่มลดลง ทำอย่างไร?กินอะไรช่วยเรื่องนี้ได้! เช็กเลยถ้าไม่อยากแก่เร็ว!
คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังมีความแข็งแรงและยืดหยุ่น ตัวช่วยชะลอวัย ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นง่าย แต่น่าเศร้าที่เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนจะลดลง ทำให้ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อยและมีริ้วรอยเพิ่มมากขึ้นฉะนั้นการเพิ่มและชะลอคอลาเจนให้อยู่กับเราไปนานๆ ย่อมเป็นหนทางในการชะลอวัยได้
- คอลลาเจนชนิดทาผิว
คอลลาเจนโดยส่วนมากมีโมเลกุลขนาดใหญ่ เมื่อทาผิวแล้วจะดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ยาก หรือไม่สามารถดูดซึมได้เลย มีเพียงมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเหมือนครีมทาผิวทั่วไป
- คอลลาเจนชนิดรับประทาน
มีการศึกษาว่า คอลลาเจนที่มีโมเลกุลขนาดสั้น ๆ เช่น ไดเปปไทด์และไตรเปปไทด์ เมื่อรับประทานแล้วร่างกายสามารถดูดซึมได้ นอกจากนี้มีการศึกษาเพิ่มเติมในผู้ป่วยเพศหญิงที่เริ่มเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนพบว่าเมื่อรับประทานคอลลาเจนครบ 4 สัปดาห์ ส่งผลให้ริ้วรอยลดลงจริง
คอลลาเจนอาจจะสามารถช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นได้ แต่ยังไม่มีการวิจัยในระยะยาวทั้งยังคงต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียงต่อไป
ด้านกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า คอลลาเจน ตัวช่วยชะลอวัย ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นง่าย ซึ่งหากต้องการได้ผลดีและปลอดภัยที่สุด ควรเลือกคอลลาเจนสายสั้น (hydrolyzed collagen) เนื่องจากเป็นคอลลาเจนที่ผ่านการไฮโดรไลซ์จนมีขนาดที่เล็กลง ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และกลายเป็นองค์ประกอบของการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย โดยปริมาณของคอลลาเจนที่กินใน 1 วันโดยให้ผลที่ดีที่สุดและไม่มีผลข้างเคียงคือ 2.5 – 15 กรัม ซึ่งหากเลือกการกินอาหารให้ดีเพื่อที่จะช่วยชะลอการสลายและมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย
6 เทคนิค ช่วยให้คอลลาเจนในร่างกายอยู่กับเราไปนาน ๆ
- กินโปรตีนต่อวันต้องเพียงพอ ทำให้สร้างคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ โดยการกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ หรือ ธัญพืชต่าง ๆ เพื่อที่ร่างกายจะนำคอลลาเจนไปใช้ประโยชน์ต่อสภาพผิว ข้อเข่า หรือมวลกระดูก แทนการนำไปปรับสมดุลของโปรตีนในร่างกาย
- วิตามินซี เพราะวิตามินซีช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่ช่วยชะลอการสลายของคอลลาเจน โดยแหล่งของวิตามินซี คือ ผักและผลไม้ต่าง ๆ เช่น ฝรั่ง ผักคะน้า บรอกโคลี สตรอเบอร์รี่ ส้ม แอปเปิลแดง มะนาว เบอร์รี่ชนิดต่าง ๆ เป็นต้น
- วิตามินเอ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ที่มีหน้าที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกาย ที่ทำให้ผิวพรรณยังเต่งตึง โดยแหล่งอาหารที่มีวิตามิน เอ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผักที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลืองส้ม เช่น ตำลึง ผักบุ้ง แครอท มะละกอสุก เป็นต้น
6 อาหารบำรุงผิว ต้านมะเร็งผิวหนัง ยิ่งกินผิวยิ่งดี เปล่งปลั่งสุขภาพดี
- แหล่งวิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานคู่กับวิตามินซี โดยแหล่งของวิตามินอี คือ น้ำมันพืชต่าง ๆ เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง นอกจากนี้ยังพบใน ถั่วอัลมอนด์ อาโวคาโด มะม่วง กีวี เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน เพราะน้ำตาลจะทำให้เกิดกระบวนการไกลเคชัน (glycation) ที่จะส่งผลให้คอลลาเจนเสียรูปร่าง และไม่ยืดหยุ่นแบบที่ควรเป็น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอวันละ 8 – 10 แก้ว หรือ 2 ลิตรต่อวัน น้ำเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างคอลลาเจนในร่างกาย หากดื่มน้ำไม่พอการสร้างคอลลาเจนก็จะลดลงไปด้วยนั่นเอง
อย่างไรก็ตามการกินคอลลาเจนเป็นเพียงอาหารเสริม หากต้องการบำรุงผิวควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงแสงแดดและการสูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้สุขภาพกายรวมถึงผิวดีขึ้นได้โดยอาจจะกินควบคู่ไปกับวิตามินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี อี และเอ รวมไปถึงดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน เพื่อชะลอการสลายตัวและมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน และที่สำคัญต้องกินโปรตีนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ข้อเข่า หรือกระดูก ได้เต็มประสิทธิภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก : สภากาชาดไทย และ สสส.
ผัก 5 ชนิด “วิตามินซีสูง” ช่วยดูแลผิว ต้านหวัดป้องกันติดเชื้อไวรัส
“มะเขือเทศ” กินแล้วแก้มแดงระเรื่อ ฟื้นฟูผิวพรรณ ลดเสี่ยงมะเร็ง