5 เทรนด์กินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก แบบไม่ต้องอดแต่ต้องเลือกให้เหมาะ!
การลดน้ำหนักที่ดีคือการควบคุมอาหารและออกกำลังกายไม่ใช่การอด เผย 5 เทรนด์การกินเพื่อลดน้ำหนักที่เหมาะสมกับตนเอง
เชื่อว่าหลายคนอยากมีหุ่นและสุขภาพที่ดี โรคภัยไม่ถามหาและเชื่อว่าหลายคนยังมองว่าการอดอาหารคือการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิด อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แนะวิธีลดน้ำหนักแบบไม่ต้องอดอาหาร แถมยังได้กินอย่างหลากหลาย เช็กวิธีการกินเพื่อลดน้ำหนักลดไขมันที่จะเหมาะกับตัวเรามากที่สุดได้ที่นี้!
5 เทรนด์กินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
- กินแบบเมดิเตอร์เรเนียน
เป็นรูปแบบการกินที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และสามารถช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
เชื่อว่าหลายคนอยากมีหุ่นและสุขภาพที่ดี โรคภัยไม่ถามหาและเชื่อว่าหลายคนยังมองว่าการอดอาหารคือการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ซึ่งนั้นเป็นความคิดที่ผิด อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แนะวิธีลดน้ำหนักแบบไม่ต้องอดอาหาร แถมยังได้กินอย่างหลากหลาย เช็กวิธีการกินเพื่อลดน้ำหนักลดไขมันที่จะเหมาะกับตัวเรามากที่สุดได้ที่นี้!
5 เทรนด์กินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก
- กินแบบเมดิเตอร์เรเนียน
เป็นรูปแบบการกินที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และสามารถช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
แต่ถ้าจะเลือกทานแบบนี้ก็ควรเลี่ยงอาหารจำพวก เช่น แป้งขัดสี ไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานซ์ และเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลทุกชนิดเพื่อให้ได้รสชาติแบบธรรมชาติและดึงประโยชน์สารอาหารของวัตถุดิบออกมาให้มากที่สุด
- Intermittent Fasting (IF)
เป็นรูปแบบการกินอาหารที่อดอาหารเป็นช่วงๆ โดยมีการกำหนดระยะเวลาการกินและการอดอาหารที่ชัดเจน เพื่อบังคับให้ร่างกายอยู่ในสภาวะไม่มีอาหารนานพอที่จะสลายไขมันสะสมมาใช้ รูปแบบของ IF ที่เป็นที่นิยมจะเป็นสูตร16/8 อดอาหาร 16 ชั่วโมง กินอาหาร 8 ชั่วโมง
ข้อควรระวัง ช่วง Fasting ควรได้รับสารน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำ หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ไม่แนะนำในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคเบาหวานที่ต้องกินยาประจำ และโรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น
- +++++++ (Low carbohydrate)
การทานคาร์โบไฮเดรตที่มากเกิน ร่างกายจะเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตส่วนเกินมาสะสมเป็นไขมันแทน ในทางกลับกันเมื่อจำกัดคาร์โบไฮเดรต ร่างกายก็จะกระตุ้นการสลายไขมันมาใช้เช่นเดียวกัน รูปแบบการกินจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่นิยมก็คือการจำกัดปริมาณ ข้าว แป้ง ธัญพืช พืชหัว เผือก มัน และ ผลไม้บางชนิด ให้ไม่เกิน 40% ของพลังงานทั้งหมด หันไปเน้นทานผักใบ เนื้อสัตว์ไม่ติดหนัง ไม่ติดมัน และเลี่ยงการทานน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ขนมหวาน และน้ำหวานนั่นเอง
- Healthy Plate Model โดยใช้หลัก 2:1:1
ปรับเมนูอาหารให้เป็นจานสุขภาพ โดยเลือกใช้จานข้าวแบบกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 นิ้ว จากนั้นให้แบ่งสัดส่วนของจานกลมออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆกัน โดย
- 2 ส่วน หรือ ครึ่งหนึ่งของจาน เป็นผัก จะเลือกเป็นผักดิบหรือผักสุกก็ได้ และเลือกผักให้หลากหลาย
- 1 ส่วนหรือ ¼ ของจาน (ไม่เกิน 10 ช้อนโต๊ะ) เป็นข้าวแป้ง ควรเลือกกลุ่มที่ไม่ขัดสี เพื่อให้ได้เส้นใย และสารอาหารที่มากกว่าข้าวแป้งขัดสี
- อีก 1 ส่วนหรือ ¼ ของจาน จะเป็นเนื้อสัตว์ เลือกเนื้อสัตว์ไขมันน้อย ไม่ติดหนัง ไม่ติดมัน
หลังมื้ออาหารสามารถเสริมด้วย ผลไม้สด 1 จานรองแก้วกาแฟ โดยเลือกผลไม้ที่ไม่หวานมาก หรือ นม ผลิตภัณฑ์จากนม นมถั่วเหลืองหวานน้อย 1-2 แก้ว
11 ประโยชน์ของ “เกสรผึ้ง” ไขข้อสงสัยทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์สุขภาพมาแรง
- การนับแคลอรี่ (Calories count)
แคลอรี่ คือหน่วยวัดปริมาณพลังงานที่ร่างกายใช้ในแต่ละวัน ซึ่งพลังงานเหล่านี้ ร่างกายจะนำไปใช้ในระบบต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าได้รับแคลอรี่หรือพลังงานมากจนเกินไป พลังงานส่วนเกินจะถูกนำไปเก็บไว้ในรูปแบบของไขมัน ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้
หลักการนับแคลอรี่
- กินให้น้อยกว่าใช้ หากกินน้อยกว่าที่ใช้ ประมาณ 500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน น้ำหนักจะลดลง 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
- เลือกรับแคลอรี่จากอาหารที่มีคุณภาพ (Quality calories) เลือกแป้งไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไม่ติดหนัง ไม่ติดมัน และเลือกกินไขมันชนิดดี ที่กินแล้วอยู่ท้อง ไม่หิวง่าย
- อ่านฉลากโภชนาการ ทำให้ทราบถึงพลังงานและสารอาหารของอาหารที่รับประทาน
ทั้งหมดนี้เป็นตัวเลือกหนึ่งในการควบคุมน้ำหนักตัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะยิ่งเห็นผลได้ชัดหากคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ แต่หากใครที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้ว น้ำหนักยังไม่ถึงน้ำหนักเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินการใช้ยาลดน้ำหนักหรือการผ่าตัดเพื่อการรักษาโรคอ้วนได้เช่นกัน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท
ภาพจาก : freepikและshutterstock