ตะขบ ผลไม้กินเพลิน สรรพคุณและเส้นใยสูง ช่วยดูดซับคอเลสเตอรอลได้
เชื่อว่าหลายต่อหลายคนในวัยเราๆ เคยปีนต้นตะขบเก็บมาลองกิน ซึ่งเป็นรสชาติของความทรงจำเลยก็ว่าได้ เปิด สรรพคุณ ประโยชน์และข้อควรระวังก่อนกิน
ตะขบ ผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่หรือหลายคนอาจรู้จักในชื่อ ครบฝรั่ง ตากบ ตะขบฝรั่ง เป็นต้น เชื่อว่าเด็กๆ ที่ตอนนี้อายุไม่น้อยแล้ว เคยปีนต้นเก็บผลสีแดงสด หอมหวานมากินเป็นขนมกับเดอะแก๊งค์ ซึ่งต้นตะขบจัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีความสูงได้ประมาณ 5-7 เมตร และอาจสูงได้ถึง 10 เมตร
คุณค่าโภชนาการ ในปริมาณ 100 กรัม
ตะขบอุดมไปด้วยน้ำเป็นส่วนประกอบ 76-94 กรัม มีใยอาหาร 0.5-6.3 กรัม มีน้ำตาลราว 3-18 กรัม ให้มีพลังงาน33-97 กิโลแคลอรี
ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่าตะขบมีใยอาหารสูงมาก 6.3 กรัม มากกว่าผลไมชนิดอื่นๆ เกือบ 2 เท่า อาทิ ฝรั่ง แป้นสีทอง มี 3.3 กรัม และฝรั่งกิมจูมี 3.1 กรัม นอกจากนี้ตะขบจะมีใยอาหารสูงแล้วยังมีแคลเซียมและโพแทสเซียมสูงอีกด้วย ซึ่งมีประโยชน์ดูดซับคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ และป้องกันเส้นเลือดสมองแตกได้อีกด้วย
สรรพคุณของตะขบ
-
ผลสุกมีรสหวานเย็นหอม มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจ
-
ดอกตะขบมีสรรพคุณเป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ด้วยการใช้ดอกแห้งประมาณ 3-5 กรัม นำมาชงเป็นน้ำชาดื่ม
-
ใช้เนื้อไม้เป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ
-
ใช้เป็นยาแก้หวัด ลดไข้ ด้วยการใช้ดอกแห้งประมาณ 3-5 กรัม นำมาชงเป็นน้ำชาดื่ม
-
ใบมีรสฝาดเอียด มีสรรพคุณเป็นยาขับเหงื่อ
-
รรากมีสรรพคุณเป็นยาแก้เสมหะ ช่วยกล่อมเสมหะและอาจม (ราก)
-
ช่วยแก้อาการปวดเกร็งในทางเดินอาหาร ด้วยการใช้ดอกตะขบแห้ง 3-5 กรัม นำมาชงกับน้ำเป็นชาดื่ม
-
ต้นใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาระบาย เนื่องจากมีสาร mucilage มาก
ข้อแนะนำและข้อควรระวัง
ผลสุกของตะขบป่า จะมีรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ซึ่งในการรับประทานควรรับประทานแต่พอดีไม่ควรรับประทานมากจนเกินไป เพราะผลสุกของตะขบป่าตามสรรพคุณของตำรายาไทยระบุว่ามีฤทธิ์ระบาย ซึ่งอาจทำให้เกิดการปวดไซท้องได้
ส่วนการใช้ในรูปแบบสมุนไพร ก็เช่นเดียวกันควรใช้ในขนาดและปริมาณที่พอดีที่ได้ระบุได้ในตำรับตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ใบขนาด และ ปริมาณที่มากจนเกินไป หรือ ใช้ต่อเนื่องกันนานจนเกินไปเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ทั้งนี้ตะขบสามารถกินได้ก็จริงแต่ควรเลือกจากแหล่งที่ปลอดภัยและอย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนกินด้วยนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : Medthai,กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ disthai
5 เมนูเหมาะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แนะหลีกเลี่ยงอาหารบูดง่าย
“ตำลึง” สมุนไพรฤทธิ์เย็น โภชนาการสูง แหล่งสารฟลาโวนอยด์ช่วยต้านมะเร็ง