แก้วมังกร ผลไม้ไฟเบอร์สูง ช่วยระบบขับถ่าย ผิวเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น
แก้วมังกรผลไม้หวานฉ่ำ แคลอรีต่ำ อุดมไฟเบอร์ วิตามินซี ช่วยขับถ่าย เสริมภูมิ ชะลอวัย ควรกินวันละไม่เกิน 1 ลูก
แก้วมังกร (Dragon fruit) จัดเป็นไม้ในตระกูลกระบองเพชร ผลไม้หวานอ่อนฉ่ำน้ำ เนื้อนิ่มกินง่าย ที่ครองใจใครหลายคน โดยเฉพาะสายดูแลสุขภาพ ปัจจุบันแก้วมังกรที่นิยมบริโภค มี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์เนื้อสีขาว และ พันธุ์เนื้อสีแดง เป็นผลไม้ที่นิยมกินสดๆ สามารถผ่าหรือหั่นเป็นแว่นแล้วตักกินได้ทันที หรือ ปั่นเป็นสมูตตี้ ก็ได้เหมือนกัน
แก้วมังกรอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ถ้ารับประทานแก้วมังกร 1 ลูก น้ำหนัก 100 กรัม
ร่างกายจะได้คาร์โบไฮเดรต 12.4 กรัม โปรตีน 1.4 กรัม ฟอสฟอรัส 32 มิลลิกรัม แคลเซียม 9 มิลลิกรัม วิตามินซี 7 มิลลิกรัม พลังงาน 66 กิโลแคลอรี และใยอาหาร 2.6 กรัม และสารอื่น ๆ อีกด้วย
ประโยชน์ของแก้วมังกร
- มีไฟเบอร์ปริมาณสูงมาก จึงช่วยบำรุงการทำงานของระบบขับถ่าย จึงทำให้การขับถ่ายสะดวกและแก้อาการท้องผูก
- ช่วยลดการดูดซึมของไขมัน ประเภทไตรกลีเซอร์ไรด์ ช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนัก
- แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ให้ปริมาณเนื้อเยอะ สามารถทานแล้วอิ่มท้องสามารถกินแทนอาหารหนึ่งมื้อได้เลย
- ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคท้องผูก โรคหัวใจ ความดันโลหิตต่ำ มะเร็งลำไส้ และต่อมลูกหมาก
- ในสุภาพสตรี จะช่วยกระตุ้นต่อมน้ำนม
- ทำให้ผิวพรรณสดชื่น ดูมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น
- เพิ่มธาตุเหล็ก บรรเทาโรคโลหิตจาง
- เสริมสร้างภูมิต้านทาน กระดูก ฟัน และกล้ามเนื้อ
- เป็นผลไม้ที่ช่วยดับร้อน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี
- แก้วมังกรช่วยลดน้ำหนัก และช่วยควบคุมน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากเป็นผลไม้ตัวช่วยในเรื่องการลดความอ้วนเนื่องจากมีแคลอรี่ต่ำ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยความแก่ชรา และริ้วรอยต่างๆ
- ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆออกจากร่างกาย เช่น สารตกค้างอย่างตะกั่ว ที่มาจากควันท่อไอเสีย หรือสารตกค้างที่มาจากยาฆ่าแมลง
ทั้งนี้ควรรับประทานอย่างพอประมาณหรือวันละไม่เกิน 1 ลูก ไม่ควรเลือกกินติดต่อกันหลายวัน ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลาย เพื่อให้ได้สารอาหารอย่างหลากหลาย และได้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเต็มที่
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ medthai