“ทุเรียน” ราชาผลไม้ กลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว กินแต่พอดีได้ประโยชน์สูง!
ใครๆก็ตามหา ทุเรียนเนื้อไก่ฉีก เนื้อกรอบนอกนุ่มใน แต่รู้หรือไม่ ? ทุเรียนเองก็มีประโยชน์เยอะ แต่ควรกินแต่พอดี หากกินเยอะกินไป อร่อยเพลินไปหน่อย อาจเป็นโทษมากกว่า!
ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ ที่มีหลากหลายพันธุ์ ทั้งหมอนทอง พวงมณี กระดุม ก้านยาว ชะนี ผลไม้มีเปลือกหนามแหลม รสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ แน่นอนมีทั้งคนที่ชอบไปเลย และไม่ชอบ ถึงขั้นที่ได้กลิ่นแล้วร้องหยี๋ แต่ทุเรียน นับเป็นผลไม้ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินซี กำมะถัน วิตามีนบีและให้พลังงานสูง
ทุเรียน 100 กรัม ให้พลังงาน 130-180 กิโลแคลอรีโปรตีน 2-3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 20-35 กรัม ไขมัน 3-5 กรัม อีกทั้งยังสามารถนำมาแปรรูปหรือทำเป็นขนมหวานได้หลายชนิด เช่น เค้กทุเรียน ข้าวเหนียวทุเรียน ,ทุเรียนกวน, ทุเรียนทอด
ประโยชน์ของทุเรียน
- ทุเรียนพันธุ์หมอนทองสามารถช่วยลดระดับไขมันหรือคอเลสเตอรอลได้ เพราะทุเรียนสายพันธุ์นี้มีสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) และมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ แต่ว่าต้องรับประทานแค่ 1 พูต่อวัน
- เนื่องจากทุเรียนมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะพันธุ์หมอนทอง การบริโภคทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันการเกิดโรคในมนุษย์ได้ เช่น โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เป็นต้น
- แม้ทุเรียนจะมีไขมันมากก็ตาม แต่ก็เป็นไขมันชนิดดีที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย
- เส้นใยของทุเรียนมีส่วนช่วยในการขับถ่ายให้สะดวกยิ่งขึ้น
จุดเด่นของทุเรียนคือมีกำมะถันที่ อาจไปขัดขวาง การทำงานของเอนไซม์ ALDH ทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยแอลกอฮอล์และมีแอลกอฮอล์ค้างอยู่ในร่างกาย ทำให้มีอาการคล้ายแพ้เหล้า (Disulfiram-ethanol reaction) คือ หน้าแดง หัวใจเต้นเร็ว ซึ่งยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการกินทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์มีอันตรายขั้นรุนแรง และยังไม่มีการวิจัยออกมาชัดเจนว่าทุเรียน สามารถฆ่าเชื้ออ่อนๆ ช่วยในการขับถ่าย และฆ่าพยาธิได้
ผลกระทบการกินทุเรียนมากเกินไป
การกินทุเรียนมากเกินไปจะทำให้ได้รับพลังงานเกินความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนได้ และทำให้เกิดภาวะคล้ายแพ้เหล้า ซึ่งส่งผลเสียของการทำงานของตับได้ และเนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงและยังอุดมไปด้วยไปด้วยไขมันและกำมะถัน ผลไม้ชนิดนี้จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะหากรับประทานเข้าไปอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว ทำให้เกิดร้อนในอีกด้วย
ข้อแนะนำการกินทุเรียน
ทุเรียน 1 พูใหญ่ มีพลังงาน 160-180 กิโลแคลอรี่ (ขึ้นกับพันธุ์ทุเรียน) ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโพแทสเซียมสูง หากรับประทาน 1 พูใหญ่ จะได้พลังงานเทียบเท่าข้าวสวย 2 ทัพพีถึง 2 ทัพพีครึ่ง จึงควรบริโภคแต่พอดี ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานไม่ควรกินเกิน 1 เม็ดเล็ก/วัน ไม่แนะนำให้กินทุกวัน ควรหลีกเลี่ยงการทานพร้อมข้าวเหนียวน้ำกะทิ หรือการทานพร้อมของว่างอื่น ๆ เพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนเกินไป ควรเลือกทุเรียนที่ไม่สุกงอม เละเกินไป เพราะยิ่งสุก ยิ่งเละ ยิ่งหวานจัด ควรเลือกแบบกึ่งห่าม เพราะแป้ง น้ำตาลจะน้อยกว่าทุเรียนที่สุกมาก
- อย่ากินน้ำอัดลมและกาแฟตาม เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท และมีความหวาน
- ห้ามกินกับเหล้า แอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์ ทำให้เมาหนักขึ้น อาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เสี่ยงที่จะเสียชีวิต
สุดท้าย ทุเรียนกินได้อร่อยด้วย เพราะแน่นอนพอถึงหน้าทุเรียนทุกคนก็ย่อมอยากทาน อย่างน้อยก็ 1 ปีครั้ง แต่ควรกินอย่างมีสติและพอดี ร่วมกันการกินอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ ลดของมัน ของหวาน ในวันที่กินทุเรียน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3,สำนักโภชนาการ กรมอนามัย,medthai และ สสส.