แหล่งไขมันดี และ ไขมันเลว เลือกกินให้ได้ประโยชน์จากคอเลสเตอรอลสูงสุด
หลายคนอาจสับสนว่า! แท้จริงแล้ว คอเลสเตอรอล ที่เราคุ้นเคย เป็นไขมันประเภทไหน? แล้วไขมันชนิดดี (HDL) กับไขมันชนิดไม่ดี (LDL) นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร? เปิดแหล่งไขมันดีและไขมันเลว
คอเลสเตอรอลเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง โดยปกติแล้วร่างกายสามารถสร้างคอเลสเตอรอลขึ้นได้เองจากตับ แต่คอเลสเตอรอลที่เกินความจำเป็นต่อร่างกายมักมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ไม่ว่าจะจากเนื้อสัตว์ติดมัน ไข่แดง นม หรือผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งการที่เรามีคอเลสเตอรองสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญอันนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้
ประเภทของคอเลสเตอรอล
High-density Lipoprotein (HDL) หรือที่รู้จักกันในชื่อ“ไขมันดี”มีส่วนช่วยลำเลียงคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
ออกจากหลอดเลือดแดง และเนื้อเยื่อไปยังตับเพื่อขับออก ทำให้ร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมลดลง จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคทางหลอดเลือดได้ ทั้งยังมีส่วนในการยับยั้งการเกิดออกซิเดชัน การอักเสบ และการแข็งตัวของเลือด ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง
แหล่งไขมันดี (HDL)
- น้ำมันมะกอก
- ถั่วเปลือกอ่อน
- ถั่วเปลือกแข็ง
- ธัญพืช
- ผลไม้ไฟเบอร์สูง
- เมล็ดแฟลกซ์
- ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน
- อะโวคาโด
Low-density Lipoprotein (LDL) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไขมันไม่ดี” ซึ่งเป็นไขมันที่ชอบจับตัวสะสมตามผนังหลอดเลือด หากมีไขมันชนิดนี้มากจะทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบและแข็ง เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง
แหล่งไขมันเลว (LDL)
- ของทอด น้ำอัดลม
- ขนมหวาน
- ไขมันสัตว์
- เนย ชีส ครีมเทียม
- ขนมขบเคี้ยว
- เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ติดมัน
นอกจากคอเลสเตอรอลแล้ว ยังมีไขมันอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นไขมันที่อยู่ในเลือด โดยร่างกายจะใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรอง ซึ่งเราจะได้รับไตรกลีเซอไรด์จากการรับประทานอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล หรือไขมันต่างๆ หากได้รับสารอาหารเหล่านี้มากเกินความจำเป็น ร่างกายก็จะเปลี่ยนให้เป็นไตรกลีเซอไรด์สะสมอยู่ตามเซลล์ต่างๆ การมีไตรกลีเซอไรด์สูงจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น
ห่างไกลไขมันตัวร้าย ด้วยวิธีง่ายๆ
- ควบคุมปริมาณอาหารให้พอดี
- เลี่ยงอาหารทอด หรืออาหารที่มีไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันทรานส์ รวมถึงอาหารที่มีส่วนผสมของแป้งหรือน้ำตาลอยู่มาก
- เพิ่มการกินผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และผลไม้ไม่หวานในมื้ออาหาร
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 วัน
- เข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม เพื่อให้โกรทฮอร์โมนหลั่งดี ลดเสี่ยงไขมันสะสม
- ลดหรือเลิกการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
เปิดประโยชน์ “เนยอัลมอนด์” ช่วยการนอนหลับจริงหรือไม่?
วิธีดูแลตนเองหากมีไขมันเลว (LDL) เกินค่ามาตรฐาน
- รับประทานยาลดไขมันตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ เช่น เค้ก คุกกี้ ของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน เนย มาการีน
- รับประทานอาหารที่มีปริมาณใยอาหารสูง เช่น ข้าวกล้อง เมล็ดธัญพืช ผักใบเขียว และแอปเปิล
- ลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจวัดระดับไขมันในเลือด
คำแนะนำทั่วไปคือ ควรตรวจครั้งแรกเมื่ออายุ 35 ปีหรือควรตรวจทันทีในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน สูบบุหรี่ มีประวัติครอบครัวของโรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การตรวจสุขภาพประจำทุกปีโดยมาตรฐานทั่วไป จะมีการตรวจวัดระดับไขมันชนิดต่างๆ ร่วมด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเราทราบผล ก็ควรดูแลตนเองหรือปรับพฤติกรรมเพื่อให้ระดับไขมันประเภทต่างๆ มีค่าที่เหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อหลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ เพราะเราทุกคนสามารถดูแลสุขภาพให้ดีได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ และ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา
เทียบคุณค่าโภชนาการ นมจากสัตว์ และ นมจากพืช แบบไหนแคลเซียมเยอะกว่า?
น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำมะพร้าว คุณผู้หญิงดื่มเยอะเสี่ยงมะเร็งเต้านมจริงหรือไม่?