รู้จัก พฤติกรรม Phubbing ทางจิตวิทยา ติดมือถือจนไม่สนใจคนรอบข้าง!
ต้องมีบ้างที่น้อยใจเวลาตั้งใจจะคุยกับคนตรงหน้า แต่คนตรงหน้ากลับสนใจแต่โทรศัพท์ตลอดเวลา ต้องเรียกดังๆ หรือ สะกิด ถึงจะรู้ตัว เผยพฤติกรรม Phubbing (ฟับบิ้ง) หรือเข้าใจง่ายๆว่า การติดมือถือมากกว่าคนตรงหน้า งานวิจัยทางจิตวิทยาก็พบว่าเป็นตัวการร้ายทำลายความสัมพันธ์!
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบาย พฤติกรรม Phubbing (ฟับบิ้ง) ที่มาจากการผสมระหว่าง Phone และ Snubbing หมายถึงพฤติกรรมของการเบี่ยงเบนความสนใจจากบุคคลตรงหน้า ไปยังโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์โฟน แทนที่จะพูดคุยสนทนากับบุคคลที่พบเจอกันแบบเผชิญหน้าอยู่ แต่กลับลอยไปอยู่กับสมาร์ทโฟนแทน ผู้ที่แสดงพฤติกรรม Phubbing จึงมักสร้างความไม่สบายใจให้กับอีกฝ่าย ร้ายไปจนถึงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าไม่ได้รับความเคารพ จนทำให้ความสัมพันธ์ที่มีเสียหายลงได้แน่นอนว่าผู้กระทำแทบไม่รู้ตัวเลย
Magnific/freepik
พฤติกรรม Phubbing
ทำไมถึงมีพฤติกรรม Phubbing
โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์มีความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเป็นพื้นฐาน (need to belong) และการที่บุคคลจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มได้นั้น คือการมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ดังนั้น บุคคลจึงมีความต้องการที่จะพูดคุย ติดต่อสื่อสาร และท่วงทันต่อข้อมูลต่าง ๆ ของบุคคลอื่นในกลุ่มของตน กอปรกับความเข้าถึงง่ายของอุปกรณ์สื่อสารในปัจจุบัน และการเกิดขึ้นของโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน ทำให้บุคคลมีความต้องการที่จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง และสำหรับบางคนอาจมีความต้องการใช้งานอยู่เกือบตลอดเวลา
งานวิจัยทางจิตวิทยาพบว่า แนวโน้มที่บุคคลจะแสดงพฤติกรรม Phubbing มักขึ้นอยู่กับระดับการเสพติดโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน รวมไปถึงการเสพติดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ กล่าวคือ ยิ่งบุคคลเสพติดการใช้โทรศัพท์มาก ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะแสดงพฤติกรรม Phubbing มาก จนทำให้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด บุคคลก็จะให้ความสนใจแต่โทรศัพท์มือถือและช่องทางออนไลน์ที่ตัวเองชื่นชอบเพียงอย่างเดียว ยิ่งระบบการแจ้งเตือนของแอพพลิเคชั่นในสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อเรียกความสนใจจากบุคคลได้โดยง่าย (Al‐Saggaf & O’Donnell, 2019) ก็ยิ่งเร่งเร้าปฏิกิริยาการตอบสนอง
เป็นที่น่าสนใจว่า พฤติกรรม Phubbing มักเกิดขึ้นในกรณีที่บุคคลอยู่รวมกันเป็นกลุ่มแบบเผชิญหน้า ตั้งแต่สามคนขึ้นไป (Sun & Samp, 2021) ส่วนหนึ่งอาจเพราะเมื่อบุคคลอยู่รวมกันจำนวนมาก อาจคิดว่าบุคคลอื่นคงไม่ได้สังเกตหรือสนใจตนเองมากนัก จึงไม่น่าแปลกใจว่า เมื่อมีการนัดรวมตัวกันของกลุ่มคนจำนวนมาก ๆ เรามักสังเกตเห็นพฤติกรรม Phubbing ได้ง่ายมากขึ้น เช่น งานเลี้ยงรวมรุ่น หรืองานพบปะญาติสนิทมิตรสหายต่าง ๆ
ผลเสียของพฤติกรรม Phubbing
งานวิจัยทางจิตวิทยาก็พบว่า นอกเหนือจากความไม่พึงพอใจในความสัมพันธ์แล้ว ผู้ที่ถูกกระทำอาจเกิดความรู้สึกโกรธ โมโห ต่อผู้กระทำ และอาจนำไปสู่จุดจบของความสัมพันธ์ได้หากพฤติกรรม Phubbing เกิดขึ้นในบริบทของคู่รัก หรือความสัมพันธ์แบบโรแมนติก บุคคลที่ถูกกระทำอาจเกิดความสงสัยในขั้นแรก จนบานปลายและเกิดความรู้สึกหึงหวง หวาดระแวงต่อคู่ของตนที่แสดงพฤติกรรม Phubbing อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ความไม่พึงพอใจในความสัมพันธ์ และตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ ในทำนองเดียวกัน หากเกิดขึ้นในบริบทของเพื่อน ก็เป็นไปได้ว่า เมื่อถูกเพื่อนแสดงพฤติกรรม Phubbing ใส่บ่อย ๆ บุคคลอาจตัดสินใจหลีกเลี่ยงที่จะสนทนา และลดระดับความสนิทสนมกับบุคคลนั้นลง
จากที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่า พฤติกรรม Phubbing นั้นก่อให้เกิดภัยมากกว่าประโยชน์ ดังนั้น จึงเป็นความสำคัญที่เราทุกคนควรหันมาช่วยกันหาแนวทางในการลดพฤติกรรมนี้
ยิ่งก้มยิ่งเสี่ยง! รู้จัก “Text Neck Syndrome” อาการปวดคอเรื้อรังของคนติดมือถือ
แก้นิสัยติดมือถือไม่สนใจคนรอบข้าง
-
กำหนดเวลาที่จะไม่ใช้โทรศัพท์ ตั้งเป้าหมายในการลดการใช้โทรศัพท์ในบางช่วงเวลา เช่น เวลาที่กินอาหาร หรือเวลาที่ทำกิจกรรมร่วมกับคนรอบข้าง เพื่อให้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์และสร้างความสนใจต่อกันมากขึ้น
-
ใช้โหมดเงียบหรือโหมดไม่รบกวน การตั้งค่าโทรศัพท์ให้เข้าสู่โหมดเงียบหรือโหมดไม่รบกวนในบางช่วงเวลา เช่น เวลาที่คุณต้องการให้มีเวลาพักหยุดโทรศัพท์
-
สร้างกฎในกลุ่มหากคุณอยู่ในกลุ่มที่มีพฤติกรรม phubbing กันอยู่ สร้างกฎหรือข้อตกลงกันว่าจะลดการใช้โทรศัพท์ในบางสถานการณ์
-
เก็บโทรศัพท์ เวลาที่คุณมีกิจกรรมร่วมกับคนรอบข้าง เช่น การเจอหน้ากันหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ควรเก็บโทรศัพท์ไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการรบกวน และเพื่อให้คุณได้ใส่ใจที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวแบบเต็มที่
ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เปิดปม “สุขภาพจิต” ของวัยรุ่น รีบสังเกตเยียวยาก่อนรุนแรง!
การกอด พลังช่วยฮีลใจช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งความสุข ลดความเครียดได้!