ปรี๊ดง่าย วีนแตก เผย 5 เทคนิคควบคุมอารมณ์ ไม่กลายเป็นคนสติแตก
หลายคนอาจจะเคยเป็นหรือเคยพบเห็นคนใกล้ตัวที่อยู่ๆ ก็ระเบิดอารมณ์โกรธเกรี้ยว ขาดสติ ทำอะไรแบบไม่ยั้งคิด ทั้งโดยการใช้คำพูดเสียหายด่ากราดคนไม่เลือกหน้า หรือที่เรียกกันติดปากว่า “คนสติแตก” เผยเทคนิคควบคุมอารมณ์
ภาวะสติแตก เป็นคำเรียกทั่วไปที่แสดงถึงภาวะทางจิตใจ อาการทางร่างกายและพฤติกรรมที่แสดงออกชั่วคราวเพื่อทำการตอบสนองต่อความวิตกกังวลหรือความเครียดอย่างรุนแรง ซึ่งแม้จะไม่ถูกนับรวมว่าเป็นโรคทางจิตเวช แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนของอาการเจ็บป่วยทางจิตใจที่เรารู้จักกันดี เช่น โรคซึมเศร้า โรคแพนิค หรือโรคไบโพลาร์ มักมีสาเหตุจากการเผชิญหน้าหรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีผลทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างที่คาดหวัง
แม้จะมีคำอธิบายได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกลไกป้องกันตัวเพื่อความอยู่รอดตามธรรมชาติของคนเราเมื่อเกิดความเครียดรุนแรงและไม่รู้ว่าจะระบายออกมาได้อย่างไร สมองจะช่วยปรับสภาพการรับรู้ชั่วคราวโดยการเปลี่ยนแปลงระดับสารเคมีในสมองซึ่งส่งผลให้เกิดการรับรู้ที่แตกต่างออกไปในขณะนั้นเพื่อพาเราออกจากสภาวะที่กดดัน โดยหาวิธีปลดปล่อยพลังงานออกไปหรือหยุดนิ่งเหม่อลอยคิดถึงเรื่องที่มีความสุข
ในหลายกรณีเรื่องราวอาจไม่ได้ดูแย่อย่างที่คิดและไม่จำเป็นว่าต้องเป็นความเจ็บป่วยทางจิตใจเสมอไป คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรที่คนเราจะรู้สึกว่ามีบางเรื่องที่ไม่สามารถรับมือหรือจัดการกับปัญหาและความเครียดในชีวิตได้ในบางครั้ง การยอมรับความเป็นไปและตั้งสติไม่ปล่อยอารมณ์ข้ามเขตอันตราย ปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตสักเล็กน้อยก็ดูจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
5 คำแนะนำป้องกันการสติแตก
- ยิ้มรับความเป็นไป ประเมินตัวเอง รู้จักปล่อยวางและยืดหยุ่นกับความคาดหวังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ แยกแยะและตระหนักถึงสิ่งที่สามารถเราควบคุมได้และไม่ได้ออกจากกัน ยิ้มรับความเป็นไปหากมีบางสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมหรือมีสิ่งที่พยายามทำเต็มความสามารถแล้วแต่ไม่เป็นดังที่หวัง
- สร้างความมั่นใจในตัวเอง พยายามหลีกเลี่ยงหรือออกจากสถานการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดความเครียด แล้วจัดสรรเวลาทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ ที่มีความสนใจ หรือสิ่งใหม่ๆที่ได้ท้าทายพลังความคิดและความสามารถเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจและตระหนักถึงคุณค่าในตัวเอง
- สร้างช่องทางระบายความเครียด ภาวะสติแตกเป็นการระบายความเครียดตามกลไกทางร่างกายที่สามารถเลี่ยงได้เมื่อเราสร้างช่องทางระบายอื่นขึ้นมาแทน เช่น พูดคุยกับคนที่รักและห่วงใยเราซึ่งสามารถให้แง่คิดดีๆมากกว่ายุยง อาจเดินทางท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมผ่อนคลายที่สร้างรอยยิ้มและความสุข
- ฝึกฝนความคิดและสมาธิ มองโลกในแง่ดีและคิดแต่สิ่งดีๆเสมอ ทุกปัญหามีทางออกให้ค่อยๆคิด ค่อยๆแก้ไขไปทีละเรื่อง การหมั่นฝึกฝนสมาธิด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น การอยู่กับปัจจุบันด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออกช้าๆ จะช่วยให้จิตใจสามารถจดจ่อกับตัวเองและสิ่งที่ทำจนมีสติรู้ตัวคิดดีทำดีได้
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและการพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอกจากจะช่วยสร้างเสริมสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเพื่อลดความกังวลจากการเจ็บป่วยแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยการมุ่งมั่นใส่ใจในการดูแลตัวเองอีกทางหนึ่งด้วย
ข้างต้นเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกายและจิตใจของเราได้ผ่อนคลาย หลีกหนีจากความเครียดและความวิตกกังวลไปได้ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจมหาศาลคือ ความเข้าใจของคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดที่จะช่วยประคับประคองให้ทุกคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข