เช็กที่นี่! มติศบค. ปรับพื้นที่สีเขียว- ถอดหน้ากากอนามัย ดีเดย์ 1 ก.ค. นี้
ศบค. เคาะมติผ่อนคลาย 1 ก.ค.นี้ ทั่วประเทศ ย้ำการสวมหน้ากากอนามัยมีประโยชน์ เน้นขอความร่วมมือภาคสมัครใจ ด้านสถานบันเทิงเริ่มเปิดได้ตามปกติ
วันนี้ 17 มิ.ย. 2565 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แถลงผลการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ว่าที่ประชุม ศบค.มีมติเห็นชอบปรับระดับพื้นที่สถานการณ์ทั่วราชอาณาจักรโดยให้ มีผล 1 ก.ค. 2565 โดยมาตรการจะเริ่มดำเนินการได้ทันทีหรือหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา คือ
-พื้นที่สถานการณ์ ปรับระดับพื้นที่สถานการณ์เป็นระดับเฝ้าระวัง (สีเขียว) ทั้งประเทศ
-มาตรการการใส่หน้ากากอนามัย ควรสวมหน้ากากและให้สวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่แออัด สถานที่ปิดหรือมีการอยู่ใกล้ชิดกับคนจำนวนมาก
-การบริโภคสุราหรือแอลกอฮอล์ในร้านอาหารในพื้นที่เฝ้าระวังสูง และพื้นที่เฝ้าระวัง ให้เปิดบริการได้ตามปกติตามที่กฎหมายกำหนด
-การยกเลิก การคัดกรองอุณหภูมิ ไม่มีความจำเป็นต้องคัดกรองอุณหภูมิในอาคารสถานที่
-ด้านการเว้นระยะห่าง แนะนำให้มีการเว้นระยะห่างตามความเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่โรค
-การจรวจ ATK ใช้เฉพาะเมื่อกรณีเป็นผู้ป่วยสงสัยที่มีอาการทางเดินหายใจ หรือหากมีการรวมกลุ่มมากกว่า 2,000 คน
-การอนุญาติให้การผลิตรายการโทรทัศน์ พิธีกรสามารถถอดหน้ากากได้
-การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ผ่อนคลายให้การดำเนินการเป็นไปตามปกติ
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากความห่วงใยในที่ประชุม ว่าขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลและประชาสัมพันธ์พร้อมขอความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัยภาคสมัครใจ เพราะยังเป็นการป้องกันที่ดีและมีราคาประหยัด และสามารถป้องกันโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 วันนี้ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 1,967 ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อในประเทศ 1,966 ราย และผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 1 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 19 ราย ผู้ที่กำลังรักษาตัว 21,030 ราย และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 2,123 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วย ยืนยันสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 จำนวน 2,271,445 ราย จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสมจำนวน 2,274,934 ราย จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 598 ราย ขณะที่ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สรุปจำนวนผู้ที่ได้รับได้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่ 28 ก.พ. 64 - 16 มิ.ย. 65 รวม 138,441,640 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 56,826,807 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 สะสม 52,861,813 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 สะสม 25,093,138 โดส และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 4 สะสม 3,659,88
แนะผู้ป่วย NCD สังเกตอาการระวัง "ลองโควิด" ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานลดลง