กลุ่มอาหารต้านโรคหัวใจ ลดตะกอนในหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดไขมันในเลือด
นอกจากการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมแล้วการเลือกกินอาหารดีที่และช่วยบำรุงหัวใจโดยตรง จะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นเผยกลุ่มอาหารช่วยบำรุงหัวใจช่วยยับยั้งการจับตัวของเม็ดเลือดแดง ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง
สุขภาพหัวใจที่ดี นอกจากการออกกำลังกายและเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ก็มีส่วนช่วยบำรุงหัวใจได้ เสริมด้วยอาหารที่มีเส้นใย วิตามิน และแร่ธาตุ เช่น ผักและผลไม้ และลดอาหารจำพวกไขมัน น้ำตาล และเกลือ
ผลไม้สดที่ให้คุณค่าต่อหัวใจตามสีต่างๆ
- สารสีม่วงแดง หรือ แอนโทไซยานิน พบมากในองุ่น ลูกพรุน แอปเปิลแดง สตรอว์เบอร์รี ชมพู่มะเหมี่ยว บลูเบอร์รี มะเขือม่วง กะหล่ำปลีสีม่วง ช่วยขยายเส้นเลือดลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ
- สารสีแดง หรือ ไลโคปีน พบมากในแตงโม มะเขือเทศ ส่วนสารสีแดงในลูกทับทิม บีทรูท มี สารเบต้าไวซิน สารสีแดงทั้งหมดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอาการเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
- สารสีส้ม หรือ เบต้าแคโรทีน พบมากในมะละกอ ฟักทอง แคนตาลูบ มะม่วง แครอท ช่วยลดระดับไขมันในเลือด
- สารสีส้มเหลือง พบมากในส้มเขียวหวาน ลูกพีช ช่วยบำรุงหัวใจ ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง
อาหารบำรุงหัวใจ
- ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี อาทิ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เพราะมีเส้นใยอาหาร และมีวิตามิน เกลือแร่
- ปลา มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และไม่ทำให้เกิดตะกอนในหลอดเลือดหัวใจ
- ผักตระกูลกะหล่ำ ผักต่างๆ จะให้กากใย และมีสารแอนตีออกซิแดนท์ที่ดีต่อหัวใจ เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว บร็อคโคลี่
- น้ำผลไม้สด เช่น น้ำส้มคั้นสดที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่ช่วยลดระดับโฮโมซิสเตอีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคหัวใจวาย น้ำองุ่นสดซึ่งมีสารฟลาโวนอยด์ และเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ช่วยยับยั้งเซลล์เม็ดเลือดแดงจับกันเป็นก้อน ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด
- ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ วอลนัท พิสตาชิโอ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ น้ำนมถั่วเหลือง หรือน้ำเต้าหู้ จะช่วยลดคอเลสเตอรอลได้
- กระเทียม ช่วยยับยั้งการจับตัวของเม็ดเลือดแดงที่จะไปอุดตันหลอดเลือดแดง ควรรับประทานวันละ 5 – 10 กลีบ
- กล้วยมีโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความดันโลหิตได้ หรือ มันเทศ มันฝรั่งอบ ซอสมะเขือเทศ โยเกิร์ต แคนตาลูป ก็ช่วยได้เช่นกัน
- อัลมอนด์ มีผลการวิจัยระบุว่า การรับประทานอัลมอนด์เพียงวันละ 1 หยิบมือ ช่วยลด LDL ได้ถึง 4.4%และถ้ารับประทาน 2 หยิบมือต่อวัน ช่วยลด LDL ได้ถึง 9.4%
นอกจากนี้ในอัลมอนด์ ยังอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ อาทิ ไฟเบอร์ โปรตีนจากพืช วิตามินบี วิตามินอี และโอเมก้า 3 ซึ่งล้วนแล้วแต่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างเซลล์ที่สึกหรอของผิวหนัง เส้นผม ทั้งยังช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย ไฟเบอร์ที่ได้จากอัลมอนด์ยังช่วยลดการเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย
เมนูจานโปรด-ของหวานไม่เค็มแต่โซเดียมแฝงสูง! เสี่ยงโรคไตไม่รู้ตัว
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอิ่มตัว เนย น้ำมันมะพร้าว ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ถ้ามีคอเลสเตอรอลในร่างกายสูงควรหลีกเลี่ยงไขมันประเภทนี้ไว้ก่อน
- หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป เช่น อาหารหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้มักจะมีเกลือโซเดียมสูง ซึ่งจะมีผลต่อความดันโลหิตสูงขึ้น
นอกจากการเลือกกินอาหารแล้วยังควรให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและการพักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อเช็กอัพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หากพบรอยโรค จะช่วยให้ไม่รุนแรงและหาวิธีป้องกันโรคได้ทันท่วงที
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
สรรพคุณ “กระชาย” สมุนไพรเด่นช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ เป็นยาอายุวัฒนะ
ตะขบ ผลไม้กินเพลิน สรรพคุณและเส้นใยสูง ช่วยดูดซับคอเลสเตอรอลได้