10 ผลไม้คีโตกินได้ คาร์โบไฮเดรต-น้ำตาลต่ำ ไฟเบอร์สูง
คีโตนับเป็นเทรนด์ลดน้ำหนักที่หลายคนรู้จัก แนะ ผลไม้ที่ชาวคีโตกินได้ไม่กระทบร่างกายประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น
เทรนด์ลดน้ำหนักที่หลายคนรู้จัก คือ คีโตไดเอต (Keto Diet) หรือคีโตเจนิกไดเอต (Ketogenic diet) เป็นการกินรูปแบบHigh Fat & Low Carb Diet การกินมันเพื่อเบิร์นไขมัน เน้นทานอาหารไขมันในกลุ่มไขมันที่ดี 70%ของปริมาณแคลอรี่ต่อวัน ซึ่งร่างกายปกตินำกลูโคสจากคาร์โบไฮเดรตมาใช้เป็นพลังงาน เมื่อมีกลูโคสน้อย จึงปรับตัวโดยนำไขมันสะสมมาเผาผลาญ และตับเปลี่ยนกรดไขมันที่ถูกย่อยเหล่านั้นเป็นสารคีโตน ให้พลังงานแทน ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าไม่สามารถกินผลไม้ได้ เพราะบริโภคคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล
แต่อันที่จริงน้ำตาลในผลไม้เป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ อีกทั้งมีเส้นใยสูง ซึ่งสามารถลบล้างผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยชาวคีโตสามารถกินได้โดยการเลือกผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำและมีเส้นใยสูงได้
10 ผลไม้ที่คีโตกินได้
- อะโวคาโด : คาร์โบไฮเดรตสุทธิ 2 กรัม/ถ้วย อันดับแรกของตารางเพราะเป็นผลไม้และไม่เพียงแต่มีคาร์โบไฮเดรตสุทธิต่ำที่สุดเท่านั้น แต่ยังมีไขมันคีโต ที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย
- มะนาว : คาร์โบไฮเดรตสุทธิ/ผลไม้ 4 กรัม
- มะม่วง : คาร์โบไฮเดรตสุทธิ 5 กรัม/ผลไม้
- แบล็คเบอร์รี่ : ปริมาณคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 6 กรัม/ถ้วย
- ราสเบอร์รี่ : ปริมาณคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 7 กรัม/ถ้วย
- สตรอเบอร์รี่ : มีคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 8 กรัม/ถ้วย
- แตงโม : ปริมาณคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 10.5 กรัม/ถ้วย
- แคนตาลูป : ปริมาณคาร์โบไฮเดรตสุทธิ 11.5 กรัม/ถ้วย
- เชอร์รี่ : คาร์โบไฮเดรตสุทธิ 12.5 กรัม/ถ้วย
- ลูกพีช : คาร์โบไฮเดรตสุทธิ 12.5 กรัม/ถ้วย
การบริโภคผลไม้เพื่อควบคุมอาหารคีโตก็ควรจำกัดอยู่ และแนะนำให้ตั้งเป้าให้ได้คาร์โบไฮเดรตสุทธิประมาณ 30–50 กรัมต่อ และควรเติมไขมันที่ดีต่อสุขภาพอาหารที่มีโปรตีน และผักที่ไม่มีแป้งเป็นส่วนใหญ่ในจานของคุณพร้อมกับไขมันดีอื่นๆ เช่นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก เนยใส สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มปริมาณไขมันที่ดีต่อหัวใจ อย่างไรก็ตาม ผลไม้คาร์โบไฮเดรตสูงอื่นๆ เช่น เบอร์รี่ แตงโม หรือแคนตาลูป ควรบริโภคในปริมาณเล็กน้อย นอกจากนี้ยังขอแนะนำว่าหากเบื่อที่จะกินผลไม้สดสามารถรวมผลไม้ประมาณครึ่งถ้วยกับผักแล้วปั่นเพื่อทำสมูทตี้ผลไม้คีโตได้เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : draxe
รู้จัก “คอเลสเตอรอล” และ “ไตรกลีเซอไรด์” ตัวการทำไขมันในเลือดสูง!