สัญญาณ “โรคแพนิก” อาการตื่นตระหนกฉับพลัน คล้ายโรคหัวใจ
โรคแพนิกคือภาวะตื่นตระหนกฉับพลันจากระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ มีใจสั่น หายใจไม่ทัน เวียนหัว รักษาได้ด้วยยาและจิตบำบัดร่วมกัน
โรคแพนิก (Panic Disorder) โรคที่เกิดจากฮอร์โมนลดหรือเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ เหมือนไฟฟ้าลัดวงจร ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของร่างกายในหลายๆ ส่วน จึงเกิดอาการหลายอย่างร่วมกัน เช่น หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก หายใจไม่ทัน ท้องไส้ปั่นป่วน วิงเวียนคล้ายจะเป็นลม และเป็นอาการที่เกิดขึ้นฉับพลันโดยที่ไม่มีสาเหตุหรือมีเรื่องให้ต้องตกใจ นั่นทำให้บางคนที่มีอาการมักคิดว่าตนเองเป็นโรคหัวใจ และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
ผู้ป่วยโรคแพนิกมักจะรู้ตัวว่าเป็นโรคแพนิกก็ต่อเมื่อมีอาการดังกล่าวไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็ก แล้วพบว่าหัวใจแข็งแรงเป็นปกติ แพทย์จะสงสัยและอาจวินิจฉัยว่าเป็นโรคแพนิก
โดยปกติแล้วเป็นภาวะที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวลหรือตื่นตระหนก ทั้งที่ยังไม่ได้เผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายใด ๆ และแม้โรคนี้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็อาจส่งผลต่อการดำเนินชีวิตบางอย่างได้ เช่น การขับรถ การทำงาน หรือการขึ้นลิฟต์
7 อาการโรคแพนิก
- ใจสั่น ใจเต้นแรง หรือใจเต้นรัว
- หายใจติดขัด รู้สึกแน่นหน้าอก
- เหงื่อออก ตัวสั่น มือเท้าสั่น
- คลื่นไส้ ท้องไส้ปั่นป่วน
- เวียนศีรษะ หน้ามืด
- ชาตามปลายมือ ปลายเท้า
- กลัวควบคุมตนเองไม่ได้ กลัวว่าตนเองกำลังจะตาย
การรักษาโรคแพนิก
การรักษาที่ได้ผลดีคือการรักษาแบบองค์รวม นอกจากรับประทานยาอย่างต่อเนื่องแล้ว จำเป็นต้องมีการรักษาทางจิตใจควบคู่ไปด้วย โดยให้ความรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบำบัด ปรับแนวคิด ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยอยู่ร่วมกับโรคนี้ได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ ให้พยายามพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ผ่อนคลายจากความเครียดและความวิตก ดูแลจิตใจตัวเองให้เข้มแข็งมีความสุขกับทุกวันและดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม
- รักษาด้วยการให้ความรู้ ฝึกการผ่อนคลาย และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กลัว
- แพทย์อาจรักษาด้วยการใช้ยาในกลุ่มยาต้านเศร้า
วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลโรคแพนิก
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ลดหรืองดดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
- หลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด
ทั้งนี้โรคแพนิกมักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีอาการอยู่นาน 1 – 10 นาที บางรายอาจมีอาการนาน 30 นาที – 1 ชั่วโมง หากมีอาการซ้ำสัปดาห์ละหลายครั้ง ควรพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาให้ถูกวิธีต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย