วิธีอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ ช่วยลดช่องว่างระหว่างวัย ไม่บั่นทอนสุขภาพจิต
สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้เลยว่านำมาสู่ปัญหาช่องว่างระหว่างวัย ทั้งๆที่ไม่มีครอบครัวไหนอยากมีปัญหากัน แต่ก็เสี่ยงไม่ได้ แนะ 7 เทคนิคอยู่ร่วมกันให้มีความสุขเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันสังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทำให้ วิถีในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดครอบครัวขยายที่มีสมาชิกต่างช่วงวัยมาอยู่ร่วมกันเพิ่มมากขึ้น และมักนำมาซึ่งปัญหาความไม่เข้าใจ และเกิดเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันด้วยช่องว่างระหว่างวัย การทำความเข้าใจในลักษณะนิสัย ความคิด ทัศนคติและประสบการณ์ที่มีต่อสิ่งต่างๆ ตลอดจนความเสื่อมถอยและเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้สูงวัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น
เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกและการแสดงออกที่มักเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและห่วงใยต่อสิ่งต่างๆมากจนทำให้สมาชิกเกิดความรำคาญใจและถอยห่างออกมา เพื่อให้บรรยากาศภายในครอบครัวที่ประกอบด้วยสมาชิกจากหลากหลายช่วงวัยไม่เกิดความเหินห่างต่อกัน
7 วิธีอยู่ร่วมกับผู้สูงวัยภายในครอบครัวได้อย่างมีความสุข
- ยอมรับเข้าใจในความต่าง เนื่องจากผู้สูงวัยเติบโตมาบนพื้นฐานและประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป เมื่อใกล้ชิดกับคนรุ่นใหม่ที่มีลักษณะไม่ตรงกันจึงมักวิตกกังวลและคอยกำชับติดตามให้ทำตามที่ตนเองยึดถือ บ่อยครั้งหลงลืมและพูดย้ำหลายครั้งจนสมาชิกรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว สิ่งที่ทำได้คือ ตอบรับและทำตามคำแนะนำ หากมีส่วนไหนไม่เป็นความจริงก็ควรให้อภัยและปล่อยผ่านไปโดยไม่จำเป็นต้องโต้เถียงจนรู้สึกไม่ดีต่อกัน
- มองเห็นคุณค่าความสำคัญ ผู้สูงวัยส่วนมากที่พ้นจากชีวิตการทำงานแล้วอาจรู้สึกหมดคุณค่าที่ไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับใครได้อีก จนไปบั่นทอนสภาพจิตใจและส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายตามมา ซึ่งคนในครอบครัวสามารถช่วยได้ด้วยการให้ความสำคัญโดยการขอคำแนะนำ รับฟังความเห็นหรือให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ รวมทั้งแสดงออกต่อกันด้วยความเคารพเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับครอบครัว
- ให้ความดูแลเอาใจใส่ ความต้องการของผู้สูงวัยคือการได้รับความดูแลเอาใจใส่จากคนรอบตัว ซึ่งสมาชิกในครอบครัวสามารถเพิ่มพูนความรู้สึกและความสัมพันธ์ที่ดีได้โดยการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและชวนพูดคุยถึงเรื่องต่างๆ คอยดูแลใกล้ชิดไม่ปล่อยให้อยู่โดยลำพัง ดูแลเรื่องอาหารการกิน ความสะอาดและการออกกำลังกาย พาไปตรวจสุขภาพและพบแพทย์ตามนัดหมาย รวมทั้งส่งมอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กันเสมอ
- นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ นอกจากสมาชิกจะคอยรับฟังคำแนะนำจากผู้สูงวัยในฐานะที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อนแล้ว คนรุ่นใหม่ก็สามารถให้คำแนะนำดีๆกลับคืนไปให้ได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะองค์ความรู้สมัยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลช่วยเหลือตัวเองและการพักผ่อนอย่างเหมาะสม การเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ หรือแม้แต่การใช้เทคโนโลยีเพื่อคลายเงา
- สนับสนุนการมีชีวิตที่ดี หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของสมาชิกคือ การสนับสนุนให้ผู้สูงวัยได้มีโอกาสริเริ่มทำกิจกรรมใหม่ๆที่สร้างความรู้สึกที่ดีและมีคุณค่าต่อทั้งตนเองและผู้อื่นเพื่อไม่ให้จมอยู่กับตัวเอง เรื่องในอดีตหรือกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงมากจนเกินไป ซึ่งทำได้โดยการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปพบปะญาติและเพื่อนฝูง การท่องเที่ยวหรือปฏิบัติธรรม รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆที่สามารถทำร่วมกันได้ทั้งครอบครัว
หลักการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ให้อายุยืน สุขภาพกายและใจแข็งแรง
- ไม่นำปัญหามารบกวนจิตใจ เป็นเรื่องปกติที่ผู้สูงวัยซึ่งมักไม่มีภาระใดๆให้ต้องกังวลแล้วนอกจากสุขภาพร่างกายจะหันมาให้ความสนใจกับความเป็นไปของลูกหลานได้อย่างเต็มที่ หากเป็นไปได้สมาชิกจึงควรดูแลจัดการชีวิตของตัวเองให้ดีเพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุต้องวิตกกังวลและเข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งในครอบครัวและการแย่งชิงมรดกหรือสมบัติที่กระทบกระทั่งจนเกิดความไม่พอใจต่อกัน
- หมั่นแสดงความรักให้กัน การแสดงความรักในครอบครัวมีหลายวิธีด้วยกัน ตั้งแต่วิธีที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและสามารถทำได้ทุกวันอย่างการพูดคุยและบอกรัก การสัมผัสและโอบกอดเป็นประจำ หรือการดูแลเอาใจใส่ในการจัดเตรียมอาหารการกิน เครื่องมือเครื่องใช้ที่ช่วยอำนวยความสะดวก พาไปท่องเที่ยวหรือทานอาหารในโอกาสพิเศษต่างๆ รวมถึงการทำตัวเป็นลูกหลานที่ดีด้วยการเชื่อฟัง เคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกันเสมอ
หากเลือกได้คงไม่มีใครต้องการให้ความสูงวัยเข้ามาเปลี่ยนแปลงสิ่งดีๆที่คุ้นเคยมาตลอด 60 ปีในชีวิต แต่เมื่อไม่มีใครฝืนกฎธรรมชาติข้อนี้ได้ก็เป็นหน้าที่ของคนในครอบครัวที่จะต้องยอมรับและเข้าใจ พยายามที่จะปรับตัวเองเข้าหาความเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะทำให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต
5 สัญญาณผู้สูงอายุเครียดสะสม ที่อาจพัฒนาเป็นโรคจิตเวชได้
สัญญาณ "ซึมเศร้าในผู้สูงอายุ" รายงานพบวัย 60+ เสี่ยงป่วยกว่า 30%