พฤติกรรม Gaslighting ของจอมบงการ ด้อยค่า ปั่นหัว โยนความผิด!
Gaslighting จิตวิทยารูปแบบหนึ่ง ที่ใช้ในการปลูกฝัง ปั่นหัว ควบคุมจิตใจ ทำให้เกิดความสงสัยในตนเอง เช็กพฤติกรรมจอมบงการและคุณกำลังเป็นหนึ่งในคนที่กำลังถูกปั่นหัวหรือไม่?
ชวนรู้จักกับหลักการจิตวิทยา Gaslighting การควบคุมทางจิตใจ (psychological manipulation) ด้วยการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ของสงสัยเข้าไปซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ ในทุกรูปแบบความสัมพันธ์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการถูกปั่นหัว เกิดขึ้นได้กับทุกสังคม ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว เพื่อน สังคมการศึกษา และแม้แต่สังคมการทำงาน
หลักการของ Gaslighting หลอก ปั่น “ฝังเมล็ดความเชื่อ” จนผู้ถูกปั่นหัวเกิดความสงสัยในตัวเอง
การถูกปั่นนี้เกิดขึ้นได้ในหลาย ๆ รูปแบบ หรือ หลาย ๆ ความสัมพันธ์ โดยอาจเกิดขึ้นได้ในความสัมพันธ์ส่วนตัว เช่น
- คุณถูกปั่นจากแฟนที่ตั้งใจจะโยนความรู้สึกผิดให้คุณ
- ในอาชีพการงาน เช่น หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานพยายามปั่นให้คุณเกิดความแคลงใจ สงสัยในตัวเอง จนเกิดความรู้สึกด้อยค่า เกิดความรู้สึกสงสัยในความสามารถของตัวเอง
สุดท้ายถ้าคุณโทษตัวเองมาก ๆ เข้า คราวนี้คุณก็จะโทษตัวเองตลอดถ้าเกิดเรื่องอะไรผิดขึ้นมา โดยที่คุณอาจยังไม่ทันได้ยั้งคิดเลยด้วยซ้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นความผิดของคุณจริง ๆ รึเปล่า
เป้าประสงค์ของผู้ที่กระทำการ “Gaslighting”
เพื่อให้ได้มีอำนาจเหนือเหยื่อ ต้องการควบคุมเหยื่อที่หมายปอง ทั้งทางอารมณ์ ทางร่างกาย หรือแม้แต่ทางการเงิน ดังนั้นอย่าถูกหลอกโดนปั่นจนสะอาด มิฉะนั้นสภาพจิตใจของคุณในระยะยาวจะแย่แน่ ๆ
ทั้งนี้พบว่า ผู้ที่ใช้กลยุทธ์นี้มักมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ โดยเฉพาะความผิดปกติทางบุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง ผู้ที่ชอบบงการคนอื่นด้วยวิธีนี้มักจะมี 2 หน้า โดยจะแสดงออกกับเหยื่อ หรือมีการกระทำต่อเหยื่อที่แตกต่างจาก คนอื่น ๆ ในชีวิต ทำให้เมื่อเหยื่อเริ่มไหวตัวทันขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ ที่รู้จักกับจอมบงการด้วย คนอื่นก็อาจจะไม่ค่อยเชื่อน้ำหนักคำพูดของเหยื่อเท่าไหร่นัก เพราะว่าจอมบงการจะวางตัวกับคนอื่นเอาไว้ดีมาก ทำให้เหยื่อแทบจะขอความช่วยเหลือจากคนที่รู้จักจอมบงการด้วยไม่ได้เลย
วิธีสังเกตว่าคุณกำลังโดนGaslighting จากใครสักคนอยู่รึเปล่า
-
โกหกคุณ จอมบงการแบบ Gaslighting มักจะมีนิสัยโกหกอยู่เป็นนิจ และมักแสดงอาการหลงตัวเอง และจะใช้คำพูดที่ทำให้คุณรู้สึกคลางแคลงใจในตนเองเช่น
-
คุณแต่งเรื่องขึ้นมารึเปล่า การโกหกและการบิดเบือนเป็นรากฐานสำคัญของพฤติกรรมแบบ Gaslighting แม้ว่าคุณจะรู้ว่าจอมบงการไม่ได้พูดความจริง แต่สุดท้ายถ้าคุณโดนกระหน่ำซ้ำ ๆ คุณก็จะเริ่มสงสัยในตนเอง อาทิ คำพูดที่ว่า ที่เธอทำนี่มันเอกการละครเลยนะ ฉันยกนิ้วให้เลย คุณบ้าไปแล้วเหรอ เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นนะ จำผิดรึเปล่า
-
อ้างอิงจากคำพูดของบุคคลที่ 3 และจอมบงการอาจอ้างอิงจากคำพูดของบุคคลที่ 3 โดยบอกคุณว่าคนอื่น ๆ ก็คิดแบบนี้กับคุณเช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วบุคคลที่ 3 อาจจะไม่เคยพูดเรื่องแย่ ๆ ใส่คุณเลยก็ได้ แต่จอมบงการจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้คุณเชื่อว่าพวกเขาพูด ใช้รูปประโยคที่ทำให้คุณรู้สึกผิด จอมบงการมีความปรารถนาอย่างแรงกล้ามาก ๆ ที่จะมีอำนาจเหนือคุณ โดยมักจะใช้คำพูดหรือประโยคเช่น
-
ใจเย็น ๆ ใจร้อนเกินไปรึเปล่าเราอะ
-
ทำไมถึงอ่อนไหวง่ายขนาดนี้
-
เรื่องแค่นี้ต้องแสดงออกมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ
-
ข้อความทั้งหมดนี้จะทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองผิดและไม่สามารถแสดงออกทางอารมณ์ใด ๆ ได้เลย ทั้ง ๆ ที่การแสดงอารมณ์เป็นเรื่องปกติของมนุษย์
ทั้งนี้ หลักการแบบ Gaslighting ก็คือวิธีบ่อนทำลายใจของคุณอย่างช้า ๆ ลองจินตนาการว่าตัวคุณเป็นไม้ขีดไฟ 1 แท่ง จอมบงการก็คือผู้ที่ถือไฟแช็กและค่อย ๆ ยื่นมือมาจุดไฟที่หัวไม้ขีด (ซึ่งในที่นี้ก็คือคุณ!) ไฟจะค่อย ๆ ลามลงมาตั้งแต่หัวไม้ขีดไปจนก้านไม้ขีดอย่างช้า ๆ นั่นแหละถ้าคุณไม่พยายามนำตัวเองออกมาจากบุคคลประเภทนี้ ไฟก็จะค่อย ๆ ทำลายร่างกายของคุณ จนเหลือเพียงแค่เถ้าถ่านที่ดำเป็นตอตะโก
ดังนั้นขอให้มีสติเยอะ ๆ และพยายามพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องนี้คุณผิดจริง ๆ หรือ คุณมีเหตุผลสมควรที่จะโกรธ หรืออาจถามความเห็นจากบุคคลที่ 3, 4 และ 5 อย่าจมปลักไปกับความคิดของคนใดคนหนึ่งมากเกินไป เพราะจริง ๆ เราอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่า คนที่อยู่ใกล้ชิดเราที่สุดอาจจะเป็นคนที่ทำร้ายเรามากที่สุดก็ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : ooca.co
ทำความเข้าใจโรคซึมเศร้า สาเหตุ อาการ พร้อมวิธีป้องกัน
5 ทริกคลายเครียดจากงานหนัก เพิ่มพื้นที่ให้จิตใจ ลดภาวะหมดไฟ-ซึมเศร้า