อย่าตื่นตูมลูกแอบดูสื่อลามก แนะวิธีสอนรู้จักเพศศึกษาอย่างปลอดภัย
การแอบดูสื่อลามกของเด็ก-วัยรุ่น ไม่ใช่เรื่องผิดแต่คือความอยากรู้อยากเห็นซึ่งถือว่าเป็นปกติของมนุษย์ยิ่งในยุคที่โซเชียลมีเดียเติบโตเข้าถึงง่ายยิ่งห้ามยาก คนเป็นพ่อ-แม่ผู้ปกครอง ควรเรียนรู้ปรับตัวสอนพวกเขาให้ถูกทาง
แยกความสนใจเรื่องเพศของเด็กแต่ละวัย
- ช่วงอายุ 3 - 4 ขวบ ด้วยความอยากรู้ของเด็กทั่วไปก็ทำให้อาจเกิดคำถามหรือความสงสัยมากมาย ไม่ว่าจะมาจากกิจกรรมที่ต้องอยู่กับเพื่อนๆ เช่น การเล่นต่างๆ ที่แสดงออกถึงสีหน้า ท่าทาง คำพูด การใส่เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนเสื้อผ้าในกลุ่มเด็กเล็ก ซึ่งจะทำให้เด็กได้เห็นความแตกต่างของสรีระ อวัยวะที่ไม่เหมือนกับของตัวเอง แต่ในเด็กวัยเล็กอาจยังไม่ได้คิดมากอะไร แต่ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่ ครู ผู้ปกครอง อาจใช้โอกาสนี้ในการสอนอธิบายให้เด็กได้เข้าใจในเบื้องต้นก่อน
- ช่วงอายุ 5 - 12 ปี วัยนี้เริ่มมีข้อสงสัยทางด้านร่างกาย โดยช่วง 5 – 8 ปี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามและความสงสัยหรือข้อสังเกตเยอะแยะมากมาย มักจะตั้งคำถามที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น หนูเกิดมาได้ยังไง ทำไมไข่ถึงเจอกับสเปิร์มได้ ซึ่งทำให้บางครั้งผู้ใหญ่ลำบากใจที่จะตอบ แต่เด็กก็คือเด็ก ถามด้วยความอยากรู้แบบเด็กๆ ไม่ได้คิดเป็นเรื่องอนาจาร เด็กวัยนี้มักเริ่มจับกลุ่มเล่นกับเพศเดียวกันและเรียนรู้เพศตนเองและเพศตรงข้าม
- ช่วงอายุ 9 – 12 ปี เป็นวัย preteen เด็กหลายคนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางกายเข้าสู่วัยรุ่นและเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกและอารมณ์ เด็กจะมีเหตุและผลมากขึ้นจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่เด็กอีกต่อไป และเริ่มอยากทดลองอยากเจอประสบการณ์จริง พ่อแม่ควรส่งเสริมให้ลูกวัยนี้เรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเองและคนอื่นๆ โดยสามารถพูดคุย หรืออธิบายประเด็นต่างๆ อย่างละเอียด
- วัยรุ่น ช่วงอายุ 12 – 15 ปี เด็กช่วงนี้ถือได้ว่าเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว สังเกตได้ว่าวัยนี้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงครบชัดเจน ฮอร์โมนพุ่งพล่าน มีความอยากรู้อยากลองในสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง มีอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายกว่าปกติ ซึ่งวัยนี้พ่อแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
เหตุผลที่เด็กวัยรุ่นดูสื่อลามก
การที่เด็กกลุ่ม Preteen และวัยรุ่นแอบดูสื่อลามก ส่วนใหญ่เป็นเพราะความสนุกอยากรู้อยากเห็น ถ้าไม่ได้ไปทำหรือแสดงออกกับใครก็ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง สิ่งที่สำคัญ คือ พ่อแม่ต้องเข้าใจ เปิดโอกาสให้พูดคุยซักถามในเรื่องที่สงสัย สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ กิจกรรมที่ได้เห็นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทำให้เราเกิดมา เป็นกระบวนการปกติของการสืบทอดเผ่าพันธุ์ แต่มนุษย์ต่างจากสัตว์อื่นตรงที่มีความยับยั้งชั่งใจ ความรับผิดชอบ รู้จักกาลเทศะ และการให้เกียรติกันในสังคม ควรแนะนำว่าการทำพฤติกรรมเหล่านี้อย่างเปิดเผยหรือการอัดวิดีโอ รวมถึงการที่ทำให้คนอื่นได้เห็น ไม่ใช่สิ่งที่ดี มันมีผลร้ายและโทษในหลายๆ ด้าน ทั้งผู้ที่กระทำหรือผู้ที่ดู พ่อแม่ต้องอธิบายให้ลูกมีทัศนคติที่ถูกที่ควรกับเรื่องเพศ เพศสัมพันธ์ หรือสื่อลามก
แนวทางที่คิดว่าดีที่สุด คือการที่พ่อแม่นำตัวเองเข้าไปอยู่และพูดคุยกับลูก ให้ลูกรู้สึกว่าเราเป็นเสมือนเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เขาจะสามารถเชื่อ รับฟัง และขอคำปรึกษาได้ในทุกเรื่อง ซึ่งตรงนี้แนะนำว่าให้ทำให้เค้ารู้สึกตั้งแต่เด็กจะยิ่งดี พยายามหาเวลาอยู่พูดคุย แลกเปลี่ยนความเห็นกับลูก ให้ลูกได้แสดงออกหรือไม่กลัวที่จะคุยกับเราได้ทุกเรื่องตั้งแต่ยังเล็กๆ
พ่อแม่ต้องจัดการอย่างไร เมื่อรู้ว่าลูกแอบดูสื่อลามก
ตามที่กล่าวตั้งแต่ต้น เมื่อโตแล้วยังไงแล้วลูกก็ต้องเจอ เราต้องต่อยอดจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วโดยพูดสอนเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนความคิดว่าเค้ารู้สึกหรือได้อะไรจากสิ่งนี้ ดีหรือไม่ดีสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมของสังคมหรือไม่ และสอนให้เขารู้จัก ป้องกันหรือหาทางแก้ไข โดยพ่อแม่อาจลองย้อนกลับไปนึกถึงตอนตัวเองยังเป็นเด็กว่าเราผ่านความคิด ผ่านสื่อเหล่านี้มาอย่างไร และเราปรับหรือประพฤติตัวมาอย่างไร ทำไม่เราถึงดูแลตัวเองมาได้จนถึงวันนี้ เพื่อให้ลูกได้มองเห็นทางออกหรือแนวทางการประพฤติตัวที่ถูกต้อง
ผู้ปกครองเช็กเลย "เด็ก" ฉีดวัคซีนโควิดอะไรได้บ้าง-จุดรับวัคซีน
ที่สำคัญ พ่อแม่ผู้ปกครองควรต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะในยุคที่หลายๆ สิ่งเปลี่ยนแปลงไปมากอย่างสมัยนี้ พ่อแม่ต้องจัดสรรเวลาให้มี time in หรือเวลาร่วมกันให้มาก พยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิต และสามารถคุยแนะนำลูกได้ทุกเรื่อง โดยอาจปรับตัวด้วยการเข้าถึงลูกโดยใช้สื่อหรือเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เช่น วิดีโอคอลคุยกับลูกหากไม่มีเวลา เพราะลูกยังคงได้เห็นสีหน้าท่าทางความรู้สึกของเรา ลูกก็จะยังคงเชื่อใจ มั่นใจและเชื่อฟังเราในที่สุด พยายามทำ work life balance หาอะไรทำด้วยกัน เช่น เปิดดูข้อมูล หนัง สื่อต่างๆ ไปด้วยกัน แนะนำช่องทางหรือสื่อที่นอกจากให้ความสนุกเพลิดเพลินแล้วก็ยังมีประโยชน์
หากพ่อแม่ที่ไม่สนิทกับลูก พูดคุยยากอยู่แล้ว อาจจะไม่ง่ายนัก ตรงนี้อาจต้องฟังให้มาก ฟังแบบไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด ลองนั่งจับเข่าคุยกันวัยรุ่นถือเป็นวัยที่มีวุฒิภาวะ พอที่จะรู้ว่าอะไรถูกอะไรควร อะไรไม่ควรทำ แต่หากยากเกินเยียวยาจริงๆ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นอาจมีวิธีดูแลหรือช่วยรักษา ปรับแนวคิดทัศนคติของเด็กกลุ่มนี้ได้ อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกครอบครัวได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด คอยเป็นเพื่อนคู่คิดให้กับเด็กๆ เพราะการนำแนวทางปฏิบัตของเราในวัยเด็กที่ทำให้เรามีวันนี้ ก็ยังเป็นแนวทางที่ดีที่จะสอนให้ลูกรู้จักใช้ชิวิต ดำเนินชีวิตให้อยู่ในกรอบได้
ข้อมูลสุขภาพจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
"ไข้หวัดใหญ่" โรคยอดฮิตใน "เด็ก" ที่มาพร้อมฝน
ผลสำรวจวัยรุ่นไทย เกินครึ่งมีเซ็กส์วันวาเลนไทน์ ไม่สวมถุงยาง ไม่กินยาคุม